หุ้นเด่นวันนี้

จับอนาคต TISCO หลังขายพอร์ตสินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิตให้ซิตี้แบงก์

จับอนาคต TISCO หลังขายพอร์ตสินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิตให้ซิตี้แบงก์

           นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองเป็นกลางกรณี TISCO ขายพอร์ตสินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิตให้ซิตี้แบงก์ เหตุเป็นส่วนที่ไม่เชี่ยวชาญ ระบุอาจกดสินเชื่อปีนี้หดตัว โดยไตรมาส 1/61 จะเป็นจุดสูงสุดของปี แต่ยังมีปันผลเกิน 5% จูงใจ 

           ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 30 มี.ค. 61 ที่ผ่านมา ธนาคารทิสโก้ และบริษัท ออล-เวย์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยภายใต้ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO แจ้งบรรลุข้อตกลงการโอนธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และธุรกิจบัตรเครดิต รวม 6.9 พันล้านบาท ให้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพฯ (ซิตี้แบงก์)  โดยคาดกระบวนการถ่ายโอนธุรกิจจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/61
           ขณะที่ราคาหุ้น TISCO เช้านี้ตอบรับด้วยความผันผวน โดยเปิดการซื้อขายในแดนลบ ก่อนลดลงแตะ 89.25 บาท และปิดการซื้อขายภาคเช้าที่จุดสูงสุด  90.75 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 1.11% มูลค่าการซื้อขาย 143.65 ล้านบาท
           TISCO ประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทิสโก้ โดยมีธนาคารทิสโก้เป็นหลัก ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ปัจจุบันให้บริการทางด้านการเงินอันประกอบด้วย บริการสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริการสินเชื่อพาณิชย์ธนกิจ บริการเงินฝากรายย่อย บริการลูกค้าธนบดีธนกิจ บริการตัวแทนขายประกันผ่านธนาคาร บริการจัดการการเงิน และบริการคัสโตเดียน
           เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 59  TISCO แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่าจะเข้าซื้อธุรกิจลูกค้ารายย่อย มูลค่า 5.5 พันล้านบาทจาก ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ ที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับที่ 12 โดยการซื้อครั้งนี้ครอบคลุมธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคล ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ และเงินฝากบุคคล โดยการรับโอนดังกล่าวเพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือน ต.ค. 60 ที่ผ่านมา 
           เท่ากับว่า TISCO เพิ่งเข้ามารุกธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงแค่ประมาณ 6 เดือนเท่านั้นก็ยอมถอดใจเสียแล้ว ประเด็นคือการยอมถอยในครั้งนี้จะส่งผลบวกหรือลบต่อธนาคารอย่างไร ซึ่งจากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่มีมุมมองเป็นกลางเพราะเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว เนื่องจากเป็นสิ่งที่ TISCO ไม่ถนัด แต่จะส่งกระทบต่อสินเชื่อปีนี้ให้หดตัวลง
           บล.เคทีบี ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว เพราะเป็นไปตามเป้าหมายของ TISCO อยู่แล้ว แต่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินเชื่อที่จะหดตัวลงในช่วง 2Q18 เราคาด สินเชื่อในปี 2018 จะหดตัวลงราว 1% YoY จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2% YoY และมีการปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิในปี 2018-2019 ลง 2.8-4.2% จาก NIM ลงมาอยู่ที่ 4.05% จาก 4.21% แต่ทางด้าน credit cost จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 100 bps จากเดิมที่ 110 bps 
           ยังแนะนำ “ถือ” แต่ปรับมูลค่าเหมาะสมลงมาอยู่ที่ 89.75 บาท จากเดิมที่ 91 บาท โดยจะมี XD วันที่ 27 เม.ย. ที่ 5 บาท คิดเป็น dividend yield ค่อนข้างสูงที่ 5.5%
           สอดคล้องกับ บล.หยวนต้าที่ระบุว่า มีมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อการขายสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของ TISCO ให้กับธนาคารซิตี้แบงก์ เพราะเป็นแผนที่ TISCO แจ้งไว้ก่อนหน้าที่ต้องการลดสินเชื่อที่ไม่มีความชำนาญอย่างสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยเน้นสินเชื่อที่มีความถนัดอย่างสินเชื่อเช่าซื้อ รวมถึงธุรกิจใหม่อย่างสินเชื่อที่อยู่อาศัย 
           อย่างไรก็ตามเราคาดว่าในระยะสั้นการขายพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวส่งผลให้ 1) ประมาณการสินเชื่อในปี 2561-2562 ลดลงเร็วกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้า (เดิมคาดสินเชื่อดังกล่าวลดลงไตรมาสละ 2 พันล้านบาท) และ 2) กระทบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) เพราะสินเชื่อ 2 ประเภทมีอัตราผลตอบแทน (Yield) สูง ส่งผลกระทบต่อรายได้แนวโน้มลดลงมากกว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง
           เราไม่ให้น้ำหนักต่อประเด็นกำไรพิเศษจากการขายสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เพราะ TISCO ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มกับพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวนับตั้งแต่รับโอนจาก SCBT
           โดยมูลค่าพอร์ตสินเชื่อทั้งสองกลุ่มลดลงต่อเนื่องจาก 8.3 พันล้านบาท ในเดือน ต.ค. 2560 เป็น 6 พันล้านบาท ในเดือน ก.พ. 2561 ด้วยประเด็นนี้ เราปรับลดสมมติฐานในประมาณการ 1) อัตราการขยายตัวของสินเชื่อปี 2561-2562 ลงจาก 5.0% และ 6.0% เป็น 2.6% และ 5.0% ตามลำดับ 2) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2561-2562 จาก 4.1% เป็น 4.0% และ 3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปี 2561 ลดลง 1.4% และปี 2562 ลดลง 2.9% ส่งผลต่อประมาณการกำไรสุทธิของเราปี 2561 ลดลง 5% เป็น 6.6 พันล้านบาท และปี 2562 ลดลง 7% เป็น 7.0 พันล้านบาท
           เราคงคำแนะนำเพียง “ซื้อเก็งกำไร” แม้ปรับลดราคาเป้าหมายจาก 95 บาท เป็น 90 บาท คิดเป็น implied PBV 1.9 เท่า ใกล้เคียง +1SD ของค่าเฉลี่ยในอดีต (จากเดิม +1.5 SD) สอดคล้องต่อแนวโน้มกำไรปี 2561 เติบโตในอัตราชะลอตัว รวมทั้งแนวโน้มกำไร 1Q61 คาดเป็นจุดสูงสุดของปี
           ด้าน บล. กสิกรไทย คาดว่าข้อตกลงนี้ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อคาดการณ์กำไรในปัจจุบันของเรา เนื่องจากเราคาดว่าสินเชื่อ และ NIM ที่ปรับลดลงจะชดเชยได้ด้วยค่าใช้จ่ายสำรองและต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง
           เรามองการขายพอร์ตสินเชื่อครั้งนี้ในเชิงบวก เนื่องจาก TISCO ไม่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตทำให้การจะสามารถแข่งขันและได้รับส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจเหล่านี้ได้ จะมีต้นทุนที่สูงมากขณะที่เงินที่ได้จากข้อตกลงนี้จะทำให้ทิสโก้สามารถนำเงินไปปล่อยสินเชื่อในกลุ่มอื่น และช่วยลดความต้องการในการระดมทุนของทิสโก้ได้  
           ส่วนบล.ไซรัส ปรับคำแนะนำขึ้นจากถือเป็นซื้อเก็งกำไร โดย TISCO ถือเป็นหุ้นหลบภัยชั้นดีในภาวะการเกิดสงครามค่าธรรมเนียมในภาคธนาคาร เพราะแทบไม่พึ่งพารายได้จากการโอนเงิน (แต่ในระยะยาว TISCO ต้องปรับตัวอยู่ดี) เมื่อประกอบกับแนวโน้มกำไร 1Q18 เติบโตทั้ง Q-Q และ Y-Y และน่าจะต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปีด้วย เนื่องจากการรับรู้รายได้จากพอร์ต SCBT เต็มที่ตลอดปีเป็นปีแรก (กรณีการขายพอร์ตสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้กับ CITI ไม่ได้เซอร์ไพรส์เราและไม่ส่งผลต่อประมาณการ) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 5 บาท (Dividend yield 5.6% XD 27 เม.ย. 2018) คงราคาเหมาะสมที่ 98 บาท

           สิ่งที่พยุงราคาหุ้น TISCO ไว้ได้ หลักๆ แล้วน่าจะเป็นเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงเกิน 5% ในขณะที่การเติบโตในอนาคตยังต้องจับตา เพราะต้องยอมรับว่าธุรกิจธนาคารไม่ใช่เสือนอนกินที่จะทำกำไรได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน และวันขึ้นเครื่องหมาย XD 27 เม.ย. นี้ ต้องระวังราคาที่จะปรับลดลงด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด