หุ้นเด่นวันนี้

ERW เด้ง-วอลุ่มแน่น..ธุรกิจเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

ERW เด้ง-วอลุ่มแน่น..ธุรกิจเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์

ERW ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.03% ด้วยวอลุ่มหนาแน่น คาดรับปัจจัยหนุนคลายล็อกดาวน์ – แผนเปิดประเทศยังเป็นตามเป้า ขณะที่ งบ Q3/64 จ่อวูบหนัก เหตุโควิดระบาดหนัก ลุ้นผลงานกระเตื้องตั้งแต่ Q4/64 ส่วนปีหน้าจ่อเปิดโรงแรมใหม่ 10 แห่ง หลังโควิดสงบ คาดพลิกกำไร 142 ลบ.
 

*** ปิดเช้าบวก 2.03% หลังคลายล็อกดาวน์–เปิดประเทศตามแผน
 

ราคาหุ้น บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 3.14 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 3.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท หรือ 2.03% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 535.75% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น ERW เช้านี้ ปิดซื้อขายบวก 2.03% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 4.95 จุด หรือ -0.3% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จาการคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาล ประกอบกับ แนวโน้มการเปิดประเทศ เริ่มมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น 

ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเปิดประเทศยังเป็นไปตามแผนเดิม คือ 1 ต.ค.นี้ เปิดเพิ่ม 5 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, ประจวบฯ, เพชรบุรี, ชลบุรี และ เชียงใหม่ และวันที่ 15 ต.ค.64 จะทยอยเปิดเพิ่มอีก 15 จังหวัด ขณะที่ ตั้งแต่ 1 ม.ค.65 จะเริ่มทำการท่องเที่ยว Bubble ระหว่างประเทศกับกลุ่มประเทศอาเซียนได้
 

*** แต่งบ Q3/64 ยังอ่อนแอ เหตุโควิดระบาดหนัก
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ประเมินผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/64 ของ ERW มีแนวโน้มขาดทุนเพิ่มขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน เพราะธุรกิจโรงแรมยังคงอ่อนแอ จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ และรุนแรงขึ้นในช่วงดังกล่าว

ขณะที่ ภาพรวมอัตราการเข้าพัก (Occ.Rate) ของธุรกิจโรงแรมในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 19% ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ในระดับ 24% หากพิจารณาเฉพาะโรงการ ภูเก็ต Sand Box ทาง ERW เปิดโรงแรมทั้งหมด 3 แห่ง โดยมี Occ.Rate เฉลี่ยราว 7-10% เท่านั้น  

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ ERW จะขาดทุนเพิ่มขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน เนื่องจาก การแพร่ระบาดโควิด-19 ในช่วงไตรมาส 3/64 ยืดเยื้อ และมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่าไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังคาดว่า ผลการดำเนินงานของ ERW ในช่วงดังกล่าว จะขาดทุนมากกว่าคู่แข่ง เพราะ ERW มีสัดส่วนรายได้โรงแรมในประเทศสูงสุดถึง 88%
 

*** ไตรมาสสุดท้าย คาดผลงานกระเตื้องขึ้น
 

บล.ทิสโก้ ประเมินผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/64 ของ ERW มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากธุรกิจโรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์ ฟื้นตัวขึ้นได้อย่างน่าพอใจ โดยมี Occ.Rate มากกว่า 59% ขณะที่ ผู้บริหารของ ERW คาดว่า อัตราการเข้าพักของโรงแรมในประเทศฟิลลิปปินส์ จะฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง

โดยเฉพาะโรงแรม ที่อยู่ในระยะขับรถไปพักได้สะดวก ซึ่งผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมในประเทศฟิลิปปินส์ ฟื้นตัวขึ้นมาก มีสาเหตุจากกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการกักตัว 3 วันก่อนเดินทาง เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญ

สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ ERW จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนได้บ้าง โดยมีปัจจัยหนุนจากการเริ่มคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาล ประกอบกับ การเปิดประเทศ ที่จะเริ่มต้นขึ้นในเดือน ต.ค.นี้ ขณะการฉีดวัคซีนให้ประชากรในประเทศ เริ่มทำได้ดีขึ้นด้วย
 

*** ฐานะการเงินแกร่งขึ้น เอาตัวรอดช่วงโควิดได้
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ฐานะการเงิน ณ ปัจจุบันของ ERW ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับจากมีการเพิ่มทุน และ Revalue มูลค่าที่ดิน ซึ่งปัจจัยดังกล่าว ทำให้ตลาดคลายความกังวลต่อสถานะการเงินของ ERW ไปได้ระดับหนึ่ง

ขณะที่ บล.บัวหลวง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ERW จะอยู่รอดในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ลากยาวต่อไปได้ เนื่องจากสถานะการเงินของ ERW ปัจจุบัน แข็งแกร่งขึ้น จากส่วนทุนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว มาอยู่ที่ 6.9 พันล้านบาท หลังประกาศเพิ่มทุน และ มีกำไรจากการตีมูลค่าที่ดิน 2.2 พันล้านบาท หลังหักภาษี 

ส่งผลให้ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (ไม่รวมสัญญาเช่าการเงิน) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.7 เท่า เทียบปลายไตรมาส 1/ 64 อยู่ที่ 3.9 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าเงื่อนไขเจ้าหนี้ทางการเงินของบริษัท ที่ระดับ 2.5 เท่า
 

*** ลุ้นปี 65 พลิกกำไร หลังจ่อเปิดโรงแรมใหม่ 10 แห่ง 
 

บล.บัวหลวง ระบุว่า หารการเปิดประเทศเป็นไปตามแผน จะทำให้ ERW สามารถเปิดโรงแรมแห่งใหม่ในปี 65 ได้ โดยแบ่งเป็นโรงแรม HOP IN ในประเทศ 7 แห่ง ประกอบด้วย กรุงเทพฯ 3 แห่ง และ นครราชสีมา, น่าน, มหาสารคาม และ ชัยภูมิ จังหวัดละ 1 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมใหม่อีก 3 แห่ง ที่ประเทศฟิลลิปปินส์ อีกด้วย  

ขณะที่ บล.ทิสโก้ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า ERW มีเงินสด 1.5 พันลบ. และวงเงินกู้ 6.4 พันลบ. เพียงพอต่อ Cash burn rate 100 ลบ./เดือน คาดมาร์จิ้น จากธุรกิจดังกล่าว จะปรับตัวดีขึ้นจากบุคลากรที่ดี หลังอัตราการเข้าพักดีขึ้นจะเห็นค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 15-20% ต่ำกว่าระดับปกติ

ส่วน นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่จะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยช่วงปี 65 ไว้ที่ 20 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 64 ที่คาดไว้ที่ 2 แสนราย (กรณีการเปิดประเทศเป็นไปตามแผนของรัฐบาล) ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ผลประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และโรงแรม ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ ERW ไว้ที่ 142 ล้านบาท เทียบกับปี 64 ที่คาดขาดทุนสุทธิ 1.7 พันล้านบาท โดยมีสาเหตุหลัก จากการเปิดประเทศในปี 65 รับนักท่องเทียวต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" แม้ผลการดำเนินงานระยะสั้นยังขาดทุนหนัก แต่มองว่าราคาหุ้นได้ตอบรับปัจจัยดังกล่าวไปแล้ว ขณะที่ปัจจุบัน กำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากแผนเปิดประเทศที่ใกล้มาถึง และการคลายมาตรการล็อกดาวน์ ในประเทศแล้ว

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
บัวหลวง ซื้อ     3.60
ฟินันเซียฯ ซื้อ     3.50
กรุงศรี  ซื้อ     3.30
หยวนต้า ซื้อเก็งกำไร 3.10
ทิสโก้  ถือ     3.00
ดีบีเอสฯ ถือ     3.00
เมย์แบงก์ฯ ถือ     2.80
ราคาเฉลี่ย 3.18


ดูเหมือนว่า การฟื้นตัวของ ERW เริ่มมีความหวังที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ ประกอบกับ การเปิดประเทศ ยังเป็นไปตามแผนเดิม ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่า ผลการดำเนินงานของ ERW จะพลิกกำไรได้ในช่วงปี 65 เหมือนที่นักวิเคราะห์คาดหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ถูกโควิดเล่นงานหนัก จนขาดทุนติดต่อกันมาแล้วถึง 6 ไตรมาส ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด