สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 20 มีนาคม 2561 | 13:26

GL รอดฟื้นฟูกิจการ แต่ยังมีประเด็นน่าห่วงอีกเพียบ!

GL รอดฟื้นฟูกิจการ แต่ยังมีประเด็นน่าห่วงอีกเพียบ!

    GL เทรดคึก! หลังศาลล้มละลายกลางยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ พร้อมแต่งตั้งผู้บริหารใหม่หวังเซตซีโร่ธุรกิจ หนุนปีนี้พลิกกำไร ฟากโบรกฯ มองยังมีประเด็นอื่นที่น่ากังวล ทั้งลงบัญชีเท็จ และสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษยังไม่คืบ ที่สำคัญปัจจุบันเกินราคาเหมาะสมที่ 4 - 5.9 บาท ไปไกลมากแล้ว 

    ราคาหุ้น บมจ.กรุ๊ปลีส (GL) เปิดตลาดวันนี้บวกต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดของภาคเช้าที่ 9.65 บาท ก่อนเจอแรงขายกดราคาหุ้นปิดภาคเช้าลดลงมาอยู่ที่ 9.05 บาท ลดลง 0.15 บาท หรือ 1.63% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 191% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    GL ประกอบธุรกิจให้บริการทางการเงินและ ผู้ให้บริการดิจิทัลไฟแนนซ์แพลตฟอร์ม ระหว่างผู้บริโภคกับ ผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่าย(ดีลเลอร์)สินค้าหลากหลายประเภท อาทิ รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรการเกษตร อุปกรณ์เกี่ยวกับภาคพลังงานและสินค้าอื่นๆ ที่สามารถให้สินเชื่อได้

    ในช่วงสิ้นปี 59 ราคาหุ้น GL เคยไต่ระดับขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง (All Time High) ที่ 69.75 บาท  ตามการเติบโตของกำไรสุทธิที่ก้าวกระโดดเป็นเท่าตัวในขณะนั้น หลังจากนั้นราคาหุ้น GL เริ่มทรุดลงอย่างหนักตั้งแต่เดือน ก.พ.60 จากความกังวลกรณีผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตการปล่อยกู้ให้ลูกค้าในสิงคโปร์-ไซปรัส และในเดือน ต.ค.60 นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ผู้บริหารได้ถูกสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ ฐานทำธุรกรรมอำพรางผ่านบริษัทที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศหลายแห่งเพื่อให้ผลประกอบการสูงเกินความเป็นจริง

    ต่อมา J Trust Asia Pte. Ltd.(JTA) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับบริษัทแม่ GL ได้ดำเนินการยื่นฟ้องบริษัท และกรรมการที่เกียวข้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย และได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ GL ต่อศาล รวมทั้งได้ทำการแจ้งความร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษและกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกียวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเพือดำเนินคดีต่อบริษัท และนายมิทซึจิ โคโนชิตะ

    GL กลับมาซื้อขายคึกคักตั้งวานนี้ (19 มี.ค.) หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องฟื้นฟูกิจการของบริษัท นอกจากนี้ได้แต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ปีนี้พลิกมีกำไรสุทธิ ส่วนประเด็นถูกแขวนเครื่องหมาย NP กรณีไม่แก้ไขงบการเงิน ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก DSI

    GL แถลงข่าววานนี้ (19มี.ค.) เผยศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องที่ JTA ยื่นศาลขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท เนื่องจากบริษัทไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว และบริษัทไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ นอกจากนี้ศาลล้มละลายกลางมองว่าควรที่จะต่อสู้กันในศาลแพ่งให้ยุติก่อน ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนเดือนเม.ย.นี้ จึงได้ยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ ซึ่งทาง JTA มีเวลายื่นอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะฟ้อง JTA กลับหรือไม่เนื่องจากทำให้ GL เสียชื่อเสียงและราคาหุ้นปรับตัวลดลง ซึ่งหากมีข้อสรุปจะแจ้งอีกครั้ง

    นอกจากนี้ในเดือนก.พ. 60 ได้แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่ โดยคาดว่าผลประกอบการปี 61 จะพลิกมีกำไรสุทธิ จากรายได้เติบโต 10% จากปีก่อนที่ 3 พันล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10% จากปีก่อนที่ 7.64 พันล้านบาท จากการทำตลาดในกลุ่มลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

    สำหรับกรณีหุ้นถูกขึ้นเครื่องหมาย NP จากที่บริษัทยังไม่แก้ไขงบการเงิน ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากต้องรอคำตัดสินจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอัยการสูงสุดก่อน แต่ขณะนี้ DSI ยังไม่ได้ติดต่อมายังบริษัทให้ชี้แจงข้อมูล

    เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการ GL มีมติแต่งตั้งกรรมการดังนี้
    1.นายสกล หาญสุทธิวารินทร์ เป็นประธานกรรมการ แทนนายทัตซึยะ โคโนชิตะ
    2.นายทัตซึยะ โคโนชิตะ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    3.นางสุมาลี โชคดีอนันต์ เป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ แทนนายกฤษณ์ พันธ์รัตนมาลา
    4.นายทรอย แอ็นดรู สกูนเนอร์แมน เป็นกรรมการ แทนนายมิทซึจิ โคโนชิตะ

    ด้านนักวิเคราะห์มองว่าแม้ศาลล้มละลายกลางยกคำร้องฟื้นฟูกิจการ GL แต่ยังมีความกังวลประเด็นอื่นๆ อีกโดยเฉพาะการกล่าวโทษจาก ก.ล.ต. และการลงบัญชีเท็จ ขณะที่ผลการดำเนินการปีนี้คาดมีกำไรปกติที่ 500 - 600 ลบ. แต่ราคาหุ้นเกินเป้าเหมาะสมที่ 4 - 5.9 บาทไปมากแล้ว

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผยประเด็นศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องกรณีที่ JTrust ให้ GL ฟื้นฟูกิจการ ไม่ใช่ประเด็นบวกนัก เพราะยังมีความกังวลหลักอื่นๆอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการกล่าวโทษผู้บริหารจากก.ล.ต. และการลงบัญชีเท็จที่ทำให้ถูกขึ้นเครื่องหมาย NP ในขณะนี้

    ด้านการดำเนินธุรกิจปีนี้ บริษัทจะโฟกัสตลาดไทยและเมียนม่า ซึ่งคาดโตราว 10% ต่อปี และหยุดขยายสินเชื่อในกัมพูชาและอินโดนีเซีย ทั้งนี้เฉพาะผลการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษอื่น เช่นการแก้ไขบัญชี และการตั้งสำรองฯพิเศษอื่น ถ้ามี)ซึ่งหักรายการเงินให้กู้จากสิงคโปร์และไซปรัสออกรวมถึงค่าธรรมเนียมในธุรกิจที่อินโดนีเซียด้วย คาดว่าจะมีกำไรราว 500-600 ล้านบาท  คิดเป็น EPS 0.33-0.40 บาทต่อหุ้น หากอิง Justified PER ตามกลุ่มที่ 12-15 เท่า จะมีราคาเหมาะสมที่ราว 4-5.90 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันถือว่าเต็มมูลค่า

    บล.โกลเบล็ก เผยศาลสิงคโปร์ยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราว จะทำให้การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศจะมีความคล่องตัวมากขึ้น และคณะกรรมการชุดใหม่ที่จะเข้ามาตรวจสอบการทำงานน่าจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสนับสนุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ แต่ตอนนี้เหลือเรื่องที่ยังไม่ได้แก้ไขงบการเงินในอดีตตามคำสั่งก.ล.ต.เนื่องจากจะต้องรอคำตัดสินจาก DSI และอัยการสูงสุดก่อน  

    แนะนำ ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยต้องคอยติดตามผลการดำเนินงานและข่าวความคืบหน้าเรื่องแก้ไขงบการเงินด้วย

    การแต่งตั้งคณะกรรมการใหม่  แสดงให้เห็นว่า GL ต้องการเซตซีโร่ธุรกิจใหม่จากความบิดเบี้ยวที่ผู้บริหารชุดเก่าเคยทำไว้ ประจวบเหมาะกับศาลมีคำสั่งยกคำร้องฟื้นฟูกิจการทำให้หุ้นกลับมาได้รับความสนใจ แต่อย่าลืมว่าการที่ธุรกิจจะกลับไปรุ่งโรจน์ และราคาหุ้นจะกลับไปสู่ระดับ 50 - 60 บาทเหมือนในอดีตนั้นแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย แม้นักวิเคราะห์จะประเมินกำไรปกติปีนี้ออกมาสูงถึง 500 - 600 ล้านบาท แต่ก็ให้ราคาเหมาะสมก็ให้ไว้เพียง 4 - 5.90 บาทเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเกินมูลค่าเหมาะสมไปเรียบร้อยแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด