หุ้นเด่นวันนี้

BEAUTY เจอข่าวลือกระหน่ำ จับตาพ้นวิกฤตหรือยัง?

BEAUTY เจอข่าวลือกระหน่ำ จับตาพ้นวิกฤตหรือยัง?

           BEAUTY เจอข่าวลือกระหน่ำกดหุ้นร่วงเกือบ 60% จาก All Time High จับตาพ้นวิกฤตหรือยัง หลังราคาต่ำกว่าพื้นฐานที่นักวิเคราะห์ประเมินค่อนข้างมาก แถมยังมีโอกาสเพิ่มอัพไซด์ หลังเตรียมผลิตสินค้าซองป้อน 7-11

           ราคาหุ้น บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ร่วงลงต่อเนื่อง หลังจากทำ All Time High ที่ 23.70 บาทไปเมื่อเดือน เม.ย. 61 ที่ผ่านมา ลงมาต่ำสุดที่ 13.70 บาทเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. หรือลดลงราว 57% ล่าสุดราคาหุ้นกระเตื้องขึ้นปิดที่ 16.40 บาท 
           BEAUTY ประกอบธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้ 5 แนวคิด ได้แก่ บิวตี้บุฟเฟต์ , บิวตี้คอทเทจ , บิวตี้มาร์เก็ต , เมด อิน เนเจอร์ และบิวตี้พลาซ่า  สิ้นปี 60 มีสาขาภายในประเทศไทยรวมทั้งหมด 345 สาขา และสาขาในต่างประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์, เวียดนาม รวม 16 สาขา
           BEAUTY เป็นหุ้นที่สร้างการเติบโตสูงอย่างมาก จากราคาไอพีโอเพียง 0.80 บาทในเดือน ธ.ค. 55 (คำนวณจากพาร์ 0.10 บาท หรือ ราคาก่อนแตกพาร์ที่ 8 บาท) ขึ้นมาทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 23.70 บาทในเดือน เม.ย. 61 สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรสุทธิที่ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 55 ที่มีกำไรสุทธิ 173.70 ล้านบาท เป็น 1,229.32 ล้านบาทในปี 60 ส่วนไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิ 282 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิราว 200 ล้านบาท 
           แรงขายหุ้น BEAUTY ที่มีออกมาต่อเนื่องหลายวัน เกิดขึ้นหลังจากมีสารพัดข่าวลือในตลาด ทั้งเรื่อง Supplier ไม่ผ่าน อย. ไปจนถึงการแต่งตัวเลขยอดขาย
           นายสุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEAUTY ชี้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์ว่า ว่าข่าวลือ Supplier ไม่ผ่าน อย.งดผลิตสินค้าป้อน ไม่เป็นความจริง ยืนยัน BEAUTY เลือกใช้โรงงานผลิตที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ มีขนาดใหญ่ สินค้าผ่าน อย.และมาตรฐาน GMP แถมรับจ้างผลิตสินค้าให้แบรนด์ดังทั่วโลก
           ส่วนยอดขายทั้งในและต่างประเทศฟอร์มดีต่อเนื่อง ล่าสุดเซ็นสัญญาตัวแทนจำหน่ายส่งสินค้าล็อตใหญ่เข้าจำหน่ายในแพลตฟอร์ม E-Commerce ยักษ์ใหญ่ของจีนผ่าน ระบบ Cross-border e-commerce มั่นใจผลประกอบการโตต่อเนื่อง จากธุรกิจที่ยังดำเนินการตามแผน โดยปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยใดมากระทบฐานะการเงินและพื้นฐานของบริษัท 
           นอกจากนี้ในบทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่านักลงทุนบางกลุ่มกังวลว่ายอดขายที่ขยายตัวสูงมาก เกิดจากการแต่งตัวเลขยอดขาย เนื่องจากเขาแทบจะไม่เคยเห็นลูกค้าในร้านค้าของบริษัทเลย ทั้งนี้เรามองว่าการชี้แจงในประเด็นนี้ง่ายมาก โดยในปี 2560 BEAUTY มีร้านค้ารวม 345 แห่งทั่วประเทศ และมียอดขายที่เกิดจากร้านค้าดังกล่าว 2.55 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 2 หมื่นบาท/ร้าน/วัน โดยปกติแล้วร้านเปิด 10 ชั่วโมง/วัน ดังนั้นยอดขายจึงอยู่ที่เพียง 2 พันบาท/ชั่วโมง ส่วนยอดซื้อต่อครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ราว 800 บาท ดังนั้นจึงมีลูกค้าโดยเฉลี่ยเพียง 2-3 ราย/ชั่วโมง 
           ส่วนประเด็นการแต่งตัวเลขนั้น เราเห็นด้วยว่างบกำไรขาดทุนสามารถถูกแต่งตัวเลขได้ แต่การแต่งงบกระแสเงินสดไม่สามารถทำได้ โดยเงินสดจากการดำเนินงานของ BEAUTY ในปี 2560 สูงกว่ากำไรถึง 1.1 เท่า บริษัทไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย เงินสดในมือของบริษัทอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 และ 1.6 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2561 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากมีการแต่งยอดขายจริง บริษัทจะไม่สามารถมีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ได้โดยไม่กู้ยืม
           ตรวจสอบความเห็นนักวิเคราะห์ พบว่าส่วนใหญ่ยังมีมุมมองที่ดีต่อ BEAUTY โดยเฉพาะหลังจากที่ผู้บริหารชี้แจงข่าวลือว่าไม่เป็นความจริง และยังให้ราคาพื้นฐานเน 25 บาท
           บล.ดีบีเอสวิคเคอร์สระบุ ข่าวลือที่เข้ามาในตลาดฯ ได้มีการชี้แจงจากผู้บริหารของบริษัทแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Suppliers เครื่องสำอาง ที่ได้รับ มาตรฐาน GMPและ รับรองโดยองค์การอาหารและยา (อย.) และไม่ขาดแคลน สามารถจัดส่งให้ลูกค้าได้อย่างปกติ
           ดังนั้นหากราคาพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง และการดำเนินธุรกิจยังไปได้ดี ก็คาดว่าราคาหุ้นจะกลับมาตามพื้นฐาน
           ด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก็ยังเติบโตดีตามยอดขายของบริษัท ปัจจุบันบริษัทจ่ายปันผลดีเกือบ 100% และมีฐานะเป็นเงินสดสุทธิ
           คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 26.00 บาท คาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรหลักปีนี้และปีหน้าที่ 25% และ 28% ตามลำดับ
           บล.บัวหลวง มองเป็นจังหวะดีหลังโดนเทขายหนัก โดยระบุว่ามีประเด็นที่จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการในครึ่งปีหลังนี้ จากกรณี BEAUTY อยู่ในระหว่างทดลองสินค้าแบบซองเพื่อที่จะวางขายในร้าน 7-Eleven หากการทดลองสำเร็จ สินค้าของบริษัทจะถูกวางจำหน่ายใน 7-Eleven มากกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ เทียบกับปัจจุบันที่วางขายเพียง 500-600 สาขา 
           ทั้งนี้เรายังไม่ได้นำปัจจัยนี้มาคิดในประมาณการ แต่เราเชื่อว่าหากสินค้าแบบซองผ่านการทดสอบจะเป็นอัพไซด์ที่สำคัญต่อประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของเรา
           ส่วน บล.เคทีบี ระบุนักลงทุนยังคงมีความกังวลเรื่องรายได้ผ่านร้านค้าของ BEAUTY ว่าเป็นรายได้ที่ไม่เกิดขึ้นจริง เบื้องต้นเราได้ลองคำนวณรายได้จากร้านค้าของ BEAUTY (อิงรายได้ปี  2017)BEAUTY มีรายได้เฉลี่ยผ่านร้านค้าวันละ 20,377 บาทต่อร้านค้า หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 1,852 บาทต่อชั่วโมงต่อร้านค้า หรือคนซื้อสินค้า 2-3 คนต่อชั่วโมงต่อร้านค้า เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท

           ราคาหุ้น BEAUTY ที่ร่วงลงจนต่ำกว่าพื้นฐานค่อนข้างมาก นับว่าน่าสนใจ รวมไปถึงสตอรี่การขายสินค้าชนิดซอง ที่มีโอกาสเพิ่มอัพไซด์ในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตายอดขายและกำไรของบริษัทในไตรมาส 2/61 ว่าจะเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด