หุ้นเด่นวันนี้

PF ลุ้นเทิร์นอะราวด์ แต่ยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง

PF ลุ้นเทิร์นอะราวด์ แต่ยังต้องพิสูจน์ความต่อเนื่อง

           PF โชว์กำไรไตรมาส 1/61 โต 3 เท่า โบรกฯ ชี้กำไรดีกว่าคาด ลุ้นเทิร์นอะราวด์ทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ขณะที่ราคาหุ้นยังเทรดต่ำกว่า BV แต่ระยะยาวยังต้องจับตาผลประกอบการจะเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่

           บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิ 195.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทำได้ 44.70 ล้านบาท โดยหลักเป็นผลจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 56.7% อยู่ที่ 3.02 พันล้านบาท ส่วนธุรกิจโรงแรมทั้งในและต่างประเทศยังคงมีกำไรขั้นต้นลดลงราว 7.5% ทำได้ 403.6 ล้านบาท
           PF ดำเนินการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว โครงการทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝด และโครงการคอนโดมิเนียมในรูปแบบที่หลากหลายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลัก โดยเน้นทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพสูง ใกล้แนวรถไฟฟ้า
           ด้วยผลงานไตรมาสแรกที่ออกมาค่อนข้างดี หนุนให้ราคาหุ้น PF พุ่งขึ้นมาถึง 12% ภายใน 3 วันทำการที่ผ่านมา ทำจุดสูงสุดในรอบ 6 เดือน พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยกว่า 30 ล้านหุ้นต่อวัน เพิ่มจากช่วงปกติที่มักจะเทรดกันต่ำกว่า 10 ล้านหุ้นต่อวัน และด้วยเหตุผลงานที่ออกมาดีนี้ ทำให้นักวิเคราะห์ต่างปรับเพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น PF
           บล.โกลเบล็ก ระบุว่า PF มีแผน turnaround ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรม การร่วมทุนกับพันธมิตรหลายรายพัฒนาทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมบุกตลาดไฮเอนด์ จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่ดีขึ้น  บริษัทมีแผนทยอยขายที่ดินในมือให้บริษัทร่วมทุนมูลค่ารวม 6 พันล้านบาท (กำไร 30% แต่รับรู้ได้ครึ่งเดียวตามสัดส่วนถือหุ้น) และขายสิทธิการเช่ามูลค่ารวม 2.7 พันล้านบาท (รับรู้รายได้ 100%)
           สำหรับธุรกิจโรงแรมที่ต่างประเทศมีแผน turnaround คิโรโระรีสอร์ทที่ญี่ปุ่นโดยจับมือพันธมิตรญี่ปุ่นเปิดโรงแรมและคอนโดมิเนียม ski-in/ski-out ส่วนโรงแรมในประเทศจะเปิดเพิ่มจากที่มีอยู่และเพิ่งซื้อเพิ่มโรงแรมรอยัลออคิดเชอราตัน (ROH) เพิ่มจำนวนห้องและเน้นธุรกิจให้บริการจัดประชุมและสัมมนา (MICE) รวมทั้งตั้งเป้าลดหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยให้เหลือ 1.23 เท่า ณ ปลายปี 61 จากระดับ 1.6 เท่า ณ ปัจจุบัน ทั้งนี้ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 0.6 เท่า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร
           ด้าน บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า ในระยะสั้นปัจจัยบวกคือ แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/61 จะยิ่งออกมาดีกว่าไตรมาสแรก เพราะนอกจากตัวเลขการโอนเดือน เม.ย. 61 ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมยังสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยไตรมาสแรกแล้ว แรงผลักดันกำไรเพิ่มคือ 1) การโอนคอนโด Hyde II ของ GRAND จะมากขึ้นเป็นประมาณ 500 ล้านบาท จากไตรมาสแรกที่เพียง 290 ล้านบาท และ 2) มีการขายที่ดินเปล่าเข้าบริษัทร่วมทุนกับ Hongkong Land ในล็อตแรกที่แจ้งวัฒนะ มูลค่า 800 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนไม่มีการขายที่ดินเปล่าแต่อย่างใด นอกจากนี้ เมื่อไตรมาส 2/60 บริษัทมีผลขาดทุน 29 ล้านบาท จะยิ่งทำให้กำไรที่ออกมาดูเติบโตสูงขึ้นมาก
           ส่วนแนวโน้มกำไรปีนี้จะออกมาดีกว่าคาด เพราะกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 เป็นสัดส่วนถึง 65% จากประมาณการปัจจุบัน เนื่องจากมีการเปิดขายโครงการใหม่เป็นจำนวนมากถึง 24 โครงการ มูลค่า 3.18 หมื่นล้านบาท และมีการขายที่ดินเปล่าเข้าบริษัทร่วมทุนเป็นจำนวนที่สูง อีกทั้งบริษัทมีนโยบายประหยัดค่าใช้จ่ายการขายและบริหารมากขึ้น ลดค่าโฆษณาลง โดยเน้นผ่านสื่อออนไลน์ และลดต้นทุนทางการเงินด้วยการนำที่ดินเปล่ามาพัฒนา และขายที่ดินเปล่านำเงินมาชำระหนี้เงินกู้ คาดว่าจะมีการปรับประมาณการให้ดีขึ้น
           ทั้งนี้ ยอดขายรอโอน ณ สิ้นไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท บริษัทคาดจะรับรู้รายได้ปีนี้ 5.6 พันล้านบาท ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร จากเดิม ถือ เพราะคาดว่าจะเห็นภาพการฟื้นตัวทั้งระยะสั้นและระยะยาว ราคาหุ้นขณะนี้แม้ปรับขึ้นมาแล้ว แต่ยังต่ำกว่าราคาพาร์ที่ 1 บาท และซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีมาก โดย P/BV ปี 61 จากประมาณการเดิมเพียง 0.65 เท่า หากให้ราคาพื้นฐานซื้อขายด้วย P/BV ที่ 0.75 เท่า จะได้เป็น 1.06 บาท
           อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของบริษัทคือ 1) ในอดีตมักทำได้จริงต่ำกว่าเป้าหมาย ประมาณการจึงต้องอนุรักษ์นิยม 2) มีหนี้เงินกู้สูง อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน ณ ไตรมาส 1/61 อยู่ที่ 1.7 เท่า และในอนาคตยังต้องใช้เงินทุนอีกมาก ต้องติดตามการบริหารเงินทุน 3) ซื้อขายที่ P/E สูง (ล่าสุดอยู่ที่ 18.3 เท่า) และ 4) การควบคุมค่าใช้จ่ายว่าจะทำได้จริงหรือไม่
           ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของ PF คือ ขาดความต่อเนื่องของผลประกอบการ โดยหากพิจารณาจากผลประกอบการย้อนหลัง 4 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 57-60 จะเห็นว่ากำไรสุทธิของบริษัทค่อนข้างผันผวน ส่งผลให้ราคาหุ้นของ PF ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีที่ราว 1.4 – 1.5 บาท มาต่อเนื่องทุกปี
           ทั้งนี้ กำไรสุทธิของ PF ที่ผ่านมาทำได้ 398.8 ล้านบาท ในปี 57 ลดลงเหลือ 360.74 ล้านบาท ในปี 58 เพิ่มขึ้นเป็น 399.5 ล้านบาท ก่อนจะลดลงอีกครั้งเหลือ 284.76 ล้านบาท ในปี 60

           ในระยะสั้น PF น่าจะยังอยู่ในโมเมนตัมเชิงบวกต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่การจะเทิร์นอะราวด์กลับมาอย่างจริงจัง บริษัทคงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะสุดท้ายแล้วหากผลประกอบการยังคงผันผวนเช่นเดิม เชื่อว่าราคาหุ้น PF ก็น่าจะยังคงเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อไป เพราะนักลงทุนก็คงจะไม่สามารถเชื่อมั่นและให้มูลค่าที่สูงขึ้นได้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด