สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 15 พฤษภาคม 2561 | 13:37

ICHI ดิ่งทำสถิตินิวโลว์ ผิดหวังงบโค้งแรก จับตาแค่ชั่วคราวจริงหรือ?

ICHI ดิ่งทำสถิตินิวโลว์ ผิดหวังงบโค้งแรก จับตาแค่ชั่วคราวจริงหรือ?

    ICHI ดิ่งทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย หลังเปิดงบโค้งแรกกำไรหด 47% จากปีก่อน เจอพิษภาษีกดยอดขายในประเทศหด นักวิเคราะห์มองผลงานทรุดแค่ชั่วคราว คาดช่วงที่เหลือของปีฟื้น รับตลาดต่างประเทศโตเด่น จับตา! งบ Q2/61 จะสร้างความผิดหวังอีกหรือไม่

    ราคาหุ้นบมจ.อิชิตัน กรุ๊ป(ICHI)เปิดตลาดร่วงแรงทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 5.50 บาท ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 5.95 บาท ลดลง 1.30 บาทหรือ 17.93% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 779% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    ICHI เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากชาเขียวพร้อมดื่ม อิชิตัน กรีนที และชาสมุนไพร เย็นเย็น ถึง 96% ในขณะที่กลุ่มเครื่องดื่มน้ำผลไม้ไม่อัดลม ไบเล่ อยู่ที่ 4% โดยมีสัดส่วนยอดขายในประเทศอยู่ที่ 73% และส่งออกอยู่ที่ 27% 

    ICHI ก่อตั้งโดยนายตัน ภาสกรนที ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 27.74% และเนื่องจากผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปทำให้มีผู้ถือหุ้นรายย่อยสนใจเข้ามาถือหุ้นถึง 15,075 ราย หรือคิดเป็นสัดส่วน 41.84%

    ผลประกอบการ ICHI ปรับตัวลดลงต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในปี 57 โดยมีกำไรสุทธิในปี 57 - 60 อยู่ที่ 1,078.76 ล้านบาท 812.74 ล้านบาท 368.48 ล้านบาท และ 315.09 ล้านบาทตามลำดับ เนื่องจากความนิยมชาเขียวที่ลดลงสวนทางกับการแข่งขันที่สูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี สอดคล้องกับราคาหุ้นที่เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 29.75 บาทในปี 57 และปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาโดยตลอด

    ล่าสุดราคาหุ้น ICHI ดิ่งแรงตั้งแต่เปิดตลาด จนไปทำจุดต่ำสุดตลอดกาลตั้งแต่เข้าซื้อขาย หลังจากรายงานงบไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิหดกว่า 47.3% รับภาษีน้ำตาลและสรรพสามิต กดยอดขายปรับลดลง

    ICHI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิ 32.91 ล้านบาท ลดลงถึง 47.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 62.46 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายที่หดตัวถึง 11.2% เนื่องจากการปรับขึ้นราคาขายปลีกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีน้ำตาลของรัฐ และจากการแข่งขันทางด้านราคาที่สูง ทำให้ต้นทุนขายสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 6.6%

    ฟากนักวิเคราะห์ปรับกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายลงทันที แต่ยังให้ความหวัง มองผลงานไตรมาสแรกหดเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวจากการขึ้นราคาสินค้า ก่อนฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปีจากยอดขายต่างประเทศโตเด่น และเย็น เย็น ที่กลับมาทำยอดขายตามปกติ

    บล.ฟิลลิป เผย กำไรสุทธิไตรมาสแรกลดลงเป็นผลจากยอดขายในไทยที่หดตัวหลังปรับขึ้นราคาขายปลีก และอยู่ระหว่างการปรับสูตรเครื่องดื่มสมุนไพรทำให้สินค้า เย็น เย็น ไม่เพียงพอต่อการส่งขาย แม้ยอดขายในต่างประเทศจะยังโตเด่น โดยเฉพาะในกัมพูชา

    ปรับลดกำไรสุทธิปีนี้ลงมาอยู่ที่ 319 ล้านบาท จากความกังวลยอดขายชาเขียวในไทยที่ลดลงอย่างชัดเจนหลังปรับขึ้นราคาขายปลีกเพื่อผลักภาระภาษีให้ผู้บริโภค ซึ่ง ICHI จะต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อลดต้นทุนและราคาขายปลีกลง 

    มองผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 จะเป็นผลกระทบแค่ระยะสั้น และจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ด้วยอานิสงส์จากตลาดต่างประเทศที่เติบโต และจากยอดขายเครื่องดื่ม เย็น เย็น และ ชิว ชิว ในประเทศไทย ที่จะกลับมาทำตลาดเต็มที่หลังปรับสูตรเสร็จสิ้นแล้ว

    แนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท ปรับลดลงตามประมาณการกำไรสุทธิ อิง PE30x

    ก่อนหน้านี้ผูับริหาร ICHI เคยออกมาเปิดแผนขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเออีซี และจีน ตั้งเป้าจะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศถึง 50% ภายในปี 62

    นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ ICHI เผยอยู่ระหว่างผลักดันรายได้จากการส่งออกมากขึ้น โดยปีนี้เชื่อว่าจะมีรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ 27% และเพิ่มเป็น 50% ในปี 62

    โดยในไตรมาส 2/61 จะเริ่มส่งสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังไปยังประเทศเวียดนาม และเมียนมา หลังจากที่ไตรมาส 1/61 มียอดขายจากสปป.ลาว และกัมพูชาเข้ามาแล้ว และในไตรมาส 3/61 จะส่งน้ำผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยไปยังประเทศจีน 

    ขณะที่แผนการลงทุนโรงงานในอินโดนีเซียมูลค่า 1.5 พันล้านบาท คาดว่าจะเริ่มชัดเจนปลายปีนี้ เนื่องจากคาดว่าในอินโดนีเซียจะมียอดขายถึง 3.9 ล้านลัง โตจากปีก่อนที่ 1.68 ล้านลัง และผลประกอบการจะเริ่มพลิกกลับมามีกำไรในปี 64 จากปีนี้ที่ขาดทุน 100 ล้านบาท
    
    แม้นักวิเคราะห์และผู้บริหาร ICHI จะมองว่าการส่งออกไปยังต่างประเทศจะช่วยทดแทนยอดขายในประเทศที่หดตัวต่อเนื่องได้ และทำให้ช่วงที่เหลือของปีกลับมาโต แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ การเข้าลงทุนจึงยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด