หุ้นเด่นวันนี้

BJC พุ่งรับข่าวนำเข้าอุปกรณ์ตรวจเชื้อโควิด..ราคายัง Laggard!

BJC พุ่งรับข่าวนำเข้าอุปกรณ์ตรวจเชื้อโควิด..ราคายัง Laggard!

BJC ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 3.7% คาดรับปัจจัยหนุน หลังนำเข้าที่ตรวจเชื้อโควิดด้วยตนเอง ขณะที่โบรกฯ ประเมินกำไร Q2/64 ฟื้นแรง 207% ธุรกิจหลักส่วนใหญ่ยังโตเด่น คาดปันผลครึ่งปีแรกให้ยิลด์ 0.6% แต่ระวัง Q3/64 โควิดฉุดกำไรวูบทั้ง YoY-QoQ ต่ำสุดของปี ลุ้นฟื้นอีกครั้ง Q4/64 หลังธุรกิจเข้าไฮซีซั่น 
 

*** ปิดเช้าบวก 3.7% หลังนำเข้าอุปกรณ์ตรวจเชื้อโควิด-19
 

ราคาหุ้น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ช่วงเช้าวันนี้ (29 ก.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 35 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 3.7% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 155.35% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น BJC ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 3.7% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังเพิ่งประกาศนำเข้าอุปกรณ์ตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ด้วยน้ำลายจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจะวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ทั้ง 144 สาขาทั่วประเทศ โดย BJC ระบุว่า ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเป็น"บวก"ต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยให้รายได้ธุรกิจเครื่องมือและเวชภัณฑ์ของ BJC เพิ่มขึ้น เพราะคาดว่าการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง จะได้รับความนิยมมากในช่วงสั้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศยังทรงตัวสูง นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นที่เกี่ยวกับอุปกรณ์การแพทย์ ที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด อีกด้วย
 

*** งบ Q2/64 จ่อฟื้นแรงตามธุรกิจส่วนใหญ่ยังโตเด่น 
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ BJC ไว้ที่ 940 ล้านบาท เติบโตขึ้น 207% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากยอดขายธุรกิจดั้งเดิมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 12% จากปีก่อน, รายได้ค่าเช่าฟื้นที่ของบิ๊กซี เติบโตขึ้น 32% จากปีก่อน 

ประกอบกับ ในช่วงไตรมาส 2/64 ทาง BJC จะไม่มีการรับรู้รายจ่ายพิเศษ จากการปรับโครงสร้างและอื่นๆ สูงเหมือนช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกแล้ว ทั้งนี้ มีเพียงการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ของบิ๊กซี ที่คาดยังไม่ฟื้นตัวได้โดดเด่นนัก โดยประเมินติดลบ 12% แต่ยังดีกว่าไตรมาสก่อนที่ติดลบ 21.6%

เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ BJC มีแนวโน้มฟื้นตัวแรงเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ฐานกำไรสุทธิอยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจัยการฟื้นตัวของไตรมาสนี้ คือ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาส 2/64 จะเพิ่มขึ้น 18 bps จากปีก่อน สู่ระดับ 18.6% จากค่าใช้จ่ายลดลงหลังปรับโครงสร้างองค์กรในช่วงกลางปี 63

นอกจากนี้ ยอดขายในธุรกิจบรรจุภัณฑ์ และยอดขายขวดแก้ว มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งจากปีก่อน และ ไตรมาสก่อน จากความต้องการลูกค้ากลุ่มสินค้าเบียร์ และ Functional drink เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ สินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน จากการจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายของบิ๊กซี คาดว่าจะชะลอตัวตามการอุปโภคบริโภค จากผลกระทบการแพ่ระบาดโควิด-19 โดยคาดว่า SSSG ไตรมาส2/64 จะติดลบ 13% 
 

*** กูรูคาด จ่ายปันผลครึ่งปีแรก 0.20 บาท/หุ้น
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ BJC ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างโดดเด่น เพราะเป็นช่วงที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 มากนัก ดังนั้นจึงคาดว่า BJC จะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก อัตรา 0.20 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ระดับ 0.6%
 

*** โควิดฉุดกำไร Q3/64 วูบ YoY-QoQ ก่อนฟื้น Q4/64 รับไฮซีซั่น
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ BJC มีแนวโน้มอ่อนตัวลงทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่การแพร่ระบาดโควิด-19 รุนแรงที่สุด ส่งผลให้รัฐบาลต้องประกาศล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงสูง จำนวน 13 จังหวัด ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของบิ๊กซี สาขาใหญ่ มีแนวโน้มลดลง 45-50% ของรายได้ทั้งหมด 

เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/64 ของ BJC จะถูกกดดันอย่างหนัก จากการล็อกดาวน์ใน 13 จังหวัด ซึ่งกระทบต่อบิ๊กซีไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 70 สาขา (ทั้งหมด 151 สาขา) ซึ่งยังเปิดขายสินค้าบริโภคได้ แต่ต้องปิดโซนขายสินค้าอุปโภค รวมทั้งปิดพื้นที่เช่าร้านค้า และร้านอาหาร ขณะที่กลุ่มสินค้าบรรจุภัณฑ์ มีแนวโน้มชะลอตัวตามฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า กำไรสุทธิของ BJC ยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีในช่วงไตรมาส 4/64 หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีเป็นช่วงไฮซีซั่นของการขาย รวมทั้งบริษัทมีการควบคุมค่าใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงคาดเห็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิกลับมาอีกครั้ง
 

*** แต่โบรกฯ เริ่มหั่นเป้ากำไรปี 64 หลังกังวลโควิดมากขึ้น
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BJC ลงจากเดิม 20% เป็น 4.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการประกาศล็อกดาวน์ 13 จังหวัดของรัฐบาล ส่งผลกระทบให้กำไรสุทธิไตรมาส 3/64 มีแนวโน้มหดตัวแรง แต่กำไรสุทธิทั้งปี ของ BJC ยังเติบโตจากปีก่อนได้ เพราะมีแรงหนุนจาก การควบคุมค่าใช้จ่ายภายในได้ดีขึ้น

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ยังขอดูสถานการณ์ไตรมาส 3/64 เพื่อพิจารณาปรับประมาณการอีกครั้ง แต่ขณะนี้ ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BJC ตามเดิม ดังนี้
 

บล.   กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %chg YoY
เมย์แบงก์ฯ  5,923  48.03
ฟินันเซียฯ  5,556   38.86


*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากกำไรสุทธิครึ่งปีแรกของ BJC ยังเติบโตใกล้เคียงกับประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี ซึ่งไตรมาส 3/64 อาจเป็นช่วงที่แย่สุดของปีนี้ แต่ยังมีความหวังไม่แย่อย่างที่คิด หลังนำเข้าสินค้าเกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 เข้าจำหน่าย ขณะที่ไตรมาส 4 ยังเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจอีกด้วย
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     44.00
หยวนต้า ซื้อ     43.50
ทิสโก้  ซื้อ     41.00
โนมูระฯ  ซื้อ     40.00
ฟินันเซียฯ ถือ  39.00
ราคาเฉลี่ย  41.50


แม้นักวิเคราะห์จะมองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ BJC ที่กำลังจะประกาศออกมาในอีกไม่ช้า มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น แต่ดูเหมือนว่าราคาหุ้น BJC ยังไม่ค่อยตอบรับปัจจัยบวกดังกล่าวเท่าไรนัก สะท้อนจากราคาหุ้น 3 เดือนล่าสุดปรับตัวลงราว 1.4% สอดคล้องกับความเห็นโบรกฯส่วนใหญ่ ที่มองราคาหุ้น BJC ค่อนข้าง Laggard ขณะที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์ราว 19% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด