หุ้นเด่นวันนี้

BEM นิวโลว์รอบ 2 เดือน..โควิดฉุดกำไรฟื้นตัวช้า!

BEM นิวโลว์รอบ 2 เดือน..โควิดฉุดกำไรฟื้นตัวช้า!

BEM ปิดซื้อขายเช้านี้ลบ 0.63% คาดรับ sentiment เชิงลบผู้ติดเชื้อโควิดทำนิวไฮต่อเนื่อง แต่โบรกฯประเมินกำไร Q2/64 ยังโตแรง 97-133% จากฐานปีก่อนต่ำ – มีเงินปันผล TTW-CKP ช่วยกู้วิกฤติ แต่หวั่นโควิดยังลากยาว ส่งผลให้ต้องหั่นเป้ากำไรปีนี้เหลือ 1.2 - 2.1 พันลบ. ลุ้นผลงานกลับสู่ระดับปกติปี 65-66
 

*** ปิดเช้าลบ 0.63% กังวลผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งนิวไฮ
 

ราคาหุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 7.75 บาท ทำสถิติราคาหุ้นต่ำสุด (นิวโลว์) ในรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปที่ราคา 7.85 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ -0.63% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 157.98% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น BEM ปิดซื้อขายช่วงเช้าในแดนลบ เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยกดดัน จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) อีกครั้ง หลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 9 พันราย/วัน ซึ่งอาจกระทบการเดินทาง
 

*** แม้โควิดกระทบหนัก แต่ Q2/64 กำไรยังโตแรง
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของ BEM ยังมีกำไร เนื่องจากจะได้รับเงินปันผลจาก TTW และ CKP ราว 271 ล้านบาท เข้ามาชดเชยผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ได้

ทั้งนี้ จำนวนผู้ใช้บริการทางด่วน และรถไฟฟ้าเดือน พ.ค.64 ของ BEM ลดลง 24% และ 17% จากปีก่อน ตามลำดับ แต่เมื่อรวม 2 เดือนแรงของไตรมาส 2/64 ยังสามารถเติบโตได้เล็กน้อย เนื่องจากเดือน เม.ย.63 มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้น ส่วนเดือน มิ.ย.64 การใช้บริการทางด่วน และรถไฟฟ้า ฟื้นตัวจากเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังลดลงจากปีก่อน เนื่องจากการฟื้นตัวในปี 63 เร็วกว่าปีนี้ เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดไม่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน 

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ BEM ไว้ที่ 354 ล้านบาท เติบโตขึ้น 133% จากปีก่อน  และเติบขึ้น 16% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการรับรู้กำไรจากเงินปันผลรับ จาก TTW และ CKP

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ประเมิน กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ BEM ไว้ที่ 300-330 ล้านบาท เติบโตขึ้น 97-118% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการได้รับเงินปันผลจาก TTW และ CKP เข้ามาชดเชย ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสาม
 

*** โควิดรอบสาม ฉุดผลงานฟื้นช้ากว่าคาด 12 เดือน 
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ในประเทศ มีความรุนแรง และกินระยะเวลานานกว่าคาด ส่งผลให้ BEM สูญเสียโอกาสในการสร้างกระแสเงินสด (EBITDA) ราว 2.6 พันล้านบาท และการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน อาจต้องล่าช้าจากประมาณการเดิมออกไปราว 12 เดือน โดยประเมิน จำนวนผู้ใช้บริการทางด่วนของ BEM จะกลับสู่ระดับสู่ปกติในปี 65 ส่วนรถไฟฟ้ากลับสู่ระดับปกติในปี 66

ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานของ BEM จะได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในปี 65 ภายหลังการแพร่ระบาโควิด-19 สงบลง และการฉีดวัคซีนครอบคลุมจำนวนประชากรในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขึ้น ประกอบกับ การเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง, สีเหลือง และ สายสีชมพู จะช่วยกระตุ้นการเดินทางเพิ่มขึ้น
 

*** กูรูทยอยหั่นเป้ากำไรปีนี้ หลังโควิดรุนแรงกว่าคาด
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BEM ลงจากเดิมอีก 31% เป็น 1.2 พันล้านบาท หดตัว 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ที่รุนแรงกว่าคาด ส่งผลให้ต้องปรับลดประมาณการ จำนวนผู้ใช้บริการทางด่วน และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งปีลง 2% และ 31% ตามลำดับ 

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 และ 65 ของ BEM ลงจากเดิมอีก 45% และ 22% ตามลำดับ เป็น 2.1 พันล้านบาท และ 3.7 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยมีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ที่รุนแรง และยาวนานกว่าคาดการณ์
 

*** มีลุ้นได้งานบริหารเดินรถไฟฟ้าสีม่วง มองหนุนราคาหุ้นช่วงสั้น
 

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ (รฟม.) ระบุว่า ได้เปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) วงเงิน 7.8 หมื่นล้านบาท โดยใช้วิธีประกวดราคานานาชาติ (International Bidding) ซึ่งเปิดให้เอกชนซื้อเอกสารประกวดราคา ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. - 7 ต.ค.64 และยื่นขอเสนอได้ในช่วงเดือน ต.ค.นี้

โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า BEM มีโอกาสสูง ที่จะได้งานบริหารเดินรถไฟฟ้าโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นบริษัท ที่อยู่ในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่อย่าง CK ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะชนะการประมูลโครงการดังกล่าว โดยหาก BEM ได้รับงานบริหารเดินรถไฟฟ้าโครงการดังกล่าวจริง จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น BEM ในระยะสั้น 
 

*** โบรกฯ ยังคงแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ยังมีแนวโน้มเติบโตสวนกลุ่ม ท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรง ประกอบกับ BEM ยังเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะเป็นผู้นำการฟื้นตัวของหุ้นในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     12.00
ฟิลลิป  ซื้อ     10.20
หยวนต้า ซื้อ     10.10
โนมูระฯ  ซื้อ     10.00
ดีบีเอสฯ  ซื้อ     9.60
ราคาเฉลี่ย 10.38


แม้ผลการดำเนินงานของ BEM ตั้งแต่ปี 63-ปัจจุบัน จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 มาตลอด แต่ข้อดีของ BEM คือ เป็นหุ้นเพียงไม่กี่บริษัท ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ยังสามารถรายงานกำไรสุทธิได้ทุกไตรมาส ตั้งแต่การแพร่ระบาดดังกล่าวเริ่มต้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังมีเงินปันผลจากบริษัทร่วมมาช่วยพยุงสถานการณ์ไว้ได้

แต่สิ่งที่ท้ายทายสำหรับ BEM คือ ตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นปีที่นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 จะคลี่คลายลง BEM จะสามารถกลับมารายงานกำไรสุทธิ ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้หรือไม่ ?







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด