หุ้นเด่นวันนี้

TIDLOR เด้งสวนตลาด..จับตากำไรโตแรง 3 ปีซ้อน!

TIDLOR เด้งสวนตลาด..จับตากำไรโตแรง 3 ปีซ้อน!

TIDLOR ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 1.9% สวนทาง SET ที่ปิดลบ 4.77 จุด คาดรับปัจจัยหนุน งบ Q2/64 โตทั้ง YoY-QoQ ขณะที่โบรกฯ ประเมินกำไร Q3/64 ยังโตต่อเนื่อง หลังสินเชื่อหนุน- ค่าใช้จ่ายลด ประเมินพักชำระหนี้ 2 เดือน กระทบผลงานเล็กน้อย จับตากำไรปี 64–66 โตเฉลี่ยเกิน 30-32%
 

*** ปิดเช้าบวก 1.9% หลังงบ Q2/64 จ่อโตทั้ง YoY-QoQ
 

ราคาหุ้น บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ช่วงเช้าวันนี้ (4 ส.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 40.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 40.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.9% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 182.17% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TIDLOR ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 1.9% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 4.77 จุด หรือ -0.31% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการเตรียมประกาศงบการเงินไตรมาส 2/64 ที่คาดว่ากำไรสุทธิ จะเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อน (QoQ)
 

*** รายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม – สินเชื่อโต แรงหนุนสำคัญช่วงโค้ง 2
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ TIDLOR ไว้ที่ 824 ล้านบาท เติบโตขึ้น 193% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน, สินเชื่อขยายตัว 10% จากปีก่อน ประกอบกับ Loan Yield ที่เพิ่มขึ้น ตามสัดส่วนลูกหนี้ที่ให้ความช่วยเหลือลดลงเป็น 3% ของสินเชื่อรวม
 
นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดําเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to income) ลดลงทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน โดย TIDLOR ไม่มีมาตรการผ่อนปรน VAT เหมือนปีก่อน 

เช่นเดียวกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ TIDLOR ไว้ที่ 820 ล้านบาท เติบโตขึ้น 192% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจาการเติบโตของสินเชื่อรวม และไม่ได้มีการยกเว้นดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เหมือนปีก่อน

ส่วนสาเหตุ ของกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อน มีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของสินเชื่อรวม และการเพิ่มขึ้นของ Yield on loan จากไม่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหมือนคู่แข่ง ด้านคุณภาพสินทรัพย์ (NPL Ratio) คาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 1.55% เทียบไตรมาสก่อนอยู่ที่ 1.50%
 

*** กูรูชี้พักหนี้ 2 เดือน – ลดดอกเบี้ย ฉุดกำไรเล็กน้อย
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินว่า TIDLOR จะได้รับผลกระทบจากมาตรการพักชำระหนี้ 2 เดือน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่มี Loan yield มากกว่า 20% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจาก TIDLOR มีสัดส่วนสินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงเพียง 12% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่ ลูกหนี้ที่ขอเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ ยังไม่มีปริมาณสูงอย่างมีนัยสำคัญ
 

*** กำไร Q3/64 โตต่อเนื่อง สินเชื่อหนุน – ค่าใช้จ่ายลด
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ TIDLOR มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงกว่าไตรมาส 2/64 เนื่องจากสินเชื่อของ TIDLOR ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง หลังนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO บางส่วนไปชำระคืนเงินกู้ แต่จะถูกชดเชยด้วย Credit Cost ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ตามการแพร่ระบาดโควิด-19

 
*** จุดเด่น คือ ลอยตัวเหนือการแข่งขันในตลาด

 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า การแข่งขันในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ ณ ปัจจุบัน  มีการแข่งขันด้านราคากันอย่างดุเดือด แต่ TIDLOR จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากการแข่งขันดังกล่าว เนื่องจาก TIDLOR ใช้กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อที่แตกต่างจากคู่แข่งพอสมควร
 
ทั้งนี้ การปล่อยสินเชื่อของ TIDLOR มีความน่าสนใจกว่า เพราะให้อัตราสินเชื่อต่อมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงกว่าถึง 70% ขณะที่คู่แข่งรายอื่นในตลาด ให้อัตราสินเชื่อต่อมูลค่าสินทรัพย์อยู่ในกรอบ 40-60% เท่านั้น

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้กลยุทธ์ดังกล่าวของ TIDLOR จะมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์กว่าคู่แข่งรายอื่น แต่ TIDLOR มีการบริหารจัดการที่ดีกว่าคู่แข่ง สะท้อนจากการตั้งสำรองที่ระมัดระวังกว่าคู่แข่งในตลาด
 

*** จับตากำไร 3 ปีจากนี้ (64 - 66) โตเฉลี่ย 30-32%

 
บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า กำไรสุทธิปี 64 – 66 ของ TIDLOR มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 32% ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุน จากสินเชื่อรวมเติบโตขึ้นเฉลี่ย 18% ต่อปี ตามการใช้ประโยชน์จากระบบดิจิตอล และคาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 25% ต่อปี จากธุรกิจขายประกันเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของรายได้ดังกล่าว 

สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 – 66 ของ TIDLOR เติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี โดยมีปัจจัยหนุนจากสินเชื่อปี 64 – 66 เติบโต 16 – 18% จากการขยายสาขาใหม่ 500 แห่ง ภายในปี 66 (เพิ่มขึ้น 46% จากสิ้นปี 63 ที่มีสาขา 1,076 แห่ง) และความต้องการสินเชื่อฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ ประกอบกับ ผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง

นอกจากนี้ ยังคาดว่า รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปี 64 – 66 จะเติบโต 27 – 29% เนื่องจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย มีการเติบโตที่แข็งแกร่งที่ 35-40% ซึ่งชดเชยค่าธรรมเนียมการเก็บหนี้ที่อ่อนแอลงได้ ประกอบกับ ต้นทุนของ TIDLOR จะค่อยๆลดลง เนื่องจากอันดับ TRIS Rating ได้รับการอัพเกรดเป็น A จาก A- ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เทียบกับ BBB+ ของ MTC และ SAWAD ซึ่งช่วยลดการตั้งสำรองส่วนเกินได้อีกมากพอสมควร
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลประกอบการของ TIDLOR ยังอยู่ในช่วงของการเติบโตที่โดดเด่นทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ขณะที่กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดของ TIDLOR ยังช่วยทำให้มีความได้เปรียบคู่แข่งในตลาดอยู่หลายด้านพอสมควร 
 

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบีฯ ซื้อ     57.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ     54.00
โนมูระฯ ซื้อ     53.00
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     50.00
ราคาเฉลี่ย 53.50


ราคาหุ้น TIDLOR ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน มีอัพไซด์สูงถึง 31.28% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ และแม้ราคาหุ้นเช้านี้จะบวกเพิ่ม 1.9% แต่ช่วง 1 เดือนล่าสุด ราคาหุ้น TIDLOR กลับปรับตัวลดลง 3.03% สะท้อนว่า ราคาหุ้นยังไม่ได้ตอบรับข่าวงบการเงินทั้งในระยะสั้น และระยะยาว มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นมากเท่าไรนัก...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด