หุ้นเด่นวันนี้

BEAUTY โบรกฯ รุมหั่นเป้า จับตาขาลงสิ้นสุดตรงไหน?

BEAUTY โบรกฯ รุมหั่นเป้า จับตาขาลงสิ้นสุดตรงไหน?

    BEAUTY ดิ่งต่อเกือบติดฟลอร์เป็นวันที่สอง นักลงทุนแพนิคหลังผู้บริหารยอมรับกำไร Q2/61 พลาดเป้า ด้านนักวิเคราะห์รุมหั่นเป้าทั้งกำไรและราคาหุ้น จับตาราคาจบขาลงตรงไหน หลังร่วงหลุด 7 บาท ซึ่งเป็นเป้าหมายต่ำสุดไปแล้ว

    ราคาหุ้นบมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ยังเจอแรงเทขายต่อเนื่องตั้งแต่เปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ โดยราคาปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดที่ 6.45 บาท ใกล้ฟลอร์ที่ 6.40 บาท  หรือเกือบติดฟลอร์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 7.25 บาท ลดลง 1.85 บาท หรือ 20.33% มูลค่าการซื้อขายเป็นอันดับ 1 ที่ 8.56 พันล้านบาท ขณะที่ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายยังเพิ่มขึ้นกว่า 345% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    BEAUTY ประกอบธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้ 5 แนวคิด ได้แก่ บิวตี้บุฟเฟต์ , บิวตี้คอทเทจ , บิวตี้มาร์เก็ต , เมด อิน เนเจอร์ และบิวตี้พลาซ่า ณ สิ้นไตรมาส 1/61 มีสาขาภายในประเทศไทยรวมทั้งหมด 364 สาขา และสาขาในต่างประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์, เวียดนาม รวม 16 สาขา

    BEAUTY นับเป็นหุ้น Growth stock ขวัญใจนักลงทุน ตั้งแต่เข้าซื้อขายเมื่อเดือน ธ.ค. 55 ที่ราคา IPO 8 บาท (พาร์ 1 บาท) หรือ 0.80 บาท (ที่พาร์ปัจจุบัน 0.10 บาท) ขึ้นมาทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 23.70 บาท ในเดือนเม.ย. 61 คิดเป็นการเติบโตถึง 2,862% ภายใน 5 ปี 5 เดือน ตามกำไรสุทธิที่ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 55 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 173.70 ล้านบาท มาเป็น 1,229.32 ล้านบาทในปี 60

    ส่วนไตรมาส 1/61  BEAUTY มีกำไรสุทธิ 282.41 ล้านบาท เติบโต 41.45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นการเติบโตที่ชะลอลงหากเทียบในอดีตที่ 50 - 130% ประกอบกับประเด็นความกังวลกรณีเครื่องสำอางไม่ได้มาตรฐาน อย. ซึ่งแม้ว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ จะมี อย.ทุกตัว แต่ก็ส่งผลต่อบรรยากาศตลาดเครื่องสำอาง ส่งผลให้ราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดที่ 23.70 บาท 

    นอกจากนี้ยังมีข่าวลือมากมายทั้งผู้บริหารจะขายหุ้นอีก สินค้าไม่มี อย., สร้างยอดขายปลอมเพื่อตกแต่งบัญชี หรือ แม้แต่ผู้บริหารป่วยหนัก ส่งผลให้ นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEAUTY ตัดสินใจเปิดแถลงข่าวและให้ข้อมูลนักวิเคราะห์ จัดขึ้นเมื่อวานนี้ (4 ก.ค.) ปฏิเสธทุกข่าวลือที่เกิดขึ้น แต่แทนที่จะช่วยพยุงราคาหุ้น กลับมีแรงเทขายออกมาอย่างหนักจนติดฟลอร์ และยังร่วงต่อเกือบ 2 ฟลอร์ในช่วงเช้าที่ผ่านมา 

    สาเหตุหลักที่ทำให้ BEAUTY ยังร่วงต่อเนื่อง น่าจะเป็นกรณีที่ผู้บริหารออกมายอมรับเป็นครั้งแรก ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 

    วานนี้ (4 ก.ค.) นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEAUTY ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ปฏิเสธทุกข่าวลือว่าไม่เป็นความจริง พร้อมยอมรับว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 จะทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับผลจากประเด็น อย.ของผู้ประกอบการรายอื่น ที่ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้า แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้แล้ว ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลังที่เป็นไฮซีซั่น ทำให้ผลประกอบการทั้งปีจะยังเติบโตตามเป้าหมาย หรือมีรายได้ที่ 4,290 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่ากำไรทั้งปีจะเติบโตจากปีก่อน แต่โตในอัตราที่ชะลอลง 

    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ ตบเท้าหั่นประมาณการและราคาเป้าหมาย BEAUTY ลงทันที 2-3 เท่าตัว หลังได้รับข้อมูลจากผู้บริหาร เหลือเพียง 7 - 15.5 บาท จากเดิมที่ 20.50 - 25 บาท โดยประเมินกำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 จะหดตัวจากทั้ง QoQ และ YoY ขณะที่แผนการลงทุนระยะยาวยังเหนื่อย ทั้งการแข่งขันสูงในประเทศ และตลาดจีนที่มีคำสังห้ามนำเข้าสินค้าจำพวกผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล ทำให้ถูกปรับกำไรสุทธิปี 61-62 ลง ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายจัดหนักเขี่ยออกจากรายชื่อหุ้น Growth Stock ไปแล้ว

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุมีความกังวลกับแนวโน้มการเติบโตของ BEAUTY มากขึ้น โดยระยะสั้นคาดว่ากำไรสุทธิ Q2/61 จะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 273.18 ล้านบาท นับเป็นการชะลอตัวครั้งแรกตั้งแต่เข้าซื้อขายตลาด ซึ่งมีเหตุผลจากยอดขายในกลุ่ม Beauty Cottage ที่ชะลอตัวหนัก และผลของการคุมเข้มสินค้าและโรงงานผลิตเครื่องสำอางของอย.ในขณะนี้ ทำให้การออกสินค้าใหม่ล่าช้า รวมถึงทำให้การส่งออกสินค้าไปจีนยากขึ้นด้วย

    ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหาของ BEAUTY คือการมุ่งทำตลาดส่งออกแบบ Cross-border E-commerce และช่องทาง Modern Trade ซึ่งมองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถึงจะเป็นตลาดที่ใหญ่ แต่การแข่งขันก็สูงมากเช่นกัน ดังนั้นจึงปรับลดกำไรปีนี้ลง 26% เหลือเพียง 1,168 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน 

    แนะนำ "ขาย" ที่ราคาเป้าหมาย 7 บาท จากเดิม "ซื้อ" ที่ 20.50 บาท พร้อมทั้งเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าจากเดิม DCF เป็น Relative PE ที่ 18 เท่า เพราะกำไรระยะยาวเริ่มคาดการณ์ได้ยากขึ้น

    บล.เคทีบี เผยมีมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทจากผลกระทบการตรวจจับอ.ย. และสงครามการค้าของระหว่างสหรัฐและจีน โดยคาดกำไรสุทธิ Q2/61 จะอยู่ที่ 260 ล้านบาท หดตัว 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสแรก ซึ่งมีสาเหตุจาก 1)รายได้จาก Beauty Cottage ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2)ผลกระทบจากการเข้มงวดของ อ.ย. ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง และ 3) การส่งออกสินค้าไปจีนชะลอตัว จากปัญหาเรื่องข่าวการตรวจจับของ อ.ย. ของไทย ส่งผลให้ยอดขายจากต่างประเทศชะลอตัว  จึงได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 61 22% เหลือมีกำไรสุทธิในปีนี้อยู่ที่ 1,073ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น = 0.36 บาท) และปรับลดกำไรปี 62 อีก 31% เพื่อสะท้อนปัจจัยลบดังกล่าว และคาดว่าระยะสั้นราคาหุ้นจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบนี้อยู่ 

    แนะนำ "ซื้อสะสม" ปรับราคาเป้าหมายลงมาที่ 12.30 บาท จากเดิม 25 บาท อิง PER ปี 62 ที่ 24.2x (-1SD) สะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่ชะลอลง แต่ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมากว่า 60% ในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา จนมาเทรดที่ PER ปี 61 ที่ 21 เท่า ซึ่งต่ำกว่า-1SD ของ ค่าเฉลี่ย PER (5 ปี) ของ BEAUTY ที่ 33 เท่า  ดังนั้นเรามองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว 

    บล.กสิกรไทย แนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเป้าหมาย BEAUTY ลงเหลือ 12.00 บาทจาก 26.00 บาท หลังจากปรับลดประมาณการกำไรปี 61-63 ลง ทั้งนี้ราคาหุ้นที่ปรับลดลง 30% เมื่อวานนี้ เป็นผลมาจากการตื่นตระหนกเกินไปต่อภาพรวมที่อ่อนแอในปี 61 และทำให้มูลค่าหุ้นปัจจุบันลงมาอยู่ในระดับต่ำที่ PER 23 เท่าสำหรับปี 61 ซึ่งนับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั่วโลก

    ในด้านกำไรไตรมาส 2/61 คาดว่าจะปรับลดลง YoY และ QoQ สืบเนืองจากแรงกดดันจากยอดขายที่อ่อนแอทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการที่จีนมีคำสังห้ามนำเข้าสินค้าจำพวกผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (personal care) แต่ก็มองว่ากำไรจะฟื้นตัวขึ้นในครึ่งหลังของปี 61 เพราะคาดว่าความเชื่อมันของกลุ่มลูกค้าจะปรับดีขึ้น ขณะเดียวกันก็คาดว่าการส่งออกและยอดขายในโมเดิร์นเทรดจะปรับดีขึ้น ทั้งนี้การขยายตัวของรูปแบบการค้าขายออนไลน์แบบไร้พรมแดนข้ามซีกโลก (CBEC) ก็จะช่วยลดปัญหาด้านกฎเกณฑ์ในปัจจุบันลง เพราะสามารถดำเนินการขายผ่านช่องทางของผู้ค้าส่งเดิมได้

    บล.ยูโอบี เคย์เฮียน เผยปัจจุบันหุ้นเสียความเป็น growth stock และมีแนวโน้มถูกซื้อขายด้วย PER ที่ลดลง (de-rating) ตัวเลขคาดการณ์เป้าหมายเติบโตรายได้และอัตรากำไรใหม่แสดงถึงความเป็นไปได้ที่กำไรปีนี้จะลดลง 25% เหลือเพียง 900 ล้านบาท ต่ำกว่าตัวเลขกำไรเฉลี่ยที่ตลาดคาดที่ 1,600 ล้านบาทมาก หากอิง PER 25-30 เท่า (จากอดีต 50-60 เท่า) ราคาเหมาะสมอาจลดลงเหลือเพียง 7.7-9.2 บาท และยังคงมุมมองระวังต่อหุ้นในกลุ่มเครื่องสำอาง

    บล.เอเซีย พลัส คาดกําไร Q2/61 น่าผิดหวังทรงตัว yoy ทําให้กําไรสุทธิครึ่งปีแรกจะทําได้เพียง 30.7% ของประมาณการกําไรทั้งปี ขณะที่ครึ่งปีหลังยังฟื้นตัวได้ช้าการสร้างสินค้าขึ้นมาทดแทนของเดิมมีโอกาสแย่กว่าคาด อีกทั้งผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐ – จีน มีโอกาสทําให้ยอดขายและกําไรปี 61 ตํ่ากว่าคาด จึงปรับลดประมาณการฯ ปี 2561-62 ลงจากเดิม เฉลี่ยปีละ 24.8% ส่งผลให้กําไรปี 2561 เหลือเติบโต 23% และ 7.8% ในปี 2562 ไม่มีความโดดเด่นมากกว่าหุ้นค้าปลีกขนาดใหญ่อื่นๆแล้ว 

    ปรับลด Fair Value ลดลงมาอย่ทูี่ 13 บาท จากเดิม 21 บาท อีกทั้ง Sentiment ลบที่ยังอยู่จึงแนะนำ ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน

    บล.กรุงศรี ระบุว่า ปัจจุบัน BEAUTY ไม่ใช่หุ้น Growth Stock ในฝันอีกแล้ว โดยคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/61 จะอยู่ที่ 250 ล้านบาท ลดลง 8% จากปีก่อน และ 11% จากไตรมาสแรก ผิดจากประมาณการที่คาดไว้ 335 ล้านบาท เนื่องจากการชะลอตัวของ Beauty Cottage ที่ได้รับความนิยมลดลง และข่าวอย.ที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังมากขึ้น

    พร้อมปรับยอดขายปีนี้ลง 13% มาที่ 4,150 ล้านบาท และลดกำไรสุทธิในปี 61 ลง 20% เหลือ 1,195 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อนจากการแข่งขันในประเทศที่รุนแรงมาก และความล่าช้าจากอย.ทำให้การออกสินค้าใหม่เป็นเรื่องยาก และค่าใช้จ่ายคาดจะเพิ่มขึ้นจากการสร้างแบรนด์ในประเทศคู่ค้าทั้ง 11 ประเทศ ทำให้ SG&A to sales จะเพิ่มมาเป็น 32% จากเดิม 29.5%

    แนะนำ "ขาย" ที่ราคาเป้าหมาย 8 บาท จากเดิม 21 บาท อิง DCF(6.7% WACC, 0.8x beta, 1.0% LTG) โดยปรับลด LTG ลงจาก 2% เหลือ 1% นักลงทุนจะชะลอการลงทุนไปจนกว่าการเติบโตจะกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ

    BEAUTY ถูกกระหน่ำขายด้วยความผิดหวัง หลังจากผลประกอบการมีแนวโน้มชะลอลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าซื้อขาย อย่างไรก็ดีราคาหุ้นขณะนี้ลงไปต่ำกว่าเป้าหมายของนักวิเคราะห์หลายรายไปแล้ว จึงน่าจับตาว่าแรงขายที่ออกมาจะใกล้สะเด็ดน้ำหรือยัง

                                       คำแนะนำ        ราคาเป้าหมายใหม่    ราคาเป้าหมายเดิม
บล.ฟินันเซีย ไซรัส            ขาย                            7                           20.50
บล.กรุงศรี                          ขาย                            8                           21
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส          ถือ                             9                           26
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน             -                          7.7 - 9.2                      -
บล.กสิกรไทย                    ซื้อ                             12                          26
บล.เคทีบี                      ซื้อสะสม                         12.3                       25
บล.เอเซีย พลัส           เลี่ยงลงทุน                       13                          21
บล.บัวหลวง                      ซื้อ                             15.5                        25.50







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด