หุ้นเด่นวันนี้

BCH นิวไฮรอบ 2 เดือน ...กำไรปี 65 ยังมีอัพไซด์!

BCH นิวไฮรอบ 2 เดือน ...กำไรปี 65 ยังมีอัพไซด์!

เช้านี้ BCH ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน หลังโควิดกลายพันธุ์สู่"โอไมครอน" แต่โบรกฯคาดงบ Q4/64 หดตัว QoQ เหตุโควิดในประเทศเบาลง แต่ยังโต YoY ได้ จากรายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น คาดกำไรปี 65 โตแจ่ม เทียบปีปกติ (ปี 63) ตามผู้ป่วย Non-Covid ฟื้นตัว แถมยังมีอัพไซด์วัคซีนโมเดอร์น่า ล็อต 2
 

*** นิวไฮ 2 เดือน หลังโควิดกลายพันธุ์ต่างประเทศ
 

ราคาหุ้น บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ช่วงเช้าวันนี้ (29 พ.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 21.90 บาท ทำนิวไฮในรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคาดังกล่าว เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 4.78% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 135.23% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้เช้านี้ ราคาหุ้น BCH ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 2 เดือน เนื่องจาก กำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังนักลงทุน เริ่มมีความกังวลมากขึ้น จากที่หลายประเทศ เริ่มมีการพบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิดใหม่ ชนิด"โอไมครอน"ที่มีต้นตอจากทวีปแอฟริกา 
 

*** งบ Q4/64 จ่อสะดุดเล็กน้อย หลังโควิดในประเทศดีขึ้น
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ BCH มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2.8 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เริ่มคลี่คลายลง

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ BCH ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อนได้ เนื่องจากในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ยังมีผู้ป่วยโควิด-19 Admit ที่โรงพยาบาลในเครือ BCH เฉลี่ย 5 พันคน/วัน ขณะที่ จำนวนผู้ป่วยที่ Admit ตั้งแต่ต้นปี – 26 พ.ย.64 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 พันคน/วัน ซึ่งเป็นสถิติที่ยังสูงกว่าในช่วงไตรมาส 2/64

นอกจากนี้ ยังคาดว่า รายได้ประกันสังคมในช่วงไตรมาส 4/64 จะเติบโตขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และ ไตรมาสก่อน ตามผู้ป่วยที่ไม่ใช่โควิด-19 ฟื้นตัว ผ่านการใช้บริการผ่าตัด, บริการทันตกรรม และ บริการตรวจสุขภาพเพิ่มขึ้น

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ BCH มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน ตามทิศทางการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้รายได้จากการบริการดังกล่าวปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
 

*** วัคซีนโมเดอร์น่ามาถึงแล้ว เริ่มบุ๊ครายได้ตั้งแต่ พ.ย.นี้
 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า BCH เริ่มรับรู้รายได้ จากวัคซีนทางเลือกโมเดอร์น่า ตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป โดยคาดว่า ภายในไตรมาส 4/64 ทาง BCH จะรับรู้รายได้จากวัคซีนดังกล่าว จำนวน 5 แสนโดส ซึ่งคิดเป็น 50% ของจำนวนที่จัดสรร 1.06 ล้านโดส และยังเป็นจำนวนที่สูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนอีกด้วย

ขณะที่ การนำเข้าวัคซีนโมเดอร์น่า ในล็อตที่ 2 ของ BCH คาดว่า จะนำเข้ามาในช่วงไตรมาส 1-3/65 ซึ่งฝ่ายวิจัยยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ของเรา

ขณะที่ บล.เอเชีย เวลท์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วัคซีนโมเดอร์น่า จะยังเป็นปัจจัยหนุนต่อผลการดำเนินงานของ BCH ราว 2 ไตรมาส คือ ช่วงไตรมาส 4/64 ที่จะรับรู้รายได้จากล็อตแรก และ ช่วงไตรมาส 1/65 ที่จะรับรู้รายได้จากวัคซีนล็อต 2 ซึ่งวัคซีนล็อต 2 ได้รับผลการตอบรับที่ดีจากบุคคลทั่วไป และ ลูกค้าองค์กร สั่งจอง
 

*** กูรูอัพเป้ากำไรปีนี้ หลัง 9 เดือนโตเกินคาด – บุ๊ครายได้วัคซีน 
 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BCH ขึ้นเป็น 5.8 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 374% จากปีก่อน หลังผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 64 เติบโตสูงกว่าคาด สะท้อนจากรายได้โรงพยาบาลที่ทำได้ 2.05 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 131% จากปีก่อน

เช่นเดียวกับ บล.เอเชีย เวลท์ ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BCH ขึ้นจากเดิมอีก 31% เป็น 5.07 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 313% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนเติบโตสูงกว่าคาด ประกอบกับ เตรียมรับรู้รายได้วัคซีนโมเดอร์น่า ในช่วงไตรมาส 4/64 และ 1/65 และ โรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง อย่าง อรัญประเทศ, ปราจีนบุรี และ เวียงจันทน์ พลิกมีกำไรแล้ว
 

*** แม้กำไรปี 65 ส่อหดตัวแรง แต่เทียบปีปกติ (63) ยังโตแจ่ม
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ BCH ไว้ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 67% จากปีก่อน เพราะฐานกำไรปี 64 อยู่ในระดับสูงผิดปกติ จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่เทียบกำไรสุทธิปี 63 ซึ่งเป็นฐานกำไรปกติ ยังเติบโตโดดเด่นถึง 31% จากปี 63

ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนดังกล่าว คือ จำนวนผู้ป่วยทั่วไปฟื้นตัวขึ้น 20% จากปี 63 ตามความต้องการในกลุ่มโรคเรื้องรัง, ผ่าตัด และ ทันตกรรม เป็นต้น ประกอบกับ โควตาผู้ประกันตน จะเพิ่มขึ้นอีก 2.1 แสนคน หรือ 24% ส่งผลให้ปี 65 ทาง BCH จะมีโควต้าผู้ประกันตน รวมทั้งหมด 1.5 ล้านคน เทียบปี 64 ที่มีอยู่ 1.2 ล้านคน โดยเป็นการขยายตัวให้กับ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น, บางแค และ รัตนาธิเบศ

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ BCH ไว้ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 67% จากปีก่อน เพราะฐานกำไรปี 64 อยู่ในระดับสูงผิดปกติ แต่เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปีปกติ (ปี62 -63) ถือว่า กำไรสุทธิของ BCH ยังเติบโตได้โดดเด่น จากทั้ง Organic growth ซึ่งเป็นการปรับฐานรายได้ และ กำไรสูงขึ้น
 

*** กำไรปี 65 ยังมีอัพไซด์ จากวัคซีนโมเดอร์น่า ล็อต 2 
 

บล.เคทีบี เอสที ระบุว่า ประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ของ BCH ที่คาดไว้ 1.6 พันล้านบาท ยังมีอัพไซด์ จากวัคซีนโมเดอร์น่า ล็อต 2 อีกราว 1.2 ล้านโดส ที่ยังไม่ได้รวมในประมาณการ ประกอบกับ ฐานลูกค้าใหม่ ที่ได้จากการรักษาโควิด-19 อีกราว 4.5 แสนราย ที่มีแนวโน้มกลับมาใช้บริการอื่นๆของโรงพยาบาลในปี 65

เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง ที่ระบุว่า หลังการประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหาร BCH ที่ให้ข้อมูลปี 65 ไปในทิศทางเชิงบวกกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เดิม ส่งผลให้ มีโอกาสที่นักวิเคราะห์ในตลาด จะปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ของ BCH ขึ้นจากเดิม หลังเริ่มเห็นอัพไซด์ ต่อผลการดำเนินงาน
 

*** โบรกฯชี้ ทั้ง Valuation – พื้นฐาน ยังน่าสนใจสะสม 
 

บล.เคทีบี เอสที ระบุว่า มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบันของ BCH ยังมีความน่าสนใจ สะท้อนจากราคาหุ้น 3 เดือนหลัง ปรับตัวลง Underperform ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ราว 15% จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ขณะที่ ราคาหุ้นเทรด P/E ปี 65 ที่ 31 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี เล็กน้อย ที่เทรดเฉลี่ย 33 เท่า ประกอบกับ ผลการดำเนินงานปกติที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 จะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป  

สอดคล้องกับ บล.เอเชีย เวลท์ ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากอิงปัจจัยทางพื้นฐาน ถือว่า BCH ยังมีความน่าสนใจอยู่มาก แม้กำไรปี 65 จะหดตัวแรงจากปีก่อน แต่เทียบปีปกติ (ปี 63) ยังเติบโตโดดเด่น เพราะ BCH เตรียมพร้อมรับมือ หลังช่วงโควิด-19 คลี่คลายเป็นอย่างดี จากการให้บริการที่หลายหลายมากขึ้น พยายามเพิ่มทั้งผู้ป่วยเงินสด, ประกันสังคม  และ ต่างชาติ 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานปี 65 ของ BCH ยังเติบโตโดดเด่น เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานปกติ (ปี 63) หลังเร่งเพิ่มรายได้จากการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบกับ เร่งเพิ่มรายได้จากลูกค้าทุกประเภท 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
โนมูระฯ   ซื้อ     33.00
หยวนต้า ซื้อ     31.20
ฟิลลิป   ซื้อ     30.00
เคทีบีฯ  ซื้อ     28.00
ซีจีเอสฯ  ซื้อ     26.00
บัวหลวง  ซื้อ     26.00
ราคาเฉลี่ย 29.03


หากอ้างอิงข้อมูลของนักวิเคราะห์ ดูเหมือว่า อัพไซด์จากประมาณการกำไรสุทธิปี 65 มีสาเหตุหลัก จากการรับรู้รายได้วัคซีนโมเดอร์น่า ล็อต 2 กับ ฐานลูกค้าใหม่ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 4 แสนคนเท่านั้น ซึ่งโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ยังคงสมมติฐานการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ตั้งแต่ไตรมาส 4/64 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาการกลายพันธุ์ของโควิด-19 ว่า จะมีการแพร่เชื้อไปในวงกว้างได้มากแค่ไหน ซึ่งหากเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ยังคงปริมาณเพิ่มขึ้น และ หลุดรอดเข้ามาในประเทศไทยได้ อาจเป็นอัพไซด์ ให้กับผลการดำเนินงานปี 65 ของ BCH เพิ่มเติมได้เช่นกัน ....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด