หุ้นเด่นวันนี้

JMT ดิ่งสวนร่วมทุนชัด ...ส่องพื้นฐาน ยังแกร่งอยู่ไหม ?

JMT ดิ่งสวนร่วมทุนชัด ...ส่องพื้นฐาน ยังแกร่งอยู่ไหม ?

เช้านี้ JMT ดิ่งสวนทางดีลร่วมทุน KBANK ชัด แต่โบรกฯยังมองบวกดีลดังกล่าว คาดสร้างกำไรเพิ่ม 30 ลบ. และ 100 ลบ. ในปี 65 – 66 ตามลำดับ หนุนกำไรมีอัพไซด์ 1 - 3% ขณะที่ คาดกำไรปีนี้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ชี้ Q2/65 เป็นจุดเริ่มต้นกำไรโต YoY – QoQ มองพื้นฐานหุ้นยังมีความน่าสนใจเข้าสะสม !
 

*** เช้านี้หุ้นดิ่ง สวนดีลร่วมทุน KBANK ชัด 
 

ราคาหุ้น บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ช่วงเช้าวันนี้ (29 มิ.ย.65) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 70.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 75.50 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ -0.33% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 180.16% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยราคาหุ้น JMT เช้านี้ ที่ปรับตัวลง 0.33% ยังเป็นการลดลง สวนทางปัจจัยบวก อย่าง บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจ จำกัด (JAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JMT ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพกับบริษัท กสิกร วิชั่น จำกัด (KVISION) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) 

ด้วยการจัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด (JK AMC) โดย JAM ได้ถือหุ้นใน JK AMC และ KVISION ในสัดส่วนรายละ 50% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดย ณ วันจดทะเบียนจัดตั้ง (29 มี.ค.65) มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท และปัจจุบัน มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1 หมื่นล้านบาท
 

*** โบรกฯยังมองบวกดีลร่วมทุน JMT - KBANK
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อการร่วมทุนดังกล่าว โดยมองว่า การร่วมทุนของ JMT กับ KBANK ครั้งนี้ จะมีประโยชน์กับ JMT เพราะจะได้ประโยชน์ในแง่ได้รับกำไรจากการบริหารจัดการ ส่วน KBANK จะได้รับอานิสงส์ จากการจัดการปัญหา NPL และ NPA 

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การร่วมทุนดังกล่าว จะช่วยเพิ่มอัพไซด์ ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 65 – 66 ของ JMT ที่เราประเมินไว้ 2.3 พันล้านบาท และ 3.3 พันล้านบาท อีกราว 1% และ 3% ตามลำดับ (บนสมมตฐานส่วนแบ่งกำไร 50% เท่ากันกับ KBANK)
 

*** กูรูคาดกำไร Q2/65 จ่อโตทั้ง YoY –QoQ
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ของ JMT มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน (YoY) และ ไตรมาสก่อน (QoQ) สอดรับกับทิศการทางเก็บเงินสดมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ขณะที่ ธุรกิจประกันภัยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามเช่นกัน เพราะจะไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมประกันโควิด-19 จากลูกค้า ในระดับสูงเหมือนไตรมาสก่อนแล้ว โดยมองว่า ชุดสุดท้ายเกิดขึ้น ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาไปแล้ว

สอดคล้องกับ บล.เอเซีย พลัส ที่มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ของ JMT มีแนวโน้มเติบโตขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และ ไตรมาสก่อน มีปัจจัยหนุนจากการตัดเก็บเงินสด ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ประกอบกับ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเคลมประกันโควิด-19 ลดลง เพราะสัญญาประกันดังกล่าว ส่วนใหญ่ครบกำหนดในเดือน มี.ค.65 เท่านั้น
 

*** กำไรปี 65 คาดทำนิวไฮต่อ โต 45 - 68% 
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ JMT ไว้ที่ 2.3 พันล้านบาท (ทำนิวไฮต่อเนื่องจากปีก่อน) เติบโตขึ้น 68% จากปีก่อน ภายใต้สมมติฐานเงินลงทุน 1.4 หมื่นล้านบาท(เทียบปีก่อน 8.5 พันล้านบาท) หนุนจากปริมาณ NPL ในตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภายหลังหมดมาตรการพักหนี้ ทำให้สถาบันการเงินมีแนวโน้มเร่งระบาย NPL มากขึ้น 

ทั้งนี้ ประเมินการจัดเก็บเงินสดปี 65 ของ JMT ไว้ที่ 6.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 42% จากปีก่อน ประกอบกับ คาดจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุนกับ KBANK ราว 30 ล้านบาท ก่อนจะเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท ในปี 66

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ JMT ไว้ที่ 2 พันล้านบาท (ทำนิวไฮต่อเนื่องจากปีก่อน) เติบโตขึ้น 45% จากปีก่อน ตามทิศทางรายได้ธุรกิจบริหารหนี้เติบโต สอดคล้องกับพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น และ การตัดมูลค่าเงินลงทุนในลูกหนี้ด้อยคุณภาพที่หมดลงต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุน จากแนวโน้มค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง จากการนำเงินจากการเพิ่มทุนไปชำระหนี้ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธ.ค.64

โดยสรุป มีนักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ JMT ไว้ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.) %chg YoY
โนมูระฯ  2,355         68
ฟินันเซียฯ 2,350         68
เอเชีย พลัส 2,040         45


*** โบรกฯมองยังน่าสนใจเข้าสะสม
 

บล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า การเข้าสะสมหุ้น JMT ในช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจ เพราะยังมีปัจจัยหนุนราคาหุ้น จากการถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้ JMT มีแรงซื้อจากกองทุน ที่ลงทุนตามดัชนีSET 50 เพิ่มเข้ามาในระยะถัดไป

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น JMT ในช่วง 2 เดือน ที่ผ่านมา ปรับตัวลงราว 13% ตามทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย ที่ได้รับผลกระทบจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ถือว่ายังเป็นโอกาสในการเข้าสะสม เพื่อรอรับการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่คาดว่า จะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ เรายังเลือก JMT เป็นหุ้น Top Picks ในกลุ่มบริหารหนี้ เนื่องจากมองว่า JMT เป็นหุ้นที่สามารถใช้ปกป้องความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจขาลงได้ เพราะหนี้ด้อยคุณภาพประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ เป็นหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจผ่านพอร์ตประเภทมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" 
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ JMT มีแนวโน้มกลับมาเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป ภายหลังธุรกิจประกันถูกคลายความกังวลจากการเคลมประกันโควิด-19 ประกอบกับ การเก็บเงินสดมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว
 

บล.  คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     103.00
ทรีนีตี้ ซื้อ     103.00
โนมูระฯ  ซื้อ     100.00
ฟินันเซียฯ  ซื้อ     80.00
เอเชีย พลัส   ซื้อ     80.00
ราคาเฉลี่ย  93.20

หากอ้างอิงข้อมูลของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ดูเหมือนว่า บริษัทร่วมทุนของ JMT กับ KBANK ยังไม่สามารถสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 1 – 2 ปีนี้ เนื่องจากยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของธุรกิจเท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยดังกล่าว จะหนุนผลการดำเนินงานของ JMT ได้อย่างมีนัยสำคัญช่วง 3 – 5 ปี จากนี้ ....  







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด