หุ้นเด่นวันนี้

STA โบรกฯ ฟันธงปีนี้พลิกกำไร แต่ระวัง! ราคาทะลุเป้าแล้ว

STA โบรกฯ ฟันธงปีนี้พลิกกำไร แต่ระวัง! ราคาทะลุเป้าแล้ว

    STA บวกแรง 2 วันติด หลังแจ้งงบไตรมาส 1/61 กำไรกระฉูด 10,847% รับกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ยางพารา นักวิเคราะห์คาดปีนี้พลิกมีกำไรสุทธิถึง 1,524 ล้านบาท แต่ระวัง! ราคาวิ่งทะลุเป้าหมายแล้ว

    ราคาหุ้น บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) เปิดตลาดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ 13.30 บาท สูงสุดรอบ 5 เดือน ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 13.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 3.97% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 202% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    STA เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราครบวงจร ทั้งยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ยางแท่ง (TSR) และน้ำยางข้น (concentrated latex) รวมถึงธุรกิจต่อเนื่อง เช่น ผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากยาง จัดจำหน่ายสินค้า และธุรกิจบริการ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่สวนยางพาราอยู่ทั้งหมด 5 หมื่นไร่ ครอบคลุม 19 จังหวัด

    ในงวดปี 60 มีสัดส่วนรายได้มาจากผลิตภัณฑ์ยางแท่ง 70.1% ยางแผ่นรมควัน 10.7% น้ำยางข้น 7% ผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง 10.9% ผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ 0.5% และรายได้อื่น 0.8%

    ผลประกอบการ STA ผันผวนอย่างมากเนื่องจากเป็นธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์(Commodities)โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,118.03 ล้านบาทในปี 58 ก่อนที่จะพลิกมาขาดทุนในปี 59 - 60 ที่ 757.99 ล้านบาท และ 1,437.05 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งจากการขาดทุนจำนวนมากในปี 60 ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากที่เคยขึ้นไปถึง 27.70 บาทในช่วงต้นปี 60 ลงมาเคลื่อนไหวที่ 10 บาทต้นๆ

    ล่าสุดราคาหุ้น STA ปรับตัวขึ้นแรง 2 วันทำการติด หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิโตก้าวกระโดดกว่า 10,847% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ยางพารา

    STA เปิดงบการเงินไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิ 831.82 ล้านบาท โตถึง 10847% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.57 ล้านบาท แม้รายได้ปรับตัวลดลงถึง 38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 303.4 ล้านบาท มีกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินที่เกี่ยวกับยางพารา 501.4 ล้านบาท ขณะที่มีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมถึง 80.1 ล้านบาท จากธุรกิจยางธรรมชาติ และธุรกิจท่อยางไฮโดรลิกแรงดันสูงที่ดีขึ้น และดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับตัวลดลง 20.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อนตามการลดลงของเงินกู้ระยะสั้น

    อย่างไรก็ดีบริษัทมองแนวโน้มราคายางธรรมชาติในไตรมาส 2/61 จะปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งจะเข้ามาหนุนราคาขาย และเริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ในเดือนเม.ย.แล้ว แม้จะต้องจับตาปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงฤดูยางผลัดใบด้วย

    STA ระบุว่า ราคายางธรรมชาติ(NR)ในไตรมาส 2/61 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ แม้จะปรับตัวขึ้นได้ไม่มากเท่า โดยเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นแล้วตั้งแต่เม.ย.ที่ผ่านมา

    นอกจากนี้หลังสินสุดมาตรการลดปริมาณการส่งออกในเดือนมี.ค.61 ทำให้เชื่อว่าปริมาณการบริโภค NR ของผลิตยางล้อในต่างประเทศจะปรับตัวสูงขึ้นและเป็นประเด็นหนุนราคาขายยางตามไปด้วย ประกอบกับปริมาณการสต๊อกยางธรรมชาติและยางคอมปาวน์ที่นครชิงเต่า ประเทศจีน ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน 2.3 หมื่นตัน และลดลงจากค่าเฉลี่ยปีก่อนถึง 4.4 หมื่นตัน 

    แต่อย่างไรก็ดียังต้องติดตามปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดในช่วงฤดูยางผลัดใบในไทย(ปลายก.พ.-พ.ค.)ด้วย ซึ่งหากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมาก อาจเป็นปัจจัยกดดันราคายางธรรมชาติ

    ฟากนักวิเคราะห์มีมุมมองที่แตกต่าง โดยระบุว่าราคายางอาจปรับขึ้นไม่มาก จากผลผลิตยางที่จะเข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก ซึ่งจะกดดันยอดขายในปีนี้หดตัวตามราคาขายที่ปรับลดลง แต่จากการปรับกลยุทธ์เน้นกำไรเป็นหลักจะทำให้มาร์จิ้นปรับตัวดีขึ้น และพลิกผลงานปีนี้กลับมามีกำไรสุทธิ 1,524 ล้านบาท

    บล.ฟิลลิป คาดราคายางในช่วงที่เหลือของปีอาจปรับขึ้นได้อีกไม่มากนัก เนื่องจากฤดูการปิดกรีดยางที่สั้นกว่าปกติทำให้เปิดกรีดเร็วขึ้น และปริมาณฝนที่มากก็จะทำให้ผลิตผลิตมากขึ้นตามกดราคายางในตลาดลงด้วยสอดคล้องกับคาดการณ์ของ International Rubber Study Group(IRSG) ที่คาดการณ์ว่าผลผลิตในตลาดโลกปีนี้จะอยู่ที่ 13.5 ล้านตัน ขณะที่ปริมาณความต้องการจะอยู่ที่ 13.3 ล้านตัน ทำให้มีอุปทานส่วนเกินถึง 126,000 ตัน

    ทั้งนี้มองว่าปริมาณการขายในปีนี้จะอยู่ที่ 1.38 ล้านตันเพิ่มขึ้น 5% แต่ราคาขายจะลดลง 20% ทำให้ยอดขายจะอยู่ที่เพียง 7.6 หมื่นล้านบาท ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามปริมาณผลผลิตยางที่เข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

    ขณะที่ในปี 61 คาดว่า STA จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,524 ล้านบาท จากกลยุทธ์การขายที่เน้นกำไรมากกว่าปริมาณขายซึ่งจะทำให้มาร์จิ้นปรับตัวขึ้น และกำไรที่ดีขึ้นจากธุรกิจถุงมือยางเริ่มเห็นการฟื้นตัวจากการแยกกิจการ ทำให้มีการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

    แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ที่ราคาพื้นฐาน 12.90 บาท 

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผย ระยะสั้นอาจเห็นราคายางอ่อนตัวลง จากการเปิดกรีดยางเร็วขึ้นตามปริมาณน้ำยางที่ออกมาก ส่วนธุรกิจถุงมือยางค่อนข้างดีทั้งรายได้และมาร์จิ้น ซึ่งหากสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้มากขึ้นจากปัจจุบันที่ 14% ของรายได้รวม จะช่วยให้ผลกำไรผันผวนน้อยลง 

    ขณะที่แนวโน้มกำไร Q2/61 คาดปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณขายที่กลับมาสู่ระดับปกติ และทั้งปีน่าจะพลิกกลับมามีกำไรได้ แต่ยังคงแนะนำเพียงเก็งกำไรเมื่อราคายางปรับขึ้นเท่านั้น

    แม้กำไรสุทธิในไตรมาสแรกของ STA จะพลิกฟื้นขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด แต่ในช่วงที่เหลือของปียังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาโดยเฉพาะราคายางที่อาจถูกกดดันจากผลผลิตที่ล้นตลาด ซึ่งจะทำให้ยอดขายปีนี้หดตัวลงและต้องฝากความหวังไว้ที่นโยบายการขายแบบเน้นกำไรเพียงอย่างเดียว ขณะที่ปัจจุบันเกินเป้าหมายของนักวิเคราะห์ไปแล้วด้วย ทำให้การเข้าซื้อเก็งกำไรยังต้องใช้ความระมัดระวัง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด