หุ้นเด่นวันนี้

KCE นิวไฮรอบ 4 ปี ..กำไรปีนี้โตแรงแค่ไหน?

KCE นิวไฮรอบ 4 ปี ..กำไรปีนี้โตแรงแค่ไหน?

ราคาหุ้น KCE เช้านี้ดีดทำนิวไฮรอบ 4 ปี คาดได้รับปัจจัยหนุนจากงบ Q4/63 โตแกร่ง ขณะที่ปี 64 อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว คาดหนุนกำไรโตราว 102 – 106% แต่การเข้าลงทุนในช่วงนี้ จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่? เพราะราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 46% 
 

*** นิวไฮรอบ 4 ปี รับงบQ4/63 โตแกร่ง
 

ราคาหุ้น บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)  หรือ KCE ช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.พ.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 59.50 บาท ทำนิวไฮรอบ 4 ปี ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 59.25 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาท หรือ 3.49% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 103.78% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น KCE ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 4 ปี ในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจาก KCE เป็นหุ้นที่ถูก Bloomberg consensus คาดว่าจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 เติบโตโดดเด่น ทั้งเทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า จึงเกิดแรงซื้อเก็งกำไร
 

*** ปกติ Q4 เป็นโลว์ซีซั่น แต่ปีนี้โตแรงเพราะดีมานด์อั้น
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า โดยปกติช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของ KCE ส่งผลให้ผลประกอบการอ่อนตัวลงตามฤดูกาล แต่ปีนี้ KCE มีคำสั่งซื้อฟื้นตัวโดดเด่น หลัง 9 เดือนแรกของปี 63 ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จะทำได้ 383 ล้านบาท เติบโตขึ้น 83.3% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 105.9% จากไตรมาสก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังคาดว่ารายได้ในช่วงดังกล่าวจะเติบโตขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับขึ้นสู่ระดับ 95% เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ 80% ส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาดอีกครั้ง โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 25% เทียบกับปีก่อนที่ 20.4% 

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่คาดว่า KCE จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 397 ล้านบาท เติบโตขึ้น 83% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 118% จากไตรมาสก่อนหน้า ภายใต้สมมุติฐานรายได้หลักทำได้ 3.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 18% จากปีก่อน เนื่องจากยอดขายสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 112 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน ตามคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัวโดดเด่น
 

*** จับตาปีนี้เด่นสุดในกลุ่มอิเล็กฯ
 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า KCE เป็นบริษัทที่มีการเติบโตของรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูง ซึ่งแนวโน้มผลประกอบการระยะกลาง และระยะยาว ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น จากอุปสงค์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดว่าปีนี้ KCE จะมีการเติบโตของกำไรสุทธิแข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม 

สอดคล้องกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า ปีนี้ KCE เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดกำไรสุทธิจะเติบโตสูงที่สุดในกลุ่ม และมีแนวโน้มจะทำสถิติสูงสุดทั้งยอดขาย และกำไร จากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัวกลับมาดีกว่าคาด และยังมีปัจจัยหนุนอย่างเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าอีกด้วย
 

*** ปี 64 โตเบาะๆ เกิน 100%
 

บล.ฟินัเซีย ไซรัส ประเมินว่า KCE จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 2.1 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 102.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ สะท้อนจาก IHS Markit ที่คาดการณ์ยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 64 จำนวน 83.4 ล้านคัน เติบโตขึ้น 9% จากปีก่อน โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) และรถยนต์แบตเตอร์รี่ (BEV Car) ที่หลายประเทศเริ่มมีมาตรการสนับสนุนการใช้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ ยังนิยมนำเทคโนโลยีมาใส่ในรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค อาทิ การขับเคลื่อน, ความปลอดภัย และความบันเทิง เป็นต้น ทำให้ความต้องการชิ้นส่วน PCB มีแนวโน้มเติบโตมากกว่ายอดขายรถยนต์ ล่าสุดตั้งแต่ไตรมาส 1/64 ถึงปัจจุบัน (1QTD) ทาง KCE มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเต็มแล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จากการประกาศรับสมัครพนักงานใหม่อย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่คาดว่า KCE จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 2.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 106% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังยอดผลิตรถยนต์ทั่วโลกฟื้นตัวแรง โดยเฉพาะในตลาดเยอรมันที่เดือน ธ.ค. ยอดผลิตเติบโตขึ้น 10% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดจีนเติบโตขึ้นเมื่อเทียบปีก่อนมาแล้วติดต่อกัน 9 เดือนหลังสุด (มี.ค.63 – ม.ค.64) 

ขณะเดียวกัน การก้าวเข้ามาของยุค 5G (ตลาดใหม่ของ KCE) และตลาด Autonomous Driving จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนรถยนต์รอบใหม่ ที่ใช้ Radar มากขึ้นกว่ารถยนต์ปกติ ขณะที่ลูกค้าหลักของ KCE อย่าง Volkswagen เป็นผู้นำแถวหน้าของ EV Car ในยุโรป ทำให้ KCE อยู่ในสถานะที่พร้อมรับการเติบโตในทุกด้าน
 

*** แต่ยังมีปัจจัยลบให้กังวลอยู่บ้าง
 

แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมองว่าปี 64 จะเป็นปีแห่งการเติบโตที่โดดเด่นของ KCE แต่ก็มีนักวิเคราะห์บางแห่ง มองว่าผลการดำเนินงานปีนี้ ยังมีปัจจัยลบคอยกดดันอยู่บ้าง

โดย บล.เคจีไอ มองว่าปี 64 ยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับ KCE เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ไม่เอื้อกับธุรกิจของบริษัท ประกอบด้วย ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้น, เงินบาทที่ยังอยู่ในระดับแข็งค่า และ สถานการณ์ IC ขาดแคลน ซึ่งจะทำให้การผลิตรถยนต์ต้องชะลอลง โดยผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ อย่าง Honda, Toyota, Fiat-Chrysler และ Ford ต่างกำลังทบทวนเป้าการผลิตใหม่ เนื่องจากระยะเวลาในการรอคอยสินค้านานขึ้นเป็น 6 - 9 เดือน ส่วน Audi ตั้งเป้าจะลดการผลิตรถยนต์ลง 1 หมื่นคันในช่วงไตรมาส 1/64

ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อประเด็นดังกล่า ว่า ปัจจุบัน KCE ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลน CHIP ที่กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ทั้งในสหรัฐฯ, ยุโรป และญี่ปุ่น แม้จะมีความเป็นไปได้ที่จะถูกกระทบทางอ้อม หากค่ายรถยนต์ชะลอการผลิตจริง 
 

*** ปีนี้โตแรง จนโบรกฯต้องอัพราคาเป้าหมาย
 

จาการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมาย KCE ขึ้นด้วย เนื่องจากมั่นใจว่าแนวโน้มกำไรปีนี้จะเติบโตทะลุ 100% หลังอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว และความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระดับสูง จนทำให้สินค้าขาดตลาด

บล.  คำแนะนำ  ราคาเหมาะสมเดิม (บ.) ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.)
ดีบีเอสฯ ซื้อ     42.00   62.00
เคทีบี ซื้อ     44.00  63.50
หยวนต้า ซื้อ     43.50 64.50
ราคาเฉลี่ย 43.16  63.33

ต้องยอมรับว่าการเข้าลงทุนในหุ้น KCE ช่วงนี้ เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 46% รับข่าวผลประกอบการไตรมาส 4/63 และทั้งปี 64 โตโดดเด่นไปพอสมควรแล้ว และแม้นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมาย KCE ขึ้น แต่ราคาหุ้นล่าสุดกลับเหลืออัพไซด์เหลือเพียง 6.8% เท่านั้น...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด