สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 16 มีนาคม 2561 | 09:06

SCC ฟื้นตัวทำไฮรอบครึ่งปี แต่ระวังกำไรยังชะลอตัว

SCC ฟื้นตัวทำไฮรอบครึ่งปี แต่ระวังกำไรยังชะลอตัว

            SCC พุ่งแตะ 510 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบครึ่งปี รับอานิสงส์ส่วนต่างปิโตรเคมีสูงกว่าคาด และข่าวบวกจากการชนะประมูลซื้อหุ้นบริษัทในเวียดนาม แต่ระวัง! แนวโน้มกำไรในปีนี้ยังชะลอตัวตามการประเมินของนักวิเคราะห์
            
            ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC พุ่งแตะ 510 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 6 เดือน ก่อนที่ราคาจะลดลงมาปิดที่ 508 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาราว 7% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา
            SCC ประกอบธุรกิจการลงทุน (Holding company) ใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ธุรกิจเคมีภัณฑ์ และธุรกิจแพคเกจจิ้ง
            ราคาหุ้น SCC พุ่งแตะระดับ 554 บาท เมื่อเดือน พ.ค. 58 หลังจากนั้น ราคาหุ้นทำได้เพียงแกว่งตัวออกข้างอยู่ในกรอบ 460 - 540 บาท แม้ว่ากำไรในปี 59 จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 5.6 หมื่นล้านบาท จากปี 58 ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท แต่ในปี 60 กำไรของ SCC ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท
            หลังจากหุ้น SCC แกว่งตัวลงมาตลอดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ จากปัจจัยบวก 2 ส่วน คือ ส่วนต่างปิโตรเคมีในไตรมาส 1/61 ที่สูงกว่าคาด และการประสบความสำเร็จในการประมูลเข้าซื้อหุ้นของบริษัที่เวียดนาม แต่สำหรับภาพรวมผลประกอบการทั้งปีแล้ว นักวิเคราะห์ยังประเมินกำไรสุทธิของ SCC ชะลอตัวจากปีก่อน
            บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ส่วนต่างราคา (spread) ปิโตรเคมี PE – Naphtha เฉลี่ยไตรมาส 1/61 สูงถึง 803 เหรียญ/ตัน  เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากจีนมีมาตรการห้ามใช้พลาสติกรีไซเคิล มาผลิตเม็ดพลาสติก ทำให้มีความต้องการเม็ดพลาสติกใหม่ประมาณ 2-3 ล้านตัน
            ในส่วนธุรกิจปูนซิเมนต์ จากตัวเลขความต้องการใช้เดือน ม.ค. 61 ปรากฏว่า ยังติดลบ 3.9% จากปีก่อน เราประเมินกำไรของธุรกิจซิเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ในไตรมาส 1/61 มีแนวโน้มจะลดลงเหลือประมาณ 1,950 ล้านบาท ลดลง 21% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจกระดาษคาดจะมีกำไรลดลงจากปีก่อน 15% เหลือ 1,450 ล้านบาท รวมแล้วเราประเมินกำไรไตรมาส 1/61 ที่ 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 14% จากปีก่อน เนื่องจากปีก่อน SCC มีกำไรจากการขายเงินลงทุน 1,900 ล้านบาท
            อย่างไรก็ตามแนวโน้มไตรมาส 2 - 4 คาดส่วนต่างราคาจะลดลง เนื่องจากจะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามา 8 ล้านตัน แต่ปัจจัยแวดล้อมปัจจุบันมีแนวโน้มที่ส่วนต่างจะยืนได้เหนือระดับ 700 เหรียญ/ตัน มากกว่าที่ประเมินไว้ตอนต้นปีประมาณ 650 เหรียญ/ตัน คาดกำไรทั้งปีที่ 5.2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย P/E ที่ต่ำเพียง 11.3 เท่า และคาด SCC จะรักษาระดับปันผลที่ 19 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 3.9% เราคงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมาย 550 บาท
            บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพปี 61 เราคาดกำไรสุทธิเท่ากับ 5.1 หมื่นล้านบาท ลดลงราว 7% จากปีก่อน หดตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แม้ว่ายอดขายปูนซิเมนต์ในปีนี้จะเติบโตได้ราว 2-3% ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจภายในประเทศ และงานก่อสร้างจากภาครัฐที่จะเร่งตัวขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อความสามารถในการทำกำไรของ SCC ยังคงเป็นเรื่องของต้นทุนที่นอกการควบคุม ทั้งราคาถ่านหินที่ยังทรงตัวในระดับสูง กดดันมาร์จิ้นธุรกิจปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีผลต่อต้นทุนธุรกิจปิโตรเคมี อีกทั้งกำลังการผลิตใหม่ในสาย Ethylene จะเข้ามาเพิ่มในตลาดรวมกดดันส่วนต่างราคาปิโตรเคมี นอกจากนี้ทุกๆ 1 บาทที่แข็งค่าจะกระทบต่อกำไรราว 2.2 - 2.4 พันล้านบาท
            จับตา! แผนรุกธุรกิจปิโตรคอมเพล็กซ์ที่เวียดนาม
            ก่อนหน้านี้ SCC ระบุว่า บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCC ถือหุ้นทางอ้อม 99.8% เป็นผู้ชนะการประกวดราคาในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มในสัดส่วน 29.5% ของบริษัท Binh Minh Plastics Joint Stock Company (BMP) ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์ หรือ HOSE โดยธุรกิจของ BMP เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายท่อและข้อต่อ PVC มีรายได้ในปี 59 จำนวน 5.1 พันล้านบาท และมีสินทรัพย์ราว 4 พันล้านบาท ใน BMP คิดเป็นมูลค่าการทำธุรกรรมประมาณ 3,230 ล้านบาท โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเวียดนามคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 20 มี.ค. 61 ซึ่งจะมีผลให้นวพลาสติกถือหุ้นใน BMP เพิ่มขึ้นเป็น 49.9% จากปัจจุบันที่ถืออยู่ 20.4%
            บล.ทรีนีตี้ มองว่า การเข้าซื้อสัดส่วนหุ้นเพิ่มใน BMP จะเป็นผลดีกับ SCC จากการมีอำนาจในการควบคุมและบริหาร BMP ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยก่อนหน้านี้ SCC เองได้มีการศึกษาโครงการปิโตรฯ คอมเพล็กซ์เวียดนาม ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการสรุปจัดหาแห่งเงินกู้ ดังนั้นแล้วการเข้าซื้อ BMP ในครั้งนี้จะช่วยให้ SCC ได้มีโอกาสเข้าในทำการตลาดในประเทศเวียดนามได้อย่างเต็มตัว และอาจจะมี Synergy กับโครงการปิโตรฯ คอมเพล็กซ์ ในอนาคตอีกด้วย
            สำหรับมูลค่าที่ SCC ซื้อ BMP นั้นเรามองว่าค่อนข้างที่จะเหมาะสม โดยผลประกอบการเมื่อปี 59 BMP มีกำไรสุทธิ 28 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 897 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคิดเป็น P/E ณ ราคาที่ SCC ซื้อ จะอยู่ประมาณ 12 เท่า เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของ BMP ที่ 14 เท่า

            โดยภาพรวมแล้วดูเหมือนว่า SCC จะมีปัจจัยบวกเข้ามาช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น แต่การหวังจะเห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งคงต้องพิจารณาแนวโน้มกำไรประกอบด้วย หากส่วนต่างราคายังคงเป็นใจ และยืนอยู่ในระดับสูงกว่าคาด ก็มีโอกาสที่จะเห็นการปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด