สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 23 มีนาคม 2561 | 09:12

ADVANC ยังมีอัพไซด์แค่ไหน หลังราคานิวไฮรอบ 2 ปี

ADVANC ยังมีอัพไซด์แค่ไหน หลังราคานิวไฮรอบ 2 ปี

           ADVANC พุ่งแตะ 215 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 2 ปี รับกำไรโตต่อเนื่อง 2 ไตรมาส ขณะที่นักวิเคราะห์มองทั้งปียังเติบโตดี ได้แรงหนุนจากการยืดเวลาเวลาจ่ายเงินประมูลใบอนุญาตก้อนสุดท้าย จับตาอาจเห็นการจ่ายปันผลสูงขึ้น

           ราคาหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC พุ่งแตะ 215 บาท ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 2 ปี 3 เดือน โดยในปี 61 ที่ผ่านมานี้ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา 12.5% จากปีก่อนที่ปิดที่ 191 บาท
           ADVANC เป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม โดยรวมถึงธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และธุรกิจดิจิทัล คอนเทนต์ ภายใต้แบรนด์ AIS
           เมื่อปี 56 ราคาหุ้น ADVANC เคยพุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุด (All time high) ไว้ที่ 311 บาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะไหลลงต่อเนื่องจนไปทำจุดต่ำสุดที่ 128 บาท เมื่อต้นปี 59 จากความกังวลในเรื่องของเงินประมูลใบอนุญาตที่สูงถึง 7.6 หมื่นล้านบาท จนกระทบกับผลประกอบการในปี 59-60 ที่ลดลง 2 ปีติด และทำให้บริษัทต้องปรับลดนโยบายการจ่ายเงินปันผลจากเดิมที่เคยจ่าย 100% ของกำไรสุทธิ มาเป็นไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ
           อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น ADVANC เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และสามารถยืนอยู่ในระดับ 180 – 200 บาท ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 60 เนื่องจากกำไรสุทธิที่กลับมาเติบโตจากปีก่อนได้ใน 2 ไตรมาสล่าสุด แต่ภาพรวมทั้งปียังคงลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
            ADVANC รายงานกำไรไตรมาส 4/60 ที่ 7.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 3/60 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 7.46 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการทั้งปียังคงลดลง 1.9% จากปีก่อน ทำได้ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 59 ที่มีกำไรสุทธิ 3.06 หมื่นล้านบาท ลดลง 21.6% จากปี 58
           ทั้งนี้ บริษัทชี้แจงว่า รายได้จากการให้บริการเมื่อปี 60 เพิ่มขึ้น 4.9% อยู่ที่ 1.28 แสนล้านบาท แต่ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน เป็น 6.24 หมื่นล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเป็นพันธมิตรกับทีโอทีที่เพิ่มขึ้น
           ส่วนแนวโน้มปี 61 ผู้บริหารและนักวิเคราะห์ยังมองไปในทิศทางเดียวกันว่าจะเห็นรายได้จากการให้บริการเติบโตต่อเนื่อง
           บริษัทคาดว่ารายได้การให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) จะเติบโต 7-8% โดย 2% มาจากการรวมรายได้ทั้งหมดของ CSL ซึ่งบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นทั้งสิ้น 80.1% ตั้งแต่เมื่อ 23 ม.ค. 61 นอกจากนี้ บริษัทคาดอัตรากำไร EBITDA อยู่ในช่วง 45-47% จากปีก่อนที่ 44.7% ตามแนวโน้มของรายได้ที่เติบโต และการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะในด้านต้นทุนโครงข่าย คาดอยู่ในกรอบ 3.5 – 3.8 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน
           บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า เพื่อปรับประมาณการให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในปี 60 และเป้าของบริษัทในปี 61 เราจึงปรับประมาณการปี 61 - 62 ดังนี้ 1) ปรับลดสมมติฐานผู้ใช้บริการรวมในปี 61-62 ลง 1% เหลือ 39.9 ล้านเลขหมาย และ 40 ล้านเลขหมาย 2) ปรับลดสมมติฐาน ARPU ปี 61-62 ลง 1% เหลือ 266 บาท และ 277 บาท ซึ่งหลังจากปรับปรุงดังกล่าว ทำให้ประมาณการกำไรปี 61-62 ลดลง 5 - 6% เหลือ 3.21 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน และ 3.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากประมาณการปี 61 ตามลำดับ
           ภายใต้ประมาณการใหม่ ราคาเป้าหมายปี 61 ของเราลดลงจาก 222 บาท เป็น 220 บาท ยังคงแนะนำให้ ซื้อ เนื่องจากราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ และคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะยังน่าสนใจอยู่ที่ 3.9% - 4.1% ในปี 61-62 นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากการเข้าซื้อ CSL ซึ่งเรายังไม่ได้รวมเข้าไว้ในประมาณการ
           จับตา! แรงหนุนจากการมาตรการยืดจ่ายเงินประมูลใบอนุญาตก้อนสุดท้าย โบรกฯ คาดมีโอกาสเห็นการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้น
           บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวก หลังจาก กสทช. มีมติให้ ADVANC และ TRUE แบ่งชำระค่างวดคลื่น 900MHz เป็นเวลา 5 ปี โดยจะเสนอครม.ในวันที่ 27 มี.ค. นี้ ทั้งนี้ มองเป็นบวกต่อกระแสเงินสดของ ADVANC ช่วยลดความตึงตัว และมีโอกาสจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) สูงกว่าคาดการณ์ที่ 70% ในปี 61 ส่วนปี 60 ที่ผ่านมา บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 7.08 บาท จากกำไรต่อหุ้นที่ 10.12 บาท โดยงวดครึ่งปีหลังจ่าย 3.57 บาท จะขึ้น XD วันที่ 5 เม.ย. นี้
           ด้าน บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กสทช. ให้ความช่วยเหลือ ADVANC และ TRUE ที่ชนะประมูล 4G คลื่น 900 MHz เมื่อปี 59 ด้วยราคาประมูลที่สูงถึง 7.6 หมื่นล้านบาทต่อใบอนุญาต ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินเป็น 4 งวด งวดที่ 1 จำนวน 8 พันล้านบาท ในปี 59 งวดที่ 2 และ 3 จำนวนเท่ากันที่ 4 พันล้านบาท ในปี 61-62 และงวดที่ 4 ในปี 63 ราว 6 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันทั้ง 2 รายได้ผ่อนชำระมาแล้ว 2 งวดแรกเท่านั้น 
           มาตรการช่วยเหลือจะให้ยืดจ่ายเงินประมูลงวดสุดท้าย โดยให้แบ่งเป็น 5 งวด ทำให้จำนวนเงินที่นำส่งน่าจะเหลือราว 1.3 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งรวมเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะคิดอิงดอกเบี้ยนโยบาย ธปท.ที่ 1.5% ภาพรวมถือเป็นบวกต่อบริษัท เพราะจะช่วยผ่อนคลายสภาพคล่องทางการเงิน หากไม่มีนโยบายดังกล่าวก็มีแนวโน้มต้องก่อหนี้มาชำระเพราะมีเงินสดไม่เพียงพอ โดย ADVANC มีเงินสดในมือ 1 หมื่นล้านบาท
           การยืดเวลาชำระหนี้ทำให้ต้นทุนการเงินลดลง ซึ่งน่าจะเพิ่มมูลค่าหุ้นเล็กน้อย แต่เชื่อว่าข่าวบวกดังกล่าวได้สะท้อนในหุ้นแล้ว ทั้งนี้ ประเมินมูลค่าพื้นฐาน ADVANC ที่ 230 บาท ยังพอมีอัพไซด์

           ในอดีตที่ผ่านมาจุดเด่นของหุ้น ADVANC คือเงินปันผลที่สูงในระดับเฉลี่ยเกิน 5% ต่อปี พร้อมด้วยการเติบโตของกำไรต่อเนื่อง สำหรับแนวโน้มหลังจากนี้ หาก ADVANC ยังสามารถรักษาการกลับมาเติบโตได้ดังเช่น 2 ไตรมาสล่าสุด เชื่อว่าราคาหุ้นก็มีโอกาสจะคงแนวโน้มขาขึ้นต่อไปได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ อัพไซด์จากประมาณการของนักวิเคราะห์โดยเฉลี่ยแล้วค่อนข้างจำกัด โดยความเห็นของนักวิเคราะห์ 11 แห่ง ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยเพียง 219 บาท ขณะที่ราคาเป้าหมายสูงสุดคือ 230 บาท คิดเป็นอัพไซด์ราว 5-10% จากราคาล่าสุด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด