หุ้นเด่นวันนี้

CK ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี ...ราคานี้แพงไปหรือยัง?

CK ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี ...ราคานี้แพงไปหรือยัง?

CK ดีดทำนิวไฮรอบ 2 ปี รับกำไร Q3/64 สูงกว่าตลาดคาด 100 ลบ. ขณะที่โบรกฯอัพเป้ากำไรปีนี้ หลังงบ Q3/64 ดีเกินคาด แต่เตือน Q4/64 กำไรจ่อชะลอตัว หลังไม่มีกำไรพิเศษจาก TTW แต่มองสิ้นปีนี้ Backlog ทะลุ 1 แสนลบ. หนุนธุรกิจปี 65 เข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ คาดกำไรฟื้นแรง 82-143% YoY
 

*** นิวไฮ 2 ปี รับกำไร Q3/64 สูงกว่าตลาดคาด 100 ลบ.
 

ราคาหุ้น บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK ช่วงเช้าวันนี้ (16 พ.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 23.70 บาท ทำนิวไฮในรอบ 2 ปี ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 22.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.6 บาท หรือ 2.75% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 638.31% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น CK ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 2 ปี เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 3/64 ที่มีกำไรสุทธิ 275 ล้านบาท แม้จะหดตัว 50% จากปีก่อน แต่เติบโตขึ้น 57% จากไตรมาสก่อน และ กำไรสุทธิดังกล่าว ยังสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ราว 100 ล้านบาท 
 

*** โบรกฯ อัพเป้ากำไรปีนี้ หลังงบ Q3/64 แจ่มเกินคาด
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ CK ขึ้นเป็น 572 ล้านบาท (เดิม  482 ล้านบาท) หดตัว 6% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนรายได้ธุรกิจก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3/64 ที่ลดลงน้อยกว่าคาดการณ์ จากผลกระทบปิดแคมป์ก่อสร้างราว 1 เดือนครึ่ง เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19

นอกจากนี้ ไตรมาสที่ผ่านมา CK ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก CKP สูงถึง 391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 66% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นระดับส่วนแบ่งที่สูงกว่าปกติ และเกินความคาดหมายของตลาด

เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ CK ขึ้นเป็น 639 ล้านบาท (เดิม 450 ล้านบาท) เติบโตขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจากกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ ประกอบกับ ส่วนแบ่งกำไรของ CKP ที่สูงกว่าคาด
 

*** กูรูเตือนงบ Q4/64 ชะลอตัว เพราะไม่มีส่วนแบ่ง TTW
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ CK มีแนวโน้มหดตัวจากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 275 ล้านบาท แม้รายได้จากธุรกิจก่อสร้างเริ่มฟื้นตัว เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงเหมือนไตรมาสก่อน จนต้องปิดแคมป์ก่อสร้างราว 1 เดือนครึ่ง

แต่สาเหตุสำคัญ คือ ในช่วงไตรมาส 4/64 ทาง CK จะไม่ได้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TTW ที่เคยรับรู้ในช่วง 2 ไตรมาสก่อนนี้ราว 232 ล้านบาท/ไตรมาส ซึ่งเป็นปัจจัยหลัก กดดันผลการดำเนินงานไตรมาสสุดท้ายของ CK

เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ CK มีแนวโน้มหดตัวจากไตรมาสก่อน แม้รายได้ธุรกิจก่อสร้าง และ ส่วนแบ่งกำไรจาก BEM เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ ที่เริ่มคลี่คลายลง หนุนให้การก่อสร้าง และ การเดินทางฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4/64 ยังรุนแรงกว่า เนื่องจาก CK จะไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก TTW ที่ปกติเคยได้รับราว 200 ล้านบาท/ไตรมาส ประกอบกับ ส่วนแบ่งกำไรจาก CKP มีแนวโน้มลดลง หลังผ่านช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 3/64 ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าลดลงด้วย
 

*** แต่ปัจจัยหนุนราคาหุ้นยังมี จาก 2 งานใหม่รอเซ็นก่อนสิ้นปีนี้
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ปัจจัยหนุนราคาหุ้น CK ที่ยังรออยู่ในระยะถัดไป คือความคืบหน้าของงานใหม่ ที่อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา ประกอบด้วย งานรถไฟทางคู่สายใหม่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ในสัญญาที่ 2 และ 3 วงเงินที่ CK คาดจะได้รับราว 2.6 หมื่นล้านบาท 

นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้า ของงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง วงเงินก่อสร้างราว 1 แสนล้านบาท ซึ่งหากการเซ็นสัญญางานทั้ง 2 โครงการลุล่วง จะช่วยหนุนงานในมือ (Backlog) ของ CK เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปี 64 (ปัจจุบันมีงานในมือราว 2.6 หมื่นล้านบาท) และก้าวสู่ New S Curve ในปี 65
 

*** ปี 65 ธุรกิจเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ คาดกำไรโตแรง 82-143% 
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ CK ไว้ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 82% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุน จากการรับรู้ Backlog ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1 แสนล้านบาท ตั้งแต่ช่วงปลายปี 64 หนุนให้รายได้งานก่อสร้างอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 55% จากปีก่อน 

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุน จากการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม โดยเฉพาะ BEM ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากฐานต่ำในปี 64 เพราะได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรง ส่งผลให้ส่วนแบ่งรับจาก BEM ในปี 64 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปี 65 จะฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามปริมาณการเดินทางทั้งรถไฟฟ้า และ ทางด่วนฟื้นตัวกลับสู่ระดับใกล้ปกติ 

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ CK ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 65 %chg. YoY
เคทีบีฯ 1,393  143
เอเชีย พลัส 1,321 89


*** โบรกฯส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า Backlog ของ CK จะกลับไปแตะระดับ 1 แสนล้านบาทได้ทันก่อนสิ้นปี 64 จากการรอเซ็นงานใหม่อีกอย่างน้อย 2 โครงการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในช่วงสั้นด้วย ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 65 มีแนวโน้มฟื้นตัวแรง ตาม Backlog ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
หยวนต้า  ซื้อ     27.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ     26.00
เคทีบีฯ   ซื้อ     25.00
เอเชีย พลัส ซื้อ     24.00
เมย์แบงก์ฯ  ซื้อเก็งกำไร    24.00
ราคาเฉลี่ย  25.20


ราคาหุ้น CK ที่ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 2 ปี ในช่วงเช้าวันนี้ บีบให้อัพไซด์แคบลงเหลือราว 10% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ ในระยะสั้น โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ยังเป็นกังวลกับผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ที่มีแนวโน้มหดตัวจากไตรมาสก่อนสูง แต่เมื่อผ่านช่วงดังกล่าวไปได้ จะเริ่มเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่ของ CK 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด