หุ้นเด่นวันนี้

RBF ดีด All Time High ...ราคานี้แพงไปหรือยัง?

RBF ดีด All Time High ...ราคานี้แพงไปหรือยัง?

เช้านี้หุ้น RBF ดีดทำ All Time High คาดรับปัจจัยหนุนธุรกิจ"กัญชง"มีความคืบหน้าเชิง"บวก" ขณะที่โบรกฯมองผลการดำเนินงานโตเด่นตั้งแต่ Q2/64 หลังขายโรงแรมทั้งหมด - โรงงานต่างประเทศ เพิ่มกำลังผลิต หนุนมาร์จิ้นพุ่ง คาดกำไรปีนี้โต 18 - 21% แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงถึง 114.20% ตั้งแต่ต้นปี จะทำให้การเข้าลงทุนในช่วงนี้ มีความน่าสนใจอยู่หรือไม่? ต้องติดตาม!
 

*** ดีด All Time High ธุรกิจ"กัญชง"มีความคืบหน้า 
 

ราคาหุ้น บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ช่วงเช้าวันนี้ (5 มี.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 19.70 บาท ทำสถิติราคาหุ้นสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ก่อนปิดซื้่อขายภาคเช้าด้วยราคา 19.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 8.33% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 681.62% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น RBF ปรับตัวขึ้นทำ All Time High ในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังติดต่อซื้อเมล็ดพันธุ์"กัญชง" จากผู้ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าแล้ว ขณะที่ การเพาะปลูก"กัญชง"ของ RBF อาจมีพื้นที่สูงถึง 500 ไร่ นอกจากนี้ RBF ยังมีความพร้อม และศักยภาพในการเข้าสู่ธุรกิจ"กัญชง" ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่ดีกว่าบริษัทอื่น
 

*** เด่นสุดในตลาด"กัญชง" - คาดรับรู้รายได้ CBD ปี 65
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า RBF จะรับรู้รายได้จาการขายน้ำมันซีบีดี  (CBD) ใน"กัญชง" อย่างเร็วที่สุดในปี 65 ราว 1.2 พันล้านบาท หากสามารถเพาะปลูก"กัญชง" ได้ 2 ครั้ง/ปี ซึ่งยังไม่ได้รวมรายได้จาก CBD ไว้ในประมาณการปี 65 ที่คาดว่ากำไรสุทธิของ RBF จะอยู่ที่ระดับ 965 ล้านบาท เติบโตขึ้น 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ยังมองว่า RBF จะได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมาก เนื่องจากผู้ประกอบการดังกล่าว ต่างประกาศแผนการพ้ฒนาสินค้าที่มีส่วนผสมของ"กัญชง"แทบทุกราย และพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จาก"กัญชง"สู่ผู้บริโภคได้อย่างเร็ว ภายในช่วงไตรมาส 2/64 

ทั้งนี้ คาดว่า RBF จะสามารถรับรู้รายได้จากการขายวัตถุดิบที่ได้จากการสกัด"กัญชง"เป็นรายแรกๆ หากบริษัทฯได้รับใบอนุญาตตามกำหนดการ

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า RBF คาดจะได้รับใบอนุญาตโรงสกัดและเพาะปลูก"กัญชง"ภายในเดือน เม.ย.- พ.ค.นี้ โดย RBF มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 500 ไร่ต่อฤดูกาล (ผลผลิตดอกแห้งต่อไร่ 120 - 150 ก.ก./ไร่) โดยบางส่วนเป็นพื้นที่ของบริษัทฯเอง แต่ส่วนใหญ่เป็น Contract Farming เบื้องต้นประเมินใช้เวลาเพาะปลูก"กัญชง"ราว 4 - 5 เดือน ดังนั้นจึงคาดว่า  RBF จะปลูก"กัญชง"ได้ปีละ 2 รอบ

ส่วน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า RBF เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในธุรกิจ"กัญชง"สูง ตั้งแต่การนำเข้า, เพาะปลูก และการสกัด"กัญชง" เนื่องจากบริษัทฯมีพื้นที่เพาะปลูก"กัญชง" และมีเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือเป็นพันธมิตรจำนวนมาก ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีสภาพอากาศเหมาะสมแก่การเพาะปลูก"กัญชง"ที่สุด ขณะเดียวกัน RBF ยังมีการวิจัยและการพัฒนา (R&D) ในการสกัดอยู่แล้วกับตัวขมิ้น ซึ่งใช้เทคโนโลยีสกัดใกล้เคียงกันกับ"กัญชง" 
 

*** กำไร Q1/64 วูบหนัก 36-59% รับรู้ด้อยค่าโรงแรม
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ของ RBF ไว้ที่ 94 ล้านบาท ลดลง 36% จากปีก่อน เพราะในช่วงดังกล่าว  RBF อาจต้องรับรู้ด้อยค่าธุรกิจโรงแรม (ปี 63 ใช้มาตรการผ่อนปรนไม่นำข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโควิด-19 มาประเมิน) และเมื่อขายโรงแรมแล้วเสร็จ คาดกำไรสุทธิของ RBF จะปรับตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

สอดคล้องกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ของ RBF ไว้ระหว่าง 60 - 80 ล้านบาท ลดลง 45 - 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้องรับรู้ด้อยค่าของทรัพย์สินโรงแรมจากเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ราว 47 ล้านบาท และการขาดทุนจากการดำเนินงานเฉลี่ยไตรมาสละ 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ประเมินดีลขายโรงแรมจะเป็นปัจจัย"บวก" ต่อผลการดำเนินงานในระยะยาวของ RBF เพราะจะช่วยปลดล็อคให้บริษัทฯไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวที่เกิดขึ้นปีละ 60 - 70 ล้านบาท อีกต่อไป 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป โรงงานในประเทศในอินโดนีเซียของ RBF จะสามารถเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง (กะที่ 3) จากที่ปัจจุบันเดินเครื่องผลิตอยู่ 2 กะ/วัน ประกอบกับ โรงงานที่ประเทศเวียดนาม คาดเริ่มเดินเครื่องผลิตกะที่ 2 จากปัจจุบันเดินเครื่องผลิต 1 กะ/วัน นอกจากนั้น RBF จะมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามา จากส่วนงานขายในต่างประเทศ ทั้งในประเทศสิงคโปร์ และประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 64
 

*** โบรกฯทยอยอัพเป้ากำไรปี 64 คาดโต 18 - 21%
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ RBF ขึ้นอีก 5.3% เป็น 629 ล้านบาท เติบโตขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังบริษัทฯเตรียมขายธุรกิจโรงแรมออกไปทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ RBF ไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากธุรกิจดังกล่าวอีกต่อไป ประกอบกับ การร่วมมือขยายธุรกิจกับพันธมิตรอย่าง San-Ei Gen ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ส่วนเพิ่มให้กับ RBF ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ RBF ขึ้นอีก 4% เป็น 612 ล้านบาท เติบโตขึ้น 18% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากโรงงานในต่างประเทศเพิ่มกำลังผลิตมากขึ้น ซึ่งจะช้วนหนุนระดับมาร์จิ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ กิจกรรมทางเศรษฐกิจในปีนี้ มีทิศทางฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลประกอบการของ RBF จะเริ่มกลับมาเติบโตโดดเด่นตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป หลังโรงงานที่ต่างประเทศกลับมาเดินเครื่องผลิตมากขึ้น หนุนมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจ"กัญชง" คาดจะเป็นบริษัทรายแรกๆ ที่สามารถรับรู้รายได้จากการขายวัตถุดิบจากสารสกัด"กัญชง" หลังผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม เร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสม"กัญชง"

บล.  คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     17.00
เมย์แบงก์ฯ ถือ 16.50
โนมูระฯ  ซื้อเก็งกำไร 15.60
ราคาเฉลี่ย 16.36

ต้องยอมรับว่าการเข้าลงทุนในหุ้น RBF ช่วงนี้ เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD)ปรับตัวขึ้นถึง 114.20% ขณะที่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน เกินมูลค่าเหมาะสมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นอาจหมายความว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาร้อนแรงก่อนหน้านี้ได้ตอบสนองประเด็น"บวก" จากการเข้าสู่ธุรกิจ"กัญชง"ซึ่งเป็นอัพไซด์ต่อผลประกอบการไปมากพอสมควรแล้ว ส่วนนักลงทุนที่ยังต้องการเข้าลงทุนในหุ้น RBF ช่วงนี้ จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นพิเศษ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด