หุ้นเด่นวันนี้

TOP นิวไฮรอบ 2 เดือน ...แต่ราคายัง Laggard กลุ่ม!

TOP นิวไฮรอบ 2 เดือน ...แต่ราคายัง Laggard กลุ่ม!

เช้านี้ TOP ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน หลังค่ากลั่นฟื้นแรงเกินคาด ขณะที่โบรกฯมองกำไร Q4/64 เป็นจุดสูงสุดปี 64 แถมเด่นสุดในกลุ่มโรงกลั่น มองผลงานยังทรงตัวสูงอย่างน้อยถึง Q2/65 ตามความต้องการน้ำมันฟื้น ชี้ราคาหุ้นตอบรับข่าวเพิ่มทุนมากแล้ว แถม Laggard กลุ่ม แต่ระยะยาวมีปัจจัยหนุนรออยู่
 

*** นิวไฮรอบ 2 เดือน หลังค่ากลั่นฟื้นแรงเกินคาด
 

ราคาหุ้น บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ช่วงเช้าวันนี้ (20 ม.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 53.75 บาท ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 53.50 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 1.9% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 74.67% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TOP ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 2 เดือน เนื่องจากได้รับ Sentiment เชิงบวก จากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวแรงกว่าคาด และการเดินทางในหลายประเทศเริ่มกลับสู่ภาวะใกล้ปกติ ซึ่งจะช่วยหนุนให้ปริมาณเข้ากลั่นอยู่ที่ 300 KBD เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสก่อน
 

*** จับตากำไร Q4/64 ฟื้นแรง คาดเป็นจุดสูงสุดปี 64
 

บล.เอเชีย เวลท์ ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ TOP ไว้ที่ 4.7 พันล้านบาท ลดลง 34% จากปีก่อน เนื่องจากไม่มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น GPSC ราว 1.6 หมื่นล้านบาท เหมือนปีก่อน แต่กำไรสุทธิของ TOP จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน 132% มีปัจจัยหนุน จากค่าการกลั่นฟื้นตัว เพียงพอชดเชยธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนแอ

ทั้งนี้ อัตรากำลังการกลั่นรวมของ TOP ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 110% เทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อน อยู่ที่ระดับ 101% และ 92% ตามลำดับ ขณะที่ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Market GPM) คาดว่าจะไม่น้อยกว่า 5.2 เหรียญ/บาร์เรล เทียบปีก่อน และ ไตรมาสก่อน อยู่ที่ 1.2 เหรียญ/บาร์เรล และ 1.6 เหรียญ/บาร์เรล ตามลำดับ

นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/64 ทาง TOP ยังมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain) รวมกำไรจากการทำประกันความเสี่ยง อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท และ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อีก 300 ล้านบาท

ขณะที่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ TOP มีแนวโน้มโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงกลั่น สาเหตุหลัก คือ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มโรงกลั่นฟื้นตัว หลังคลายล็อกดาวน์ ทั้งเบนซิน และ ดีเซล ที่เพิ่มขึ้น 3.68 เหรียญ/บาร์เรล และ 6.03 เหรียญ/บาร์เรล ตามลำดับ มีปัจจัยหนุนจากการเดินทางเพิ่มขึ้น ขณะที่ ต้นทุนยังทรงตัวในระดับต่ำ
 

*** กูรูมองผลงานครึ่งแรกปี 65 ดีต่อเนื่องตามค่ากลั่น
 

บล.เอเชีย เวลท์ มองว่า ผลการดำเนินงานของ TOP ช่วงครึ่งแรกของปี 65 ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากค่าการกลั่น S-GRM ในช่วงต้นปี 65 เพิ่มขึ้น 1.79 เหรียญ/บาร์เรล เมื่อเทียบกับปีก่อน มีปัจจัยหนุน จากความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกเพิ่มขึ้น หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ลดความรุนแรงลงจากปีก่อน 

นอกจากนี้ กำลังการกลั่นของตลาดโลกยังลดลง จากปัญหาด้านการผลิตและสภาพคล่องช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้กำลังการกลั่นสุทธิ จะเพิ่มเข้ามาในระบบเพียง 1ล้านบาร์เรลเท่านั้น ประกอบกับ ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจการกลั่นมี Stock Gain และการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาปิโตรเคมี 

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ของ TOP ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงได้ต่อเนื่อง มีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงตามฤดูกาล และการฟื้นตัวของมาร์จิ้น อะโรมาติกส์ จากการลดกำลังผลิตของโรงงานในภูมิภาค ซึ่งจะสามารถชดเชยต้นทุนน้ำมัน (Crude Premium) ที่สูงขึ้นได้
 

*** โบรกฯมองราคาหุ้น ตอบรับข่าวเพิ่มทุนมากแล้ว
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้ TOP จะมีปัจจัยถ่วงจากงบการเงินตึงตัว และการเพิ่มทุนเพื่อปรับโครงสร้างการลงทุนใน CAP (คาดได้ข้อสรุปภายในครึ่งแรกของปี 65) อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่กลางปี 64 ที่มีข่าวการเพิ่มทุน ราคาหุ้น TOP ปรับตัวลง 4% เทียบกับคู่แข่ง ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 9% ซึ่งมองว่า ราคาหุ้นดังกล่าว ได้สะท้อนข่าวลบไปมากแล้ว
 

*** ชี้ราคา Laggard กลุ่ม ระยะยาวมีปัจจัยหนุนรองรับ
 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า ราคาหุ้น TOP ปัจจุบัน ซื้อขายบน PBV ปี 65 เพียง 0.8 เท่า และยังคง Laggard กลุ่ม โดย 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวขึ้นราว 5% ต่ำกว่ากลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 7% (SPRC เป็นโรงกลั่นที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 11%) จึงทำให้ TOP กลับมามีความน่าสนใจอีกครั้ง จากการเป็นโรงกลั่น ที่มีกำลังกลั่นสูงสุด ประกอบกับ ธุรกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า TOP ซื้อขายบน PBV ปี 65 ที่ 0.8 เท่า ซึ่งมีส่วนลดจากค่าเฉลี่ยเกือบ -2 SD และยังเป็นระดับ PBV ที่ต่ำกว่าคู่แข่งในกลุ่ม ที่ซื้อขาย PBV ในกรอบ 0.9 – 1.4 เท่า นอกจากนี้ ระยะยาว TOP ยังมีการเติบโตจากโครงการ CFP ที่จะขยายกำลังกลั่นจาก 275 KBD เป็น 400 KBD ประกอบกับ การขยายกำลังผลิตปิโตรเคมี ที่คาด FDI ภายในปี 65
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" บางโบรกฯอัพเป้าราคา
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" ซึ่งบางรายปรับราคาเหมาะสมของ TOP ขึ้นด้วย เพราะมองว่าผลการดำเนินงานของ TOP จะกลับมาฟื้นตัวโดดเด่นตั้งแต่ไตรมาส 4/64 และอาจยาวไปจนถึงช่วงไตรมาส 2/65 เป็นอย่างน้อย ตามทิศทางค่ากลั่นฟื้นตัว จากความต้องการใช้น้ำมันที่เริ่มสูงขึ้น หลังกิจกรรมดินทางกำลังกลับสู่ภาวะปกติ
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.) ราคาเหมาะสมเดิม (บ.)
โนมูระฯ  ซื้อ     78.00 75.00
เอเชีย เวลท์  ซื้อ     66.00  66.00 
ยูโอบีฯ ซื้อ     65.00   65.00  
หยวนต้า  ซื้อ     65.00   65.00  
ฟิลลิป ซื้อ     62.00 60.00
ราคาเฉลี่ย 67.20             66.20


ภายใต้ราคาเหมาะสมใหม่ที่โบรกเกอร์เริ่มทยอยปรับขึ้น ทำให้ TOP มีอัพไซด์สูงราว 25% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ประกอบกับ ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 65 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ สะท้อนจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวแรงกว่าคาดการณ์...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด