หุ้นเด่นวันนี้

MAJOR นิวไฮรอบปีครึ่ง..แต่ราคานี้น่าสนใจหรือไม่?

MAJOR นิวไฮรอบปีครึ่ง..แต่ราคานี้น่าสนใจหรือไม่?

เช้านี้ MAJOR ทำนิวไฮรอบ 1 ปีครึ่ง คาดรับปัจจัยหนุนเตรียมเปิดบริการโรงภาพยนตร์ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ แต่โบรกฯเตือนกำไร Q2/64 เป็นจุดต่ำสุดของปี ก่อนครึ่งปีหลังฟื้นแรง ดันผลงานทั้งปีพลิกกำไรราว 387 – 885 ลบ. แต่ราคาหุ้น 1 เดือนล่าสุด ที่ปรับตัวขึ้น 30% ยังทำให้การเข้าลงทุนน่าสนใจหรือไม่? 
 

*** นิวไฮรอบปีครึ่ง หลังมั่นใจเปิดโรงภาพยนตร์สิ้นเดือนนี้
 

ราคาหุ้น บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ช่วงเช้าวันนี้ (15 มิ.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 25.75 บาท ทำนิวไฮรอบ 1 ปีครึ่ง ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 25 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือ 4.6% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 141.02% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น MAJOR ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 1 ปีครึ่ง เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน หลังผู้บริหาร MAJOR แสดงความมั่นใจ ว่ารัฐบาลจะอนุญาตโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เปิดบริการได้ในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ 

ทั้งนี้ การเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ทันสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ จะทันกับภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ อย่าง “Fast & Furious 9” เข้าฉาย ซึ่ง MAJOR คาดการณ์ว่า จะมีรายได้ 300-400 ล้านบาท จากการฉายภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ ยังช่วยให้ MAJOR ได้ประโยชน์ จากรายชื่อภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่รอเข้าฉาย ต่อจาก“Fast & Furious 9” อีกด้วย
 

*** กำไร Q2/64 คือ จุดต่ำสุดของปีนี้
 

ก่อนหน้านี้ MAJOR รายงานงบการเงินไตรมาส 1/64 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 119.98 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 255 ล้านบาท

ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/64 ของ MAJOR จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยคาดว่ายังคงขาดทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน หลังได้รับปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสาม ส่งผลให้รัฐบาลประกาศปิดสถานบันเทิง ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา

ซึ่งรวมถึงโรงภาพยนตร์ของ MAJOR จำนวน 439 โรง ใน 21 จังหวัด ซึ่งต้องปิดบริการชั่วคราว ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการของแต่ละจังหวัดด้วย โดยในจำนวนนี้ 203 โรง หรือ 46% ของโรงภาพยนตร์ที่ปิดบริการอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง

แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 475 ล้านบาท คาดว่า MAJOR จะขาดทุนลดลง เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีแนวโน้มลดลง จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรับมือกับสภาวะที่รายได้ลดลง หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มระบาดระลอกแรก เมื่อช่วงต้นปี 63

เช่นเดียวกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่มองว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 3 ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ MAJOR อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากต้องปิดบริการชั่วคราวโรงภาพยนตร์ 447 โรง จาก 817 โรง ตั้งแต่ 26 เม.ย. – 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไตรมาส 2/64 มีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน
 

*** ครึ่งปีหลัง เป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวจากโควิด
 

บล.กรุงศรี มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของ MAJOR จะสามารถพลิกรายงานกำไรสุทธิได้ เนื่องจาก เป็นช่วงที่ประชาชนชาวไทยเริ่มได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 มากขึ้น ประกอบกับ เริ่มมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทยอยเข้าฉายหลายเรื่อง โดยเฉพาะภพยนตร์ จากฮอลลีวูด บล็อคบลัสเตอร์ เป็นต้น

สอดคล้องกับ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่มองว่า ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของ MAJOR มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก จากการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนชาวไทย ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนเกือบ 1 ล้านคน ในช่วงวันที่ 7 – 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า โรงภาพยนตร์ในพื้นที่เสี่ยง จะกลับมาเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3/64 

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง ที่เลื่อนฉายจากครึ่งปีแรก มาเข้าโรงในภาพยนตร์ ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าจะได้รับความนิยมในต่างจังหวัด ประกอบกับ ยังมีโปรแกรมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ จากฮอลลีวู้ด จ่อคิวลงฉาย เช่น “The Fast and the Furious 9”, “Black Widow” และ “No Time To Die” เป็นต้น
 

*** โบรกฯมั่นใจ ทั้งปียังพลิกกำไรได้ คาด 387–885 ลบ.
 

บล.ทิสโก้ ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ MAJOR ไว้ที่ 536 ล้านบาท เทียบปีก่อนที่รายงานขาดทุนสุทธิ 527 ล้านบาท โดยสาเหตุที่คาดว่า MAJOR จะสามารถพลิกรายงานกำไรสุทธิในปีนี้ได้ เป็นเพราะ คาดว่ารายได้ในช่วงครึ่งปีหลังของ MAJOR จะฟื้นตัวขึ้นโดดเด่น หลังเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ประกอบกับ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทยอยเข้าฉาย ส่งผลให้รายได้โฆษณาฟื้นตัวตามด้วย

นอกจากนี้ ต้นทุนของ MAJOR ยังลดลงจากปีก่อน หลังมีการปรับรายได้โครงสร้างต้นทุน และค่าใช้จ่าย ด้วยการลดจำนวนพนักงานเหลือประมาณ 1.2 พันคน จากเดิมราว 3 พันคน (พนักงานประจำ 30% ชั่วคราว 70%) และใช้เทคโนโลยีทดแทนมากขึ้น ประกอบกับ MAJOR ยังมีการต่อรองขอลดค่าเช่าจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 อีกด้วย

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก  3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ MAJOR ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.) %chg
เอเชีย พลัส  885         พลิกกำไร
กรุงศรี  438         พลิกกำไร
หยวนต้า 387         พลิกกำไร


*** กูรูเตือน ราคาหุ้นตอบรับการฟื้นตัวครึ่งปีหลังมากแล้ว แนะลงทุนระยะยาว
 

บล.กรุงศรี ระบุว่า ราคาหุ้น MAJOR ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นถึง 30% และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด โดยเชื่อว่าการปรับตัวขึ้นที่รุนแรงของราคาหุ้น MAJOR ในช่วงที่ผ่านมา ได้ตอบสนองการฟื้นตัวของผลประกอบการครึ่งปีหลังมากเกินไปแล้ว 

ขณะที่ การปรับประมาณการกำไรปี 64 ขึ้นจากระดับปัจจุบัน อาจมีไม่มาก เนื่องจากผลขาดทุนในในไตรมาส 2/64 มีแนวโน้มขาดทุนหนักกว่าไตรมาส 1 /64 ประกอบกับ ยังมีความไม่แน่นอน ของการเปิดโรงภาพยนตร์ ในช่วงภาพยนตร์บล็อกบรัสเตอร์เข้าฉาย อีกด้วย  

ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า สำหรับหุ้น MAJOR แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว จากภาพการฟื้นตัวปี 65 ที่โดดเด่น ซึ่งเราประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 959 ล้านบาท เติบโตขึ้น 147.78% จากปี 64 บนสมมติฐานการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งคาดว่าจะทำให้ MAJOR กลับมาจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.68 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นผลตอบแทน (Dividend Yield) 3.6%
 

*** ส่วนใหญ่ ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของ MAJOR มีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ ผลการดำเนินงานปี 65 ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า กำไรสุทธิปี 65 ของ MAJOR จะกลับไปสู่ภาวะก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้สำเร็จ
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคจีไอ ซื้อ     28.25
เอเชีย พลัส ซื้อ     24.00
กรุงศรี ถือ     22.50
ทิสโก้  ซื้อ     22.50
หยวนต้า  ซื้อ     21.40

ราคาเฉลี่ย

23.73

ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ MAJOR ได้กลายเป็นบริษัทที่ราคาหุ้น ปรับตัวขึ้นแรง แซงหน้าผลการดำเนินงานไปไกลพอสมควรแล้ว สะท้อนจากราคาหุ้น 1 เดือนหลังปรับตัวขึ้นถึง 30% จากความคาดหวังผลประกอบการระยะยาวฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบันเต็มมูลค่าเรียบร้อยแล้ว 

แต่ผลการดำเนินงานในระยะใกล้ที่กำลังจะมาถึง อย่าง การรายงานงบการเงินไตรมาส 2/64 ยังไม่มีแนวโน้มที่กำไรสุทธิจะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน และยังมีโอกาสสูง ที่ผลประกอบการ เป็นจุดต่ำสุดของปีอีกด้วย....
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด