สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 12 กรกฎาคม 2561 | 09:20

SPALI ลุ้นเทนเดอร์ฯ MK ชี้ชะตาอนาคต

SPALI ลุ้นเทนเดอร์ฯ MK ชี้ชะตาอนาคต

           SPALI สะดุด หลังประกาศทุ่ม 4 พันลบ. ทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ หุ้น MK สัดส่วนเกิน 25% โบรกฯ แนะจับตาหากซื้อเกิน 50% จะกระทบงบการเงิน แต่หากต่ำกว่าจะเป็นบวกจากกำไรที่โตขึ้น พร้อมคงประมาณการเดิม จนกว่าจะรู้ผลการซื้อหุ้น

           หุ้น บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เกือบทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 8 เดือน ล่าสุดเด้งขึ้นมาแตะระดับ 25.50 บาท ในวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเกิดอาการสะดุดร่วงแตะ 23.90 บาท ในการซื้อขายวานนี้ (11 ก.ค.) และปิดที่ 24.50 บาท พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 383% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
           SPALI ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท 1) ที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านและที่ดินจัดสรร อาคารชุด ในทำเลทั่วเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด 2) เพื่อการพาณิชย์ ได้แก่ อาคารสำนักงานให้เช่า และ 3) ธุรกิจรีสอร์ทโรงแรมในต่างจังหวัด
           แนวโน้มการเติบโต SPALI ยังดีต่อเนื่องจากยอดขายล่วงหน้าครึ่งปีแรกที่เติบโต 33% จากปีก่อน ทำได้ 1.78 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์ลุ้นเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3/61
           บล.บัวหลวง ระบุว่า SPALI แจ้งยอดขายล่วงหน้าในช่วงไตรมาส 2/61 ที่ 8.9 พันล้านบาท เติบโต 54% จากปีก่อน และ 1% จากไตรมาสแรก โดยการเติบโตจากไตรมาสก่อนนับว่าสร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก โดยรวมครึ่งปีแรกยอดขายล่วงหน้าอยู่ที่ 1.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อน ทำให้เรามั่นใจว่ายอดขายทั้งปีนี้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท มีโอกาสทะลุเป้า และมีโอกาสจะปรับกำไรขึ้นได้อีก ทั้งนี้ รอดูยอดขายล่วงหน้าไตรมาส 3/61 อีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 2/61 จากแผนเปิดขายโครงการจำนวนมากที่ยืนยันแล้ว
           ด้าน บล.เอเชียเวลท์ ระบุว่า SPALI รายงานยอดขายล่วงหน้าในครึ่งปีแรกเติบโต33% ทำได้ 1.78 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ที่ยังคงทำได้ดี โดยเติบโตขึ้นจากเดิมประมาณ 69% จากปีก่อน ทั้งนี้บริษัทได้เปิดโครงการในไตรมาส 2/61 ทั้งหมด 4 โครงการ มูลค่ารวมที่ 4,080 ล้านบาท เราแนะนำ "ซื้อ" เมื่อราคาอ่อนตัว โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 26 บาทต่อหุ้น อ้างอิง PER ที่ 9.1 เท่า จากกำไรสุทธิในปี 61
           ลุ้นกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน คาดกำไรปกติโต 8% จากปีก่อน พร้อมคาดกลับมาจ่ายปันผลราว 1.1 บาทต่อหุ้น
           ผลประกอบการของ SPALI ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เติบโตต่อเนื่อง โดยปี 59 มีกำไรสุทธิ 4.88 พันล้านบาท เติบโต 12% จากปี 58 ขณะที่ปี 60 มีกำไรสุทธิ 5.81 พันล้านบาท เติบโต 19% จากปี 59
           บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ณ สิ้นไตรมาส 1/61 SPALI มียอดโอนในมือแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับยอดจองแนวราบของ 2 เดือนในไตรมาส 2/61 ที่ 2.5 พันล้านบาท ทำให้มียอดโอนในมือราว 1.85 หมื่นล้านบาท เทียบกับเป้าหมายที่ 2.6 หมื่นล้านบาท จึงไม่น่าเป็นงานยาก เพราะยอดจองแนวราบต่อเดือนทำได้ราว 1.2 พันล้านบาท และจะดีขึ้นเป็น 1.5 พันล้านบาท จากโครงการที่เปิดมากขึ้นในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติปีนี้จะเติบโตราว 8% เนื่องจากปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายอาคารสำนักงานที่ฟิลิปปินส์ กำไรสุทธิจึงออกมาทรงตัวที่ราว 5.89 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังคาดหมายการกลับมาจ่ายปันผล 1.1 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำ ทยอยซื้อ ราคาพื้นฐาน 26 บาท อิง PER 9 เท่า และอัตราเงินปันผลราว 4-5%
           ในแง่มูลค่าหุ้น SPALI เป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนยังให้มูลค่าไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับหุ้นอื่นๆ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยล่าสุดมี PER ราว 8 เท่า ต่ำสุดเป็นอันดับ 7 ในกลุ่ม ขณะที่ค่า P/BV อยู่ที่ราว 1.7 เท่า
           ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ การตัดขายหุ้นจากสถาบันในประเทศหลังจากที่ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยในช่วงปลายเดือน พ.ค. และต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานการขายจากสำนักงานประกันสังคม จำนวน ออกมา 0.06% รวมทั้ง บลจ.กสิกรไทย ซึ่งตัดขายออกมาราว 0.08% จากการรายงานการถือครองก่อนหน้านี้
           นอกจากนี้ SPALI มีประเด็นให้ต้องติดตามกันเพิ่มเติม หลังจากการประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด 100% หรือจำนวน 992.01 ล้านหุ้น ของบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ในราคาหุ้นละ 4.10 บาท รวมเป็นมูลค่าประมาณ 4.07 พันล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขว่าบริษัทจะทำการยกเลิกคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด หากเมื่อสิ้นสุดระยะเวลารับซื้อแล้วมีผู้เสนอขายหุ้นจำนวนน้อยกว่า 25%
           หลังการประกาศคำเสนอซื้อดังกล่าว ราคาหุ้น SPALI กลับตอบรับในเชิงลบ โดยราคาหุ้นลดลง 3.92% ลงมาปิดที่ 24.50 บาท ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการเดิม รอผลการซื้อหุ้นที่จะชี้ชะตาอนาคตของบริษัท
           บล.เอเซียพลัส ระบุ SPALI เสนอซื้อหุ้น MK ที่ราคา 4.10 บาท สูงกว่าราคาตลาด 24%  โดยการซื้อกิจการน่าจะมีความสมเหตุสมผล เนื่องจากผู้บริหารทั้ง 2  เป็นพี่น้องกัน และมีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานหลาย 10 ปี ปัจจุบันธุรกิจของ 2 ตระกูลได้เปลี่ยนผ่านมาอยู่ในมือผู้บริหารรุ่นหลัง แม้ผลของการควบรวมกิจการกัน จะไม่ทำให้ SPALI แตกต่างจากเดิมนัก เพราะ  MK เน้นทำตลาดบ้านเดี่ยว ขณะที่  SPALI ทำหลากหลาย ทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโด เป็นต้น แต่น่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันทำผุ้ประกอบการในธุรกิจฯ
           ภายใต้สมมติฐานว่าการซื้อกิจการได้เกิน 25% ซึ่งจะมีผลทำให้มีการจัดทำงบการเงินรวมทั้ง 2 บริษัท จากที่ทีมผู้บริหาร SPALI น่าจะเข้าเป็นผู้บริการเป็นหลัก  ปัจจุบัน MK มีทุนเรียกชำระแล้ว 992 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท หากสามารถซื้อหุ้น MK ทั้งหมดต้องใช้เงินกว่า 4 พันล้านบาท แต่คาดว่าจะไม่สามารถซื้อได้ทั้งหมด เพราะหุ้น MK ได้ถูกขายให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มหนึ่งไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยหากพิจารณาเงินสดของ SPALI สิ้นปี2561 คาดไว้ที่ 600 ล้านบาท บวกกับ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) อีก 4.1 พันล้านบาท  และ External debt/Equity ต่ำกว่า 1 เท่า จึงมีความพร้อม
           ความเหมือนของ SPALI และ MK คือ เป็นหุ้นที่มี P/E ต่ำกว่า 10 เท่า และ เงินปันผลสูงราว 5% จึงแนะนำซื้อ MK เพราะราคารับซื้อ 4.10 บาท สูงกว่าราคาตลาด ส่วน  SUPALI(FV@B28) ราคาตลาดมี upside 10% น่าสนใจน้อยกว่า  MK
           ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  มองเป็นบวกต่อธุรกรรมดังกล่าว โดยในด้านราคาเสนอซื้อแม้จะสูงกว่าราคาตลาดล่าสุด 24% แต่จะคิดเป็นเพียง P/BV ต่ำ 0.62 เท่า เท่านั้น นอกจากนั้น เรามองผลประโยชน์ที่ SPALI จะได้จากธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ 1.ที่ดินเปล่า และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาซึ่ง ณ สิ้นปี 2017 มีอยู่ทั้งหมด 12 โครงการ, 2. เพิ่มโอกาสในการเติบโตของบริษัทจากการขยายการลงทุนครอบคลุมประเภทของสินทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและบริการ และเพิ่มสัดส่วนรายได้ Recurring income ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ SPALI ราคาเป้าหมาย 27 บาท (ยังไม่รวมผลการธุรกรรมดังกล่าว)
           บล.กสิกรไ ทย ระบุหาก SPALI สามารถซื้อได้เกินกว่า 50% จะทำให้งบการเงินของ SPALI อ่อนลงในแง่  ROA และ ROE รวมถึง NPM แต่หากซื้อได้ระดับ 25-49% จะเป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ซึ่งจะไม่ให้ผลลบต่องบการเงิน แต่จะเป็นบวกเพราะจะมีกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยต้นทุนการกู้ยืมของ SPALI ที่ต่ำกว่าเพียง 2.5-2.8% ขณะที่ DY ของ MK ในปีก่อนที่ 5.4% (เทียบกับราคา tender ที่ 4.10 บาท) เป็นส่วนสนับสนุนมุมมองของเราที่สำคัญ
           ทั้งนี้เรายังไม่มีการปรับประมาณการในขณะนี้ เนื่องจากยังไม่รู้สัดส่วนที่ SPALI จะสามารถซื้อได้ในครั้งนี้
           ด้านผลการดำเนินงานของ  MK ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากำไรปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จากระดับ 628 ล้านบาท ในปี 58 มาเหลือ 346 ล้านบาท ในปี 59 ก่อนจะลดลงเหลือ 232 ล้านบาท ในปี 60 ขณะที่ ไตรมาส 1/61 ที่ผ่านมา MK มีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 67% จากปีก่อน

           โดยภาพรวมพบว่าตั้งแต่ต้นปีราคาหุ้น SPALI ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาด และเกือบจะเบรคไฮรอบ 8 เดือนได้สำเร็จ ก่อนจะสะดุดลงจากการประกาศทำเทนเดอร์ฯ หุ้น MK ที่ยังต้องจับตาว่าสัดส่วนที่ซื้อได้จะเป็นเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังต้องติดตามผลการดำเนินงานว่าจะสร้างการเติบโตได้อย่างที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ได้หรือไม่ 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด