หุ้นเด่นวันนี้

SPRC พุ่งแรงกว่ากลุ่ม ...แต่ราคาแพงไปหรือยัง?

SPRC พุ่งแรงกว่ากลุ่ม ...แต่ราคาแพงไปหรือยัง?

ราคาหุ้น SPRC วันนี้ พุ่งแรงกว่ากลุ่มฯ หลังค่าการกลั่นยังฟื้นตัวต่อเนื่อง หนุนกำไร Q4/64 พลิกกลับมาโตทั้ง YoY – QoQ ขณะที่โบรกฯแห่อัพเป้ากำไรปี 64 – 65 หลังแนวโน้มสต็อกน้ำมัน – ค่าการกลั่นสูงกว่าคาด แต่เตือน Valuation แพง-แถมอัพไซด์เริ่มจำกัด!
 

*** ราคาพุ่งแรงกว่ากลุ่ม รับค่าการกลั่นฟื้นตัว
 

ราคาหุ้น บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ช่วงเช้าวันนี้ (28 ธ.ค.64) ปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 10.10 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 9.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.4 บาท หรือ 4.23% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 135.33% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

นอกจากนี้ ราคาหุ้น SPRC เช้านี้ ยังปรับตัวขึ้นสูงกว่าหุ้นกลุ่มโรงกลั่น อย่าง BCP ที่ปิดซื้อขายด้วยราคา 25.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.55 บาท หรือ 2.23% และ TOP ที่ปิดซื้อขายด้วยราคา 49 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.55%

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SPRC ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 4.23% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากค่าการกลั่นที่เริ่มฟื้นตัว หลังมีการคลายล็อกดาวน์ ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมัน และ กิจกรรมการเดินทางฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ที่เป็นช่วงล็อกดาวน์ อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชียเวลท์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ค่าการกลั่นตลาดสิงคโปร์ ในช่วงไตรมาส 4/64 ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ 7.5 เหรียญ/บาร์เรล เทียบกับปีก่อน และไตรมาสก่อน อยู่ที่ 0.4 เหรียญ /บาร์เรล และ 3.8 เหรียญ/บาร์เรล ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนหลัก คือ การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เริ่มมีท่าทีคลี่คลายลง เมื่อเทียบกับช่วงดังกล่าว
 

*** กำไร Q4/64 กลับมาโตแกร่งอีกครั้ง หลังคลายล็อกฯ
 

บล.เคทีบีเอสที มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ SPRC มีแนวโน้มพลิกกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยหนุน จากการฟื้นตัวของ Crack spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมันหลัก โดยตั้งแต่ต้นไตรมาส 4/64 Spread ของน้ำมันเบนซินปรับตัวขึ้นเป็น 17.6 เหรียญฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 50% จากไตรมาสก่อน

ขณะที่ Spread น้ำมันอากาศยาน ปรับขึ้นเป็น 11.1 เหรียญ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 106% จากไตรมาสก่อน และ Spread น้ำมันดีเซล ปรับขึ้นเป็น 12.1 เหรียญ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 124% จากไตรมาสก่อน ตามอุปสงค์ส่วนเพิ่ม การเปลี่ยนใช้พลังงานก๊าซฯ กลับสู่น้ำมัน  ซึ่งเป็นผลจากภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จาก Crude intake ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หลังการคลายล็อกดาวน์ และความเป็นไปได้ที่จะรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ตั้งแต่ต้นไตรมาส เฉลี่ยอยู่ที่ 81.2 เหรียญ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน

สอดคล้องกับ บล.บัวหลวง ที่ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ SPRC มีแนวโน้มเติบโตขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน มีปัจจัยหนุน จากอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น และค่าการกลั่นตลาดสูงขึ้น ประกอบกับ การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ หนุนอุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น

ขณะที่ ช่วงไตรมาส 4/64 เป็นฤดูหนาว ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีการใช้น้ำมันดีเซล สูงกว่าไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้น การหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะทำให้อุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมลดลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน
 

*** กูรูอัพเป้ากำไรปี 64 – 65 หลังสต็อกน้ำมันสูงกว่าคาด
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 และ 65 ของ SPRC ขึ้นจากเดิม 53% เป็น 3.7 พันล้านบาท และ 16% เป็น 3.5 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยมีเหตุผลหลัก คือ การปรับเพิ่มกำไรสต็อกน้ำมันปี 64 ขึ้นเป็น 3.5 เหรียญ/บาร์เรล (เดิม 1 เหรียญ/บาร์เรล) และปรับค่าการกลั่นปี 65 เป็น 6 เหรียญ/บาร์เรล (เดิม 5.5 เหรียญ/บาร์เรล)

เช่นเดียวกับ บล.เคทีบีเอสที ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 และ 65 ของ SPRC ขึ้นจากเดิม 33% เป็น 4 พันล้านบาท และ 50% เป็น 4.8 พันล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนกำไรสต็อกน้ำมันที่สูงขึ้นกว่าคาดในปี 64 ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูงถึงปี 65 ส่งผลให้ market GRM มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 3.5 – 3.9 เหรียญ/บาร์เรล (เดิม 2.8 – 3.2 เหรียญ/บาร์เรล) จากการฟื้นตัวเร็วกว่าคาด ของ Crack spread 
 

*** Crack spread มีแนวโน้มฟื้นต่อเนื่อง ถึงปีหน้า
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์รอบล่าสุด ผู้บริหาร SPRC ประเมินว่า Crack spread ของผลิตภัณฑ์น้ำมัน ในช่วงปี 65 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามอุปสงค์การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น หลังหลายประเทศทั่วโลก เริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวงกว้างขึ้น 

นอกจากนี้ ยังคาดว่าพรีเมี่ยมน้ำมันดิบ (Crude premium) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ในช่วงไตรมาส 1/65 จะค่อยๆลดลงในเวลาต่อมา ตามแผนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC Plus) รวมทั้งความเป็นไปได้ ที่จะเห็นอุปทานส่วนเพิ่ม จากสหรัฐฯ และ อิหร่าน
 

*** แต่โบรกฯติง Valuation แพงกว่ากลุ่ม
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ยังคงแนะนำเพียงแค่ซื้อเก็งกำไร SPRC ท่านั้น เนื่องจากมองว่า TOP และ BCP เป็นตัวเลือกหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นที่น่าสนใจมากกว่า SPRC สะท้อนจากเชิงมูลค่า (Valuation) ซึ่ง SPRC ซื้อขายบน PBV 1.4 เท่า เป็นระดับที่สูงกว่าทั้ง TOP และ BCP ที่ซื้อขาย PBV อยู่ราว 0.9 เท่า 

ขณะที่ บล.เคทีบีเอสที ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น SPRC ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้น Outperform ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ราว 17% สอดคล้องกับทิศทาง Crack spread ที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งมองว่า ราคาหุ้นของ SPRC ได้ตอบรับปัจจัยบวกดังกล่าวไปมากพอสมควรแล้ว 
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังคงแนะนำซื้อ แม้จะมองว่า SPRC เริ่มมี Valuation ที่แพงกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกันก็ตาม แต่ผลการดำเนินงานปี 65 ของ SPRC ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ตามค่าการกลั่นฟื้นตัว หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับ ยังมีอัพไซด์ จาก Crack spread ปีหน้า ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่โบรกเกอร์คาดการณ์ด้วย

 

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เอเชียเวลท์  ซื้อ     12.80
หยวนต้า ซื้อเก็งกำไร 11.10
บัวหลวง ซื้อเก็งกำไร 10.50
เคทีบีฯ ถือ     10.50
ธนชาต  ถือ     8.80
ราคาเฉลี่ย 10.68


แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ จะมองว่าผลการดำเนินงานปี 65 ของ SPRC มีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มไม่ใช่ปัจจัยที่กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมาก เหมือนช่วงปี 63 – 64 แล้ว แต่ราคาหุ้นเช้านี้ ที่ปรับตัวขึ้น 4.23% บีบอัพไซด์ให้แคบลงเหลือ 8% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของโบรกเกอร์... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด