หุ้นเด่นวันนี้

AOT ดีดทำนิวไฮรอบ 4 เดือน...ราคานี้"สู้"หรือ"ถอย"?

AOT ดีดทำนิวไฮรอบ 4 เดือน...ราคานี้

AOT ยังคงรับอานิสงส์เปิดเมืองต่อเนื่อง เช้านี้พุ่งทำนิวไฮรอบ 4 เดือน ด้านโบรกฯ ประเมินกำไร Q4/63-64 มีแนวโน้มขาดทุนลดลง มองธุรกิจ AOT ฟื้นเร็วสุดในกลุ่มฯ ขณะที่ การปรับสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ คาดปูทางสู่เมืองแห่งการบิน เห็นความชัดเจนปลายปี 64 หนุนราคาหุ้นช่วงสั้นต่อเนื่อง
 

*** นิวไฮรอบ 4 เดือน อานิสงส์เปิดเมืองยังหนุน
 

ราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ช่วงเช้าวันนี้ (5 ต.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 64.75 บาท ทำนิวไฮรอบ 4 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 64.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 2.79% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 157.96% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อาร์เอชบี ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น AOT เช้านี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 4 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการคลายล็อกดาวน์ และมาตรการเข้มงวดต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ประกอบกับ การเตรียมเปิดประเทศของรัฐบาล 

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเปิดเมืองบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นปัจจัยที่ดี นำไปสู่การฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน AOT ในระยะถัดไป เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่ง AOT มีสัดส่วนรายได้จากพื้นที่กรุงเทพฯ ราว 75% ของรายได้ทั้งหมด
 

*** งบ Q4/63-64 ขาดทุนลดลง ภูเก็ตฯ ช่วยพยุง 
 

บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/63-64 (ก.ค. ก.ย.64) ของ AOT ยังคงขาดทุน แต่คาดว่า จะลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 4 พันล้านบาท เนื่องจากมีผลบวก กรณีการเปิดโครงการภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์ เป็นจุดเริ่มต้นรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าประเทศไทย 

แต่ ด้วยปริมาณการใช้บริการหลักหมื่นในโครงการภูเก็ต แซนด์ บ๊อกซ์ ทำให้ไม่เพียงพอชดเชย ผลกระทบจากการแพร่ระบาดทั่วประเทศได้ สะท้อนจากการหยุดทำการบิน ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้รายได้ค่าบริการ มีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน

เช่นเดียวกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/63-64 ของ AOT มีแนวโน้มขาดทุนลดลงจากไตรมาสก่อน แม้การเดินทางในประเทศหดตัวอีกครั้ง จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ สายการบินลดเที่ยวบินจากมาตรการของรัฐที่เข้มงวดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหนุน จากการเปิดโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ แต่ยังไม่มีนัยสำคัญมากนัก โดยประเมินผลการดำเนินงานงวดปี 63/64 (ต.ค.63 – ก.ย.64) ของ AOT จะขาดทุนสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินขาดทุนสุทธิปี 63/64 ของ AOT ไว้ดังนี้

บล.  ขาดทุนสุทธิงวดปี 63/64 %chg YoY
เอเชียพลัส -14,037  พลิกขาดทุน
หยวนต้า -15,291 พลิกขาดทุน


*** กูรูคาดจ่อเข้าสู่เมืองแห่งการบิน หนุนมูลค่าหุ้นเพิ่ม
 

ก่อนหน้านี้ AOT ประกาศแก้ไขข้อตกลงการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุทั้งหมด ที่บริษัทได้รับสิทธิการเช่าเพื่อดําเนินธุรกิจท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง โดยมีสาระสําคัญ เป็นการปรับแก้ไขระยะเวลา ข้อตกลงการใช้ประโยชน์ฯ แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบระยะเวลาเดิมรวม 50 ปี คาดว่าจะดําเนินการแก้ไขสัญญาเสร็จ ภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 65 หรือ ธ.ค.64 

โดย บล.กรุงศรี มองว่า การปรับสัญญาเช่าของ AOT ในครั้งนี้ เป็นการปูทาง สำหรับโครงการเมืองแห่งการบิน คาดว่าโครงการจะครอบคลุมพื้นที่ 1,423 ไร่ หรือประมาณ 2.27 ล้าน ตรม. การวิเคราะห์ sensitivity ของเรา สะท้อนอัตราค่าเช่าที่เปลี่ยนไป 25 - 100 บาท/ตรม. 

ซึ่งจะทำให้ยอดขายของ AOT เพิ่มขึ้น 1 - 3% หรือราว 683 ล้านบาท – 2 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 1.8 - 5.5% หรือราว 546 ล้านบาท .- 1.6 พันล้านบาท และทุกค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น 25 บาท/ตรม. ราคาเป้าหมาย AOT ของเราจะเพิ่มขึ้น 0.5 บาท/หุ้น ด้วยเช่นกัน

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่มองว่า การปรับสัญญาเช่าของ AOT เพื่อให้เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจ เปิดทางให้การประมูลพื้นที่เช่า สำหรับทำเมืองแห่งการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างหลัก ที่จะสร้าง Non-aero revenue เกิดขึ้นได้ เนื่องจากผู้เช่า จะสามารถทำสัญญาเช่ากับ AOT ระยะยาว 30 ปี นับจากวันที่ 30 ก.ย.64 ไม่ใช่เพียงแค่ 10 ปี ตามโครงสร้างสัญญาเดิม

ทั้งนี้ คาดจะเริ่มเห็นความคืบหน้าของโครงการเมืองแห่งการบิน ในช่วงปลายปี 64 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนราคาหุ้น AOT ในระยะถัดไป
 

*** โบรกฯชี้ หุ้นอยู่ในจุดน่าสะสม รับการฟื้นตัวเร็วสุดในกลุ่มฯ
 

บล.เอเซียพลัส มองว่า ราคาหุ้น AOT ณ ปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วงน่าทยอยเข้าสะสม รอรับการฟื้นตัวในอนาคต โดย AOT มีจุดเด่น คือ ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ณ สิ้นไตรมาส 3/63-64 มีเงินสดในมือ 4.7 พันล้านบาท, หนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย 9.67 พันล้านบาท, ส่วนของผู้ถือหุ้น 1.17 แสนล้านบาท จึงยังมี Net Gearing ต่ำเพียง 0.04 เท่า ประกอบกับ จุดเด่นของธุรกิจที่มีลักษณะผูกขาด จึงสามารถคาดหวังการฟื้นตัวได้แน่นอน และรวดเร็วที่สุดในกลุ่มการบิน 

สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่เลือก AOT เป็น Top Picks ในกลุ่มการบิน เนื่องจากธุรกิจมีลักษณะผูกขาด ประกอบกับ รายได้ระยะยาวของ AOT ยังได้รับการสนับสนุนจากการได้รับสัมปทานปลอดภาษีเพิ่มเติม (รายได้พิเศษ 1.88 หมื่นล้านบาทในปี 66 เมื่อพื้นที่ปลอดภาษีเสร็จ) จากคิง เพาเวอร์ และการฟื้นตัวของผู้โดยสารระหว่างประเทศ
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เชื่อหลายปัจจัยรอหนุนอยู่
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานของ AOT มีแนวโน้มฟื้นตัวได้รวดเร็วสุดในกลุ่มการบิน ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่อนคลายมากขึ้น ประกอบกับ แผนเข้าสู่เมือแห่งการบิน ยังช่วยทำให้ทั้งมูลค่าหุ้น และกำไรสุทธิ มีอัพไซด์ด้วย
 

บล. คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
กรุงศรี  ซื้อ     78.00
บัวหลวง ซื้อ     75.00
หยวนต้า  ซื้อ     74.00
ดีบีเอสฯ ซื้อ     70.00
เอเซียพลัส ซื้อ     70.00
ราคาเฉลี่ย 73.40


แม้เช้านี้ ราคาหุ้น AOT จะปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบ 4 เดือน แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์ราว 14.24% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ โบรกฯมองว่า การฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน จะมีความชัดเจนมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย.65 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่า จะเป็นช่วงที่การเดินทางระหว่างประเทศ เริ่มมีความคึกคักมากขึ้น หลังสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก คลี่คลายลง... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด