สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 14 มิถุนายน 2561 | 13:32

GLOW ลุ้นถูกซื้อกิจการ แต่พื้นฐานกำไรส่อหดตัว

GLOW ลุ้นถูกซื้อกิจการ แต่พื้นฐานกำไรส่อหดตัว

    GLOW พุ่งแรงพร้อมวอลุ่มสนับสนุน หลังโบรกฯ คาดอาจถูก GPSC ซื้อหุ้น 69.11% จากกลุ่มเอ็นจีผู้ถือหุ้นใหญ่ แถมมีลุ้นเข้าคำนวณ SET50 รอบล่าสุด ขณะที่พื้นฐานหวั่นกำไรชะลอตัวในปี 61 - 62 

    ราคาหุ้น บมจ.โกลว์ พลังงาน(GLOW) บวกแรงสวนตลาดวันนี้ โดยปิดการซื้อขายช่วงเช้าที่ระดับสูงสุด 88 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท หรือ 5.07% มูลค่าการซื้อขายมากเป็นอันดับ 7 ที่ 1,003 ล้านบาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 196.19% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    GLOW เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมและไอน้ำในฐานะผู้ผลิตรายเล็ก(SPP) รวมถึงการผลิตและจำหน่ายไอน้ำ และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมอยู่ที่ 16,798 เมกะวัตต์(MW) แบ่งเป็นจำหน่ายให้แก่ กฝผ. 16,071 MW และจำหน่ายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม 727 MW

    โดยในปี 60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก ธุรกิจจำหน่ายกระแสไฟฟ้า 82.7% จำหน่ายไอน้ำ 13.3% ผลิตภัณฑ์อื่นๆ 0.8% และรายได้อื่นๆ 3.2% 

    ปัจจุบัน GLOW มีสัดส่วนถือหุ้นใหญ่โดยกลุ่ม เอ็นจี (ENGIE) รวม 69.11% ประกอบด้วย เอ็นจี โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (เดิมชื่อ จีดี เอฟ สุเอซ เอ็นเนอจี(ประเทศไทย) จำกัด ) 51.53% และ ENGIE GLOBAL DEVELOPMENTS B.V. 17.58% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมด 7,417 ราย คิดเป็นสัดส่วน 30.89%

    ผลประกอบการ GLOW ในช่วงปี 58 - 60 เติบโตขึ้นทุกปี โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,355.42 ล้านบาท 8,953.13 ล้านบาท และ 9,075.95 ล้านบาทตามลำดับ แต่คิดเป็นการเติบโตเพียงเล็กน้อย เนื่องจากกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นน้อยในแต่ละปี ทำให้ราคาหุ้นแกว่งตัวอยู่ที่ระดับ 70. 75 - 100 บาท มาตลอดตั้งแต่ปี 58 ถึงปัจจุบัน

    ล่าสุดราคาหุ้น GLOW กระตุกขึ้นมาพร้อมวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น หลังมีบทวิเคราะห์ระบุว่า GPSC มีโอกาสเข้าซื้อหุ้น GLOW ทั้งหมด 69% จากกลุ่มเอ็นจีซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นที่มีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ในรอบที่จะถึงนี้อีกด้วย

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุในบทวิเคราะห์  คาดว่า บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่(GPSC) มีโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้น GLOW ทั้งหมด 69% จากกลุ่มเอ็นจีซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รวม 69.11% เนื่องจากประเมินว่าการเข้าซื้อจะมีความเหมาะสมเชิงกลยุทธ์ สามารถเสริมพอร์ต SPP ของ  GPSCให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

    นอกจากนี้คาดว่า  GLOW จะเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้เลือกเข้ารับคำนวณในดัชนี SET50 รอบใหม่สำหรับใช้ในงวดเดือน ก.ค. - ธ.ค.61 ซึ่งจะมีการประกาศในกลางเดือนนี้(คาดว่าวันที่ 15 มิ.ย.)

    ในด้านของพื้นฐาน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการที่ GLOW ไม่มีกำลังผลิตใหม่ๆ เข้ามาในขณะนี้ จะทำให้กำไรสุทธิในปี 61 - 62 หดตัวลงมาที่ราว 8,141 ลบ. และ 7,892 ลบ. ตามลำดับ แม้จะมีโอกาสเข้าลงทุนโครงการพลังน้ำขนาด 622 MW ในเมียนมาแต่ต้องใช้เวลาอีกถึง 8 - 10 ปี แต่มีข้อดีคือปันผลปีนี้จะโดดเด่นที่สุดในกลุ่มแตะ 7%

    บล.ฟิลลิป เผย แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/61 จะยังออกมาดีจากเนื่องจากเข้าสู่ฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่้งกำไรปกติจะโตสูงกว่าไตรมาสแรกที่ทำได้ 2,226 ลบ. ซึ่งจะทำให้กำไรในคึ่งปีแรกเติบโตมากกว่าช่วงครึ่งปีหลัง 

    อย่างไรก็ดีกำไรสุทธิในปี 61 - 62 จะชะลอตัวเหลือเพียง 8,141 ล้านบาท และ 7,892 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากรายได้ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นไปตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ลดลง ประกอบกับบริษัทยังไม่มีกำลังผลิตใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติม

    แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 89 บาท โดยใช้วิธี EV/EBITDA ที่ 10x แต่น่าสนใจลงทุนเนื่องจากเป็นหุ้นที่มีปันผลสูง หรือให้ Dividend Yield ถึง 6 - 7% ต่อปี 

    บล.เคจีไอ เผย โครงการในอนาคตระยะสั้นมีเพียงโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กได้โรงไฟฟ้าขยะ 8 MW ในชลบุรีและโซลาร์ รูฟท็อป รวม 2 MW ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช และนิคมอมตะระยอง ซึ่งหากไร้การลงทุนขนาดใหญ่อาจทำให้ปันผลจะโดดเด่นสูง ถึง 7% ในปี 61 ซึ่้งเป็นระดับสูงสุดในกลุ่ม

    แม้บริษัทจะมีโอกาสเข้าลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในพม่ากำลังผลิตสูงถึง 622 MW ร่วมกับพันธมิตร 1 - 2 ราย แต่คาดว่าจะใช้เวลา 1 - 2 ปี จึงจะสามารถเซ็น MOU กับกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานของพม่าได้ และจะใช้เวลาอีก 1 - 2 ปีในการเซ็น PPA รวมถึงใช้เวลาก่อสร้างอีกราว 5 ปี ทำให้โครงการดังกล่าวอาจใช้เวลาถึง 8 - 10 ปีจนกว่าจะเปิดดำเนินการได้ 

    นอกจากนี้มาร์จิ้นของถ่านหินที่ลดลง ตามราคาถ่านหินสูง และค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า IPP ที่ประเมินว่าจะลดลง 20% ทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 61 - 62 ลง 6.4% และ 2.6% เหลือ 7,890 พันล้านบาท และ 7,920 พันล้านบาท ตามลำดับ

    แนะนำ "ถือ" ให้ราคาเป้าหมาย DCF ปี 61 ที่ 88 บาท 

    แม้ GLOW จะมีข่าวถูกซื้อกิจการเข้ามาให้ลุ้น แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามในขณะนี้ คือแผนการเติบโตของบริษัทที่ยังไม่มีโครงการเพิ่มกำลังผลิตใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการหดตัวในปี 61 - 62 ในขณะที่ราคาหุ้นขึ้นมาแตะราคาเหมาะสมปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด