สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 2 พฤษภาคม 2561 | 13:41

JMART ร่วง! เซ่น"JFIN Coin"โดนเทขายตั้งแต่เทรดวันแรก

JMART ร่วง! เซ่น

    JMART ร่วงทันที! หลังเปิดซื้อขาย JFIN Coin ในตลาดรองวันแรกผลตอบรับไม่คึกคักเท่าที่ควร ราคาลงกว่า 7.44% หรือ 6.45 บาท/โทเคน ตั้งแต่เปิดตลาด จากราคาไอซีโอที่ 6.60 บาท/โทเคน ฟากนักวิเคราะห์มองเป็นผลลบทางจิตวิทยา ขณะที่ด้านพื้นฐานจะได้รับผลกระทบหนักจากประเด็นการตั้งสำรองตามเกณฑ์ใหม่ ทำให้เพิ่งถูกหั่นประมาณกำไรสุทธิปีนี้ไปก่อนหน้า 

    ราคาหุ้นบมจ.เจ มาร์ท(JMART)ร่วงแรงตั้งแต่เปิดตลาด ทำจุดต่ำสุดในช่วงเช้าที่ 11.30 บาท ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 11.50 บาท ลดลง 0.80 บาท หรือ 6.5% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 119.68% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    JMART เป็นโฮลดิ้ง คอมปานี ปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อย 6 แห่ง โดยมีบริษัทย่อย 3 แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส(JMT) ถือหุ้น 57.04% บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย(SINGER) ถือหุ้น 25% และ บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท(J) ถือหุ้น 67.5% นอกจากนี้ยังที่แผนนำ "เจ ฟินเทค" ทำธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 61 และ "เจ เวนเจอร์ส" ทำธุรกิจร่วมลงทุน เข้าจดทะเบียนภายในปี 63

    โดยในงวดปี 60 มีรายได้ส่วนใหญ่จากธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 80% ธุรกิจเร่งรัดหนี้สินและบริหารหนี้สิน 13.9% ธุรกิจบริหารพื้นที่ค้าปลีก 5.4% และรายได้อื่นๆ 0.7%

    ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 58 - 60 JMART มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 322.64 ล้านบาท 438.25 ล้านบาท และ 490.16 ล้านบาทตามลำดับ ตามรายได้ที่เติบโตทุกธุรกิจ โดยเฉพาะรายได้จากการติดตามหนี้สิน และรายได้ค่าเช่า

    ราคาหุ้น JMART เคยไต่ระดับขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาล(All Time High)ที่ 25.25 บาท ในวันที่ 1 ก.พ. 61 หลังจากที่บริษัทย่อย"เจ เวนเจอร์ส"ประกาศแผนการระดมทุนด้วยดิจิทัลโทเคนต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก(ICO : Initial Coin Offering)ในวันที่ 16 ม.ค.61 จำนวนทั้งหมด 300 ล้านโทเคน ราคาโทเคนละ 6.60 บาท และการเปิดขายรอบแรก 100 ล้านโทเคนในวันที่ 14 ก.พ.61 ขายหมดภายใน 55 ชม. เพื่อนำไปใช้พัฒนาระบบสินเชื่อดิจิทัลแบบไร้ตัวกลาง (JFIN DDLP)

    ล่าสุดราคาหุ้น JMART เปิดตลาดร่วงแรงทันทีหลังเปิดขาย JFIN Coin ในตลาดรองเป็นวันแรกผลตอบรับแย่เกินคาด นักลงทุนเทขายฉุดราคาโทเคนร่วง 7.44% ตั้งแต่เปิดตลาด

    JMART ร่วงแรงตั้งแต่เปิดตลาด หลังโทเคน JFIN Coin เปิดขายในตลาด CoinAsset เป็นวันแรก ผลตอบรับแย่เกินคาดนักลงทุนเทขายทันที ฉุดราคาโทเคนร่วงกว่า 7.44% เหลือ 6.45 บาท/โทเคน จากราคา ICO ที่ 6.60 บาท/โทเคน ตั้งแต่เปิดตลาดและปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 3 บาท/โทเคน

    ซึ่งคาดว่าเหตุผลที่นักลงทุนเทขายมาจากความไม่มั่นใจในสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่ก่อนหน้า JFIN Coin ไม่สามารถเข้าเทรดในตลาด TDAX ได้ตามที่วางแผนเอาไว้ในวันที่ 1 เม.ย.61 เนื่องจากพรก.เงินดิจิทัลภาครัฐที่ยังไม่ชัดเจน

    ฟากผู้บริหารยังฮึดสู้เตรียมดันโวลุ่ม JFIN Coin ติด 1 ใน 100 ตลาดเงินดิจิทัลของโลก พร้อมโรดโชว์ทั่วเอเชียในปีนี้ ขณะที่รับผลประกอบการไตรมาสแรกทรุด หลังตั้งสำรอง TFRS9 

    ผู้บริหารเผยเป้าหมายเตรียมผลักดันโทเคน JFIN Coin ติด 1 ใน 100 ของตลาดเงินดิจิทัลของโลก ในแง่ปริมาณการซื้อขาย หลังจากที่เตรียมนำ JFIN Coin เดินสายให้ข้อมูลทั่วเอเชียภายในปีนี้ หลังจากที่ราคาปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดซื้อขายวันแรก เชื่อราคาเริ่มมีเสถียรภาพหลังระบบ DDLP เริ่มชัดเจน

    ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/61 ยอมรับว่าได้รับผลกระทบอย่างมากจากการตั้งสำรองตามเกณฑ์TFRS9 ทำให้กำไรสุทธิออกมาแย่ ซึ่งเชื่อว่าผลประกอบการจะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในช่วงไตรมาส 2/61 เป็นต้น

    นักวิเคราะห์มอง JFIN Coin ผลตอบรับแย่เป็นประเด็นฉุดหุ้นในเชิงจิตวิทยา ในขณะที่ด้านพื้นฐานปีนี้จะถูกกดดันจากการตั้งสำรองที่สูง จากทั้งเกณฑ์ IFRS9 และNPLที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิไปก่อนหน้า

    บล.บัวหลวงเผย ราคาหุ้น JMART ที่ปรับลดลงส่วนหนึ่งเป็นผลทางด้านจิตวิทยาจาก JFIN Coin ที่เปิดซื้อขายในตลาดรองวันแรกทำได้ไม่ดีนัก ขณะที่ด้านพื้นฐานเบื้องต้นได้ปรับลดกำไรสุทธิในปี 61 - 62 ลงราว 30% มาอยู่ที่ 503 และ 615 ล้านบาทตามลำดับ เนื่องจากยอดขายโทรศัพท์มือถือที่เติบโตน้อยกว่าอุตสาหกรรม นอกจากนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง จากการตั้งสำรองหนี้ตาม NPL ที่อยู่ในระดับสูงราว 6% และเกณฑ์ TFRS9 เข้ามากดดัน

    คำแนะนำ "เต็มมูลค่าแล้ว" แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมา แนะนำเปลี่ยนไปถือหุ้นที่มีธุรกิจใกล้เคียงกันแต่มีความแข็งแกร่งกว่า 

    บล.ทรีนิตี้ ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 61 เหลือ 507 ล้านบาท จากก่อนหน้าที่ 577 ล้านบาท เนื่องจากประเมินว่าปี 61 J Fintech และ SINGER จะได้รับผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้ตามเกณฑ์ TFRS9 และคุณภาพหนี้โดยรวมยังน่ากังวล โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก

    ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือคาดจะยังเติบโตได้ต่อจากการขยายสาขา และการเริ่มขายกล้องถ่ายภาพที่จะมียอดขายถึง 600 ล้านบาท ด้าน JMT คาดยังคงทำได้ตามเป้าหมายเดิมคือซื้อหนี้ 5.2 หมื่นลบ.

    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท ซึ่้งราคาดังกล่าวยังไม่ได้รวมมูลค่าจาก J Fintech และ SINGER ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงสะท้อนปัจจัยลบไปมาก ทำให้มี Upside 

    การระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล(ICO)เป็นรายแรกของไทยดูเหมือนจะไปได้ไม่ดีนักสำหรับ JMART ซึ่งการโรดโชว์ในประเทศที่มั่นใจในสกุลเงินดิจิทัลอาจช่วยกระตุ้นสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่ต้องจับตาก็คือ NPL ระดับสูงในปัจจุบันจะเข้ามากดดันผลประกอบการอีกนานแค่ไหน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด