สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 19 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:08

FSMART นิวโลว์รอบ 2 ปี จับตาอนาคตหลังแนวโน้มเติมเงินเป็นขาลง

FSMART นิวโลว์รอบ 2 ปี จับตาอนาคตหลังแนวโน้มเติมเงินเป็นขาลง

         FSMART ทำจุดต่ำสุดใหม่รอบ 2 ปี หลังราคาหุ้นดิ่งกว่า 40% ภายใน 4 เดือน ขณะที่กำไรไตรมาส 4/60 น่าผิดหวัง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ จับตาอนาคตตู้บุญเติมหลังลูกค้าเติมเงินมีแนวโน้มลดลง

         หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปลายปี 57 หุ้น บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART พุ่งขึ้น 4 เท่าตัว จากราว 5 บาท ไปทำจุดสูงสุดไว้ที่ 21.5 บาท เมื่อต้นปี 60 หลังจากนั้นราคาหุ้นแกว่งตัวออกข้าง ก่อนที่จะร่วงลงมาแตะ 12.30 บาท ทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี คิดเป็นการร่วงลงมาต่อเนื่องถึง 41% ภายในระยะเวลาแค่เกือบ 4 เดือน
         FSMART เป็นผู้ให้บริการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินล่วงหน้า (Pre-paid) และบริการชำระเงินออนไลน์ ผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ (ตู้เติมเงิน) ภายใต้เครื่องหมายการค้า "บุญเติม"
         การลดลงของหุ้น FSMART ในครั้งนี้ชวนให้สงสัยว่าอะไรคือปัจจัยลบที่เข้ามากดดันราคาหุ้น เพราะเมื่อดูจากกำไรรวมทั้งปีของบริษัทในปี 60 ยังคงเติบโตราว 30% จากปีก่อน ตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ตั้งแต่ต้น
         ตลอดปี 60 บริษัทมีกำไรรวม 543 ล้านบาท เติบโต 29.3% จากปีก่อน ขณะที่จำนวนตู้บุญเติมรวมอยู่ที่ 1.24 แสนตู้ ทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นเดียวกัน ขณะที่รายได้รวมจากธุรกิจหลักทำได้ 3.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.3% จากปีก่อน
         ทั้งนี้ มุมมองของผู้บริหารมองว่าปัจจัยกดดันต่อราคาหุ้นมาจากการเร่งขยายตู้เติมเงินในปี 60 ซึ่งทำให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปี 59 อยู่ที่ 455.4 ล้านบาท กดดันต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงวางเป้าหมายที่จะขยายตู้เติมเงินในปี 61 เพิ่มขึ้นอีก 2 หมื่นตู้ พร้อมทั้งตั้งเป้ามูลค่าการใช้บริการผ่านตู้บุญเติมเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 60
         โดยบริษัทเชื่อว่าฐานลูกค้าผู้ใช้บริการระบบโทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินยังคงเป็นกลุ่มผู้ใช้เงินสด แนวโน้มที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้บริการโทรศัพท์แบบรายเดือนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดตู้เติมเงินได้อย่างต่อเนื่องในปี 60 จากส่วนแบ่งการตลาดราว 22% เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน
         อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ในไทย 2 ราย ซึ่งรายงานผลประกอบการปี 60 ออกมาแล้ว ได้แก่ แอดวานซ์ อินโฟว์ เซอร์วิซ (ADVANC) และโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ปรากฏว่าผู้ใช้บริการระบบเติมเงินของทั้ง 2 บริษัท ต่างลดลง โดย ADVANC ลดลง 2.94 แสนราย ขณะที่ DTAC ลดลง 2.44 ล้านราย
         นอกจากนี้ อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจจะกดดันราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาคือ กำไรไตรมาส 4/60 ที่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
         เฉพาะไตรมาส 4/60 FSMART มีกำไรสุทธิ 122.36 ล้านบาท ลดลง 8.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 133.18 ล้านบาท
         ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า FSMART จะมีกำไรสุทธิ 144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน แต่สำหรับประมาณการกำไรปี 61 – 62 ได้ปรับลง 5-8% อยู่ที่ 684 ล้านบาท และ 799 ล้านบาท ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานส่วนแบ่งรายได้ลงประมาณ 0.1% ขณะที่สัดส่วนมูลค่าเติมเงินมือถือยังเป็นสัดส่วนหลักกว่า 80% แม้จะลดลงจากปี 59 ที่ 98% โดยรวมจึงปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 19.5 บาท จากเดิมที่ 23.5 บาท
         ด้าน บล.ซีไอเอ็มบี คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า FSMART จะประกาศกำไรสุทธิในไตรมาส 4/60 เติบโต 12% จากปีก่อน (ราว 149 ล้านบาท) ทั้งนี้ ในมุมมองของเรา FSMART มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจาก 1) ยอดเติมเงินมือถือขนาด 100 บาท ที่เพิ่มขึ้น 2) การย้ายจากระบบเติมเงินไปเป็นรายเดือนมากขึ้น และ 3) การแข่งขันจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ
         เราคาดว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงในไตรมาส 4/60 โดยเฉพาะส่วนของการเติมเงินมือถือ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้นลง 4.1-12.7% ในปี 60-62 พร้อมปรับลดคำแนะนำ จาก ซื้อ เป็น ถือ และปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 14.80 บาท

         เป็นที่น่าจับตามองว่าการลดลงของราคาหุ้น FSMART ในรอบนี้จะหยุดลงที่จุดไหน และการลดลงในครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่ปัจจัยกดดันระยะสั้น หรือแท้จริงแล้วการลดลงในรอบนี้จะเป็นสัญญาณเตือนถึงพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงของบริษัทกันแน่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด