สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 10 กรกฎาคม 2561 | 09:20

TFG จับตาผลประกอบการพ้นจุดต่ำแล้วจริงหรือ?

TFG จับตาผลประกอบการพ้นจุดต่ำแล้วจริงหรือ?

           TFG ร่วงต่อเนื่องแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังไตรมาสแรกพลิกขาดทุน 110 ล้านบาท จับตา! ผลงานไตรมาส 2/61 หลังนักวิเคราะห์มองฟื้นกลับมามีกำไร 300 – 400 ล้านบาท จากโอกาสในการส่งออกไก่ที่มากขึ้น และเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่า

           หุ้น บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ยังคงลดลงต่อเนื่องในตั้งแต่ต้นปี 61 กดดันให้ราคาหุ้นลดลงไปแตะ 3.56 บาท ทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ก่อนที่ ล่าสุดจะฟื้นตัวกลับมาปิดที่ 3.80 บาท ทั้งนี้ ราคาหุ้น TFG เคยพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 7.80 บาท เมื่อปลายปี 59
           TFG ประกอบธุรกิจหลักเกี่ยวกับการผลิตไก่และจำหน่ายไก่สด แช่เย็นและแช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากไก่ ผลิตและจำหน่ายสุกร และผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์
           ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาหุ้น TFG ตั้งแต่ต้นปี คือ ผลประกอบการไตรมาส 1/61 ที่พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 110.76 ล้านบาท หลังจากที่สามารถทำกำไรมาได้ 8 ไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งโดยหลักเป็นผลจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
           บล.ทิสโก้ ระบุว่า TFG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 พลิกเป็นขาดทุน 128 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท และไตรมาส 4/61 ที่มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษจาการบันทึกกำไรจากชีวภาค 105 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 90 ล้านบาท บริษัทจะมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน 143 ล้านบาท เทียบกับกำไรจากการดำเนินงาน 101 ล้านบาท เมื่อปีก่อน ทั้งนี้สาเหตุเนื่องจากราคาสุกรที่ยังตกต่ำ และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะข้าวโพดอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นราว 24% ซึ่งกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาเหลือ 3.5% จาก 8.3% เมื่อปีก่อน ประกอบกับการรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาจำนวน 90 ล้านบาท
           ทั้งนี้ เราอยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเป้าหมาย เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนเนื่องจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังพลิกเป็นขาดทุน
           ด้านบริษัทเปิดเผยล่าสุดว่า ธุรกิจสุกรสำหรับตลาดในประเทศ ราคาขายเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จากระดับต่ำสุดในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งราคาสุกรอยู่ที่ 40 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 55-56 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ รายได้สูงขึ้นมาก ดังนั้น บริษัทจึงเร่งขยายการเลี้ยงและจำหน่าย จากปัจจุบันเดือนละ 70,000 ตัว เพิ่มขึ้นอีก 15-20% เพื่อรองรับดีมานด์ของตลาดในต้นปีหน้า
           จับตา! ผลงานจากการส่งออกไก่ จะทำได้ดีอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่
           บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า TFG มีปัจจัยบวกระยะสั้นรออยู่ คือ กำไรปกติไตรมาส 2/61 คาดพลิกกลับเป็นกำไร 300 - 400 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสแรกที่ขาดทุน 126 ล้านบาท และแนวโน้มครึ่งปีหลังสดใส จากแรงหนุนของเงินบาทที่อ่อนค่า และเริ่มส่งออกไปยังยุโรป รวมทั้งโอกาสรุกเข้าสู่ตลาดจีนที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ ส่วนกำไรปกติทั้งปีคาดทำได้ 1,565 ล้านบาท (ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 2,000 ล้านบาท) ทรงตัวจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีผลขาดทุนปกติ 126 ล้านบาท ในไตรมาสแรก
           ขณะที่ปี 62 คาดจะเติบโต 38% และคาดการเติบโตเฉลี่ย 3 ปีข้างหน้าที่ 14.5% ต่อปี พร้อมโอกาสปรับประมาณการขึ้น จากราคาขายในประเทศ และปริมาณการส่งออกที่เราคาดการณ์ไว้ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท
           การสั่งห้ามนำเข้าไก่แช่แข็งในหลายฟาร์มของ EU กลายเป็นโอกาสให้กับไก่สดแช่แข็งของไทย ปัจจุบันปริมาณส่งออกทั้งหมดของไทยอยู่ที่ราว 2.6 แสนตันต่อปี ซึ่ง TFG ตั้งเป้าส่งออกปีนี้ที่ราว 60,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 23.1% นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในประเทศในแง่ของปริมาณการส่งออก จากปี 60 อยู่อันดับที่ 3 นอกจากนี้โรงงานผลิตไก่ปรุงสุก (Further) นี้ใช้งบลงทุนราว 1,800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างทดสอบการผลิต คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือน ก.ค. 61 ซึ่งเป็นสินค้าที่ให้อัตรากำไรสูงมีตลาดหลักเป็น EU และ ญี่ปุ่น 
           โดยรวม TFG ตั้งเป้ารายได้จากการส่งออกในปีนี้ราว 7,500 ล้านบาท (ไก่แช่แข็ง และไก่ปรุงสุก) ขณะที่เราคาดเพียง 4,772 ล้านบาท หากรายได้จากการส่งออกทำได้มากกว่าคาดเป็นบวกต่อประมาณการทั้งด้านรายได้และอัตรากำไร
           ในแง่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง 35.4% มากกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลง 7.9% ขณะที่กลุ่มอาหารลดลง 20.4% ทำให้ที่ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขาย PER ปี 61 เพียง 12 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 15.97 เท่า ทั้งนี้ เทียบกับ CPF ที่เพิ่มขึ้น 3.3% สะท้อนให้เห็นว่า TFG มีความน่าสนใจทั้งในแง่ Laggard และกำไรที่จะพลิกฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป เริ่มต้นคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 4.9 บาท

           ก่อนหน้านี้ TFG ถูกคาดหวังว่าจะโชว์ผลงานเติบโตได้ต่อเนื่อง หลังจากเริ่มสร้างกำไรระดับ 1.4 – 1.5 พันล้านบาท ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จนค่า P/E พุ่งไปสูงกว่าระดับ 20 – 30 เท่า แต่การพลิกกลับมาเป็นขาดทุนในไตรมาสแรก สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากปัจจัยที่ยากต่อการควบคุม ทั้งราคาขายไก่และสุกร รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน ซึ่งน่าจะทำให้ราคาหุ้น TFG ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปได้จริงอย่างที่นักวิเคราะห์มองเอาไว้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด