หุ้นเด่นวันนี้

EPG กำไรจ่อนิวไฮ 2 ปีติด ...แถมอัพไซด์เพียบ !

EPG กำไรจ่อนิวไฮ 2 ปีติด ...แถมอัพไซด์เพียบ !

เช้านี้ EPG บวกสูงสุด 6.7% รับความตึงเครียดรัสเซีย – ยูเครน มีแนวโน้มไม่ยืดเยื้อ กดราคาน้ำมันลงในระยะถัดไป ขณะที่โบรกฯชี้ แม้ราคาน้ำมันพุ่ง แต่กระทบกำไร EPG จำกัด เหตุตุนสินค้าถึงเดือน มิ.ย.แล้ว แถมทยอยขึ้นราคาขายด้วย มองกำไร Q4/64-65 เป็นจุดเริ่มต้นฟื้น หนุนกำไรปี 64/65 – 65/66 ทำนิวไฮต่อเนื่อง
 

*** บวกสูงสุด 6.1% หลังคาดต้นทุนจ่อลดลง
 

ราคาหุ้น บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ช่วงเช้าวันนี้ (10 มี.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 9.7 บาท เพิ่มขึ้น 6.1% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 9.4 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 2.73% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 97.66% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น EPG เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 6.1% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย กับ ยูเครน ที่ก่อนหน้านี้เป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น EPG มีแนวโน้มไม่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตของ EPG มีแนวโน้มปรับตัวลงได้ในระยะถัดไป
 

*** แม้ราคาน้ำมันขึ้น แต่กระทบกำไรจำกัด
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ระบุว่า ราคาหุ้น EPG ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวลง Underperform ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ราว 13% จากความกังวลต่อราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนปิโตรเคมี แต่มองว่า ปัญหาดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ EPG อย่างมีนัยสำคัญ 

สาเหตุหลัก เป็นเพราะ EPG มีการจัดซื้อวัตถุดิบปิโตรเคมีล่วงหลน้า ถึงเดือน มิ.ย.65 ไปแล้ว ประกอบกับ ได้ทยอยปรับราคาขายขึ้นด้วย และ อัตราการใช้กำลังการผลิต ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย ส่งผลให้ EPG จะไม่ได้รับผลกระทบ จากต้นทุนราคาน้ำมันสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ
 

*** ยอดขายต้นปีแน่น ดันกำไร Q4/64-65 ฟื้น 
 

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/64-65 (ม.ค. – มี.ค.65) ของ EPG มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อน และ ไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิราว 400 ล้านบาท มีปัจจัยหนุน จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ประกอบกับ ทยอยขึ้นราคาขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เติบโตขึ้นด้วย

สอดคล้องกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่มองว่า ปริมาณการขายในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค.65 ของ EPG มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากความต้องการสินค้าที่สูงขึ้นในทุกธุรกิจ, อัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ของโรงงานในประเทศไทย และสหรัฐฯ หลังความต้องการฉนวนฟื้นตัวขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จากการฟื้นตัวของความต้องการพลาสติก หลังประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ตั้งแต่ช่วงปลายปี 64 ประกอบกับ การฟื้นตัวของความต้องการสินค้าอะไหล่ยานยนต์ ในประเทศออสเตรเลีย, จีน, อีนเดียและ แอฟริกาใต้
 

*** กูรูคาดกำไรปี 64/65 – 65/66 จ่อนิวไฮ 2 ปีติด
 

บล.เคทีบีเอสที มองว่า กำไรสุทธิปี 64/65 (เม.ย.64 – มี.ค.65) และ กำไรสุทธิปี 65/666 (เม.ย.65 – มี.ค.66) ของ EPG มีแนวโน้มทำสถิติกำไรสุทธิสูงสุดตลอดกาล (นิวไฮ) ของบริษัท โดยสาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิปี 64/65 ทำนิวไฮ คือ กำไร 9 เดือนของงวดดังกล่าว คิดเป็น 74% ของประมาณการที่คาดไว้ ขณะที่ ไตรมาสสุดท้ายของงวด ยังเห็นแนวโน้มกำไรเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน

ขณะที่กำไรสุทธิงวดปี 65/66 ของ EPG คาดไว้ราว 1.9 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 13% จากปีก่อน มีปัจจัยหนุน จากธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตในระดับสูง สะท้อนจากเป้าหมายรายได้ของบริษัท ที่คาดหวังการเติบโตในสหรัฐฯ 30% จากปีก่อน ประกอบกับ Aeroklas มีคำสั่งซื้อใหม่จากรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติม จากอีก 2 ธุรกิจ อย่าง TJM และ EPP ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามกำลังซื้อฟื้นตัว ประกอบกับ ส่วนแบ่งกำไนเงินลงทุน จะเพิ่มขึ้นอีกราวไตรมาสละ 30 ล้านบาท ตั้งแต่ไตรมาส 3/65-66 (ต.ค. – ธ.ค.65) เป็นต้นไป (เดิมมีส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนไตรมาสละ 50 – 60 ล้านบาท)

สรุป มีนักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64/65 – 65/66 ของ EPG ไว้ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 64/65 (ลบ.) %chg YoY   กำไรสุทธิปี 65/66 (ลบ.) %chg YoY
ฟินันเซียฯ 1,688 39         1,750   4
เคทีบีฯ 1,685  38         1,901   13
หยวนต้า 1,640  35         1,806  10


*** โบรกฯ มอง Valuation น่าสนใจ
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบัน ของ EPG ยังมีความน่าสนใจ สะท้อนตากราคาหุ้นที่มีอัพไซด์ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเราที่ 14.90 บาท/หุ้น อีกทั้ง ยังเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่องของผลการดำเนินงาน จากการกระจายความเสี่ยงใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่มองว่า EPG เป็นหุ้นที่น่าสนใจ ในธีมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากความต้องการผลิตภัณฑ์ของ EPG อาทิ ฉนวน, ชิ้นส่วนยานยนต์ และ บรรจุภัณฑ์ ฟื้นตัวหลังหลายประเทศทั่วโลก ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ประกอบกับ การขยายกำลังการผลิตของ Aeroflex ในสหรัฐฯ จะช่วยสร้างการเติบโตในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วน บล.เคทีบีเอสที ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มองช่วงนี้เป็นจังหวะเข้าทยอยสะสมหุ้น EPG ที่ดี หลังราคาหุ้นช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา Underperform ดัชนีหุ้นไทยราว 13% จากความกังวลราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ผลการดำเนินงานของ EPG ในช่วง 5 – 6 เดือนจากนี้ ยังคงไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อปัจจัยดังกล่าว
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64-65 ของ EPG มีแนวโน้มเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิงวดปี 64/65 และ 65/66 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดตลอดกาลของบริษัท ตามความต้องการสินค้าหลัก 3 ชนิดของ EPG ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ

 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบีฯ ซื้อ         17.00
กรุงศรีฯ  ซื้อ         16.00
ฟินันเซียฯ ซื้อ         16.00
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ         15.00
หยวนต้า ซื้อ         14.90
ราคาเฉลี่ย 15.78


หากนักลงทุน ลองพิจาณาราคาหุ้น ณ ปัจจุบันของ EPG เทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ จะพบว่า ราคาหุ้น EPG ขณะนี้ ยังมีอัพไซด์ค่อนข้างสูงถึง 67% ขณะที่ ผลการดำเนินงาน มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 4/64-65 เป็นต้นไป สะท้อนจากความต้องการสินค้าหลักของ EPG ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวให้เห็นแล้วในช่วงต้นปีนี้ ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด