สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 11 เมษายน 2561 | 13:20

จับตา PACE ขาย 'มหานคร' ต่อลมหายใจได้นานแค่ไหน?

จับตา PACE ขาย 'มหานคร' ต่อลมหายใจได้นานแค่ไหน?

    PACE เจอ Sell on fact หลังแจ้งขายสินทรัพย์โครงการมหานครให้กลุ่ม'คิง เพาเวอร์' มูลค่า 1.4 หมื่นลบ. ฟากโบรกฯ มองบวกช่วยหนุนสภาพคล่อง แต่การซื้อหุ้น PP1 และ PP3 คืน วงเงินกว่า 1 หมื่นลบ. ทำให้เหลือเงินชำระหนี้เพียง 4 พันลบ.เท่านั้น จากหนี้ทั้งหมด 2 หมื่นลบ. และยังมีประเด็นที่น่าห่วงรออยู่อีกมาก จับตาขายตึกมหารครครั้งนี้ต่อลมหายใจได้นานแค่ไหน

    ราคาหุ้น บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) เปิดการซื้อขายในแดนบวก โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดช่วงเช้าที่ 0.61 บาท ก่อนจะมีแรงขายออกมา ส่งผลให้ปิดตลาดภาคเช้าที่ 0.55 บาท ลดลง 0.03บาท หรือ 5.17% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 217.02% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    PACE ดำเนินกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ธุรกิจไลฟ์สไตล์รีเทลด้านอาหารและเครื่องดื่มกูร์เม่ต์ ภายใต้ชื่อ "ดีน แอนด์ เดลูก้า" ในสหรัฐอเมริกาและไทย และเป็นผู้พัฒนาโครงการมหานคร อสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed use)บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 

    ในปี 60 บริษัทมีรายได้รวม 9,270.89 ล้านบาท โดยมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  63.9% และจากดีน แอนด์ เดลูก้าทั้งในและต่างประเทศ 34.2% 

    PACE ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย NP มาตั้งแต่ วันที่ 17 ส.ค. 60 จากประเด็นผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปต่องบการเงินในงวดไตรมาส 2/60 และ 3/60 เนื่องจากผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำประมาณการรายได้ในอนาคตของจุดชมวิว ชั้น 77 ของโครงการมหานคร มาประเมินมูลค่าปัจจุบัน แม้ภายหลังจะส่งงบการเงินหลังจากประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนมาแล้วก็ตาม

    ด้านผลประกอบการ PACE ขาดทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 57 - 59 โดยมีผลขาดทุนสุทธิที่ 378.77 ล้านบาท 1,785.02 ล้านบาท และ 2,326.40 ล้านบาท ตามลำดับ ก่อนพลิกมีกำไรในปี 60 ที่ 171.12 ล้านบาท ส่วนราคาหุ้นเคยขึ้นไปทำ All Time High ที่ 4.05 บาท ในปี 59 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาเป็นหุ้นต่ำบาทในช่วงปลายปี 60 

    ล่าสุดราคาหุ้น PACE บวกต่อเนื่อง 4 วันติด หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นกว่า 15% จากกระแสข่าวขายโครงการมหานครให้กลุ่มทุนรายใหญ่ ก่อนเจอแรงขาย Sell on fact ในวันนี้ หลังจากบริษัทแจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงการขายโครงการมหานคร รวมถึงที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมให้กลุ่ม 'คิง เพาเวอร์' มูลค่า 1.4 หมื่นลบ. เพื่อนำเงินไปใช้ชำระหนี้ พร้อมอนุมัติซื้อหุ้น PP1 และ PP3 จากอพอลโล และโกลด์แมน รวมไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท

    PACE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่าได้จำหน่ายสินทรัพย์โครงการมหานคร มูลค่ารวม 1.4 หมื่นล้านบาท ให้แก่ บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด ประกอบด้วย ที่ดิน โรงแรม อาคารจุดชมวิว อาคารรีเทลคิวบ์ ภาพวาด ใบอนุญาตต่าง ๆ รวมถึงสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจของบริษัทย่อย ซึ่งหลังจากการขาย PACE จะเหลือธุรกิจอสังหาฯที่เป็นเจ้าของอีก 4 โครงการ และร้านอาหารดีน แอนด์ เดลูก้า

    นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ดยังอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นที่อพอลโล เอเชีย สปริ้นท์ คอมปานี ลิมิเต็ด (“อพอลโล”) และโกลด์แมน แซคส์ อินเวสเมนท์ส โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) ลิมิเต็ด (“โกลด์แมน”) ถืออยู่ในเพซ โปรเจ็ค วัน(PP1) และเพซ โปรเจ็ค ทรี (PP3) จำนวน 49% และ 48.72% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดตามลำดับ ทั้งหมดรวมเป็นเงินจำนวนไม่เกิน 320 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 10,000 ล้านบาท 

    โดยจะนำกระแสเงินสดที่ได้จากธุรกรรมในครั้งนี้ รวมกับกระแสเงินสดจากการขายหุ้นเพิ่มทุนที่สำเร็จเมื่อก.พ. 61 มูลค่า 3,894 ล้านบาท มาลดหนี้ ส่งผลให้สถานะทางการเงินของบริษัทแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังมีสภาพคล่องที่จะนำมาต่อยอดพัฒนาธุรกิจที่มีอยู่ให้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาวต่อไป

    PACE ระบุว่า โครงการมหานครเป็นโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะจำหน่ายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ( REIT) ภายหลังการก่อสร้างเสร็จสิ้น ดังนั้น การจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินในคราวนี้ ทำให้บริษัทฯ ได้รับกระแสเงินสดเร็วกว่ากำหนด อย่างไรก็ตามหลังการขายทรัพย์สินดังกล่าว บริษัทฯ ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานอีก 4 โครงการ คือ โครงการนิมิต หลังสวน โครงการวินด์ เชล โครงการมหาสมุทร วิลล่า และโครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ อีกทั้งยังมีธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ “DEAN & DELUCA”

    ด้านนักวิเคราะห์มองประเด็นขายสินทรัพย์ให้คิง เพาเวอร์ เป็นบวกกับปัญหาสภาพคล่อง แต่ยังมีความกังวลจากประเด็นบริษัทเตรียมซื้อหุ้น PP1 และPP3 คืนด้วยวงเงินถึง 1 หมื่นลบ. ทำให้เหลือเงินเพียง 4 พันลบ. เท่านั้น ขณะที่มีหนี้ที่ต้องชำระภายใน 1 ปี มากถึง 1.45 หมื่นลบ.  และยังมีประเด็นที่ต้องจับตาอีกหลายเรื่อง

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผยการขายสินทรัพย์ให้กลุ่ม"คิง เพาเวอร์"มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท จะเป็นประเด็นบวกกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน แต่ยังมีประเด็นที่ต้องกังวลคือ การซื้อหุ้น PP1 และ PP3 คืนจากอพอลโลฯและโกลด์แมน แซคฯ ด้วยวงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท จะทำให้มีเงินเหลือจากการขายสินทรัพย์เพียง 4 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในงบการเงินปี 60 PACE มีหนี้เงินกู้อยู่ถึง 2 หมื่นล้านบาท และเป็นเงินกู้ที่ต้องชำระภายใน 1 ปีถึง 1.45 หมื่นล้านบาท

    นอกจากนี้ยังมีประเด็นต้องกังวลคือ PACE ยังต้องใช้เงินลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆอีก เช่น นิมิต หลังสวน ,วินด์เซล , โครงการมหาสมุทร และมหาสมุทร คันทรี่ คลับ ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารดีน แอนด์ เดลูก้า ไม่สามารถเข้ามาช่วยได้เนื่องจากที่ผ่านมายังขาดทุนต่อเนื่องอยู่ 

    อีกทั้ง  PACE ยังไม่ได้กล่าวถึงคอนโดมิเนียมในโครงการมหานคร ที่ใช้ที่ดินร่วมกับ PP1 และ PP3 ซึ่งเป็นที่ดินที่จะขายให้แก่ คิง เพาเวอร์ ซึ่งปัจจุบันมีโอนกรรมสิทธิ์โครงการไปบางส่วนแล้ว และอีกประเด็นคือจะมีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาจากการขายสินทรัพย์ครั้งนี้หรือไม่

    ด้วยปัญหาสภาพคล่องทำให้ที่สุดแล้ว PACE จำเป็นต้องเดินนอกแผน ขายตึกมหานครซึ่งเป็นโครงการไฮไลท์ของบริษัทออกมา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่ามูลค่าขายถึง 1.4 หมื่นล้านบาทจะช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ แต่การขายตึกมหานครในครั้งนี้จะต่อลมหายใจ PACE ไปได้อีกนานเท่าไหร่ เพราะเหลือเงินไปชำระหนี้เพียง 4 พันล้านบาท ในขณะที่ธุรกิจอาหารที่มีอยู่ในมือยังขาดทุนต่อเนื่อง และธุรกิจอสังหาฯ ก็ยังต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด