หุ้นเด่นวันนี้

SCB นิวไฮ 5 เดือน ...ส่องดีลร่วมทุน ADVANC หนุนโตแค่ไหน?

SCB นิวไฮ 5 เดือน ...ส่องดีลร่วมทุน ADVANC หนุนโตแค่ไหน?

เช้านี้ SCB ดีดทำนิวไฮรอบ 5 เดือน คาดรับปัจจัยหนุนร่วมทุน ADVANC ลุยธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล โบรกฯมองบวกหนุนโตระยะยาว คาดตลาดยังมีศักยภาพเติบโตสูง ประเมินทุก 1% ของลูกค้า ADVANC ที่ขอกู้ผ่าน AISCB จะสร้างกำไรสุทธิราว 521 ล้านบาท 
 

*** นิวไฮ 5 เดือน หลังร่วมทุน ADVANC ลุยสินเชื่อดิจิทัล
 

ราคาหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ช่วงเช้าวันนี้ (22 ก.ย.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 113 บาท ทำนิวไฮรอบ 5 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 110.50 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 2.79% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 253.03% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SCB ช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 5 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศร่วมทุนกับ ADVANC จัดตั้งบริษัท เอไอเอสซีบี จำกัด (AISCB) ด้วยทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท โดย SCB และ ADVANC ถือหุ้น 50% เท่ากัน มีวัตถุประสงค์ ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ มองว่า ดีลดังกล่าว เป็นการรองรับการเติบโตในระยะยาวมากกว่าในระยะสั้น เนื่องจากหากกำหนดให้ AISCB เป็นธุรกิจการเงิน และมีระดับ D/E Covenant ราว 7 เท่า จะทำให้มีเงินทุนในการปล่อยสินเชื่อเต็มที่ 4.8 พันล้านบาท ซึ่งยังเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดสินเชื่อของ SCB ราว 2.2 ล้านล้านบาท และฐานสินทรัพย์ที่ 3.2 ล้านล้านบาท 

ทั้งนี้ มองว่า ตลาดสินเชื่อดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอนาคต ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย จึงทำให้ขนาดธุรกิจของ AISCB จะค่อยๆเติบโตตามตลาดไปด้วยเช่นกัน  
 

*** เปิดข้อดีที่ SCB จะได้รับจากดีลร่วมทุน ADVANC
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า การร่วมทุนกับ ADVANC ครั้งนี้ จะทำให้รายได้ดอกเบี้ยของ SCB เพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบัน SCB คิดดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.6% เท่านั้น แต่ตลาดสินเชื่อกลุ่ม Underbanked มีการคิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยราว 20% จึงทำให้ Asset Yield ของ SCB เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

ขณะที่ การร่วมมือกับ ADVANC ยังช่วยกระตุ้นการเติบโต ให้สินเชื่อดิจิทัลของ SCB (1.2% ของพอร์ตสินเชื่อรวม) มากขึ้น เนื่องจาก SCB จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า Underbanked ได้มากขึ้น โดยอาศัย ADVANC เป็นสื่อกลาง ด้วยฐานลูกค้าสูงสุด 43.2 ล้านเลขหมาย ช่วยปิดจุดอ่อนเดิม เรื่องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้านอกธนาคารของ SCB ได้ทันที  

นอกจากนี้ SCB จะกลายเป็นผู้เล่นที่ได้เปรียบคู่แข่งในตลาดสินเชื่อดิจิทัลอีกด้วย เนื่องจาก AISCB จะได้รับการสนับสนุนต้นทุนทางการเงินจาก SCB ซึ่งทำให้ AISCB เป็นบริษัทสินเชื่อที่มีระดับต้นทุนต่ำ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง NoN-Bank อีกหลายราย รวมถึงยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการดำเนินงานทางการเงินจาก SCB ด้วย

ทั้งนี้ SCB ยังมีโอกาสเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าของ ADVANC เช่น วินัยการชำระค่าบริการ และขนาดแพคเกจที่ใช้งาน ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์ Big Data ภายใต้การดำเนินงานของ SCB Abacus ที่มีความชำนาญในการพัฒนาระบบ AI เพื่อสร้างเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อดิจิทัลให้มีคุณภาพมากขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และ โอกาสที่ลูกหนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย
 

*** กูรูมอง ตลาดยังมีศักยภาพเติบโตสูง
 

นายธนา โพธิกำจร CEO Kasikorn LINE ระบุว่า ประชากรชาวไทยมากกว่า 40% ตกอยู่ในสถานะ Underbanked ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ ดังนั้น จึงมองว่าตลาดดังกล่าวยังมีศักยภาพเติบโตอีกมาก ซึ่งปัจจุบัน การกู้เงินนอกระบบ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 9% ของ GDP

ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติเพิ่มวงเงินสินเชื่อดิจิทัล เป็น 4 หมื่นบาท (เดิม 2 หมื่นบาท) และเพิ่มระยะเวลากู้เงินเป็น 12 เดือน (เดิม 6 เดือน) ซึ่งทาง AISCB มีความได้เปรียบคู่แข่ง ทั้งฐานลูกค้า และข้อมูลดิจิทัล จึงทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจสูง
 

*** ทีนี้ลองมาดูการเติบโตของกำไรดูบ้าง! 
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินว่า ทุกๆการปล่อยสินเชื่อมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท จะเพิ่มอัพไซด์ต่อกำไรสุทธิของ SCB ราว 1.1% โดยอ้างสมมติฐาน ดังนี้

1.จำนวนสินเชื่อปล่อยกู้ต่อคนที่ 1 หมื่นบาท ซึ่ง ธปท.กำหนดไม่เกิน 4 หมื่นบาท ขณะที่ เทียบกับ LineBK ที่ปล่อยสินเชื่อเริ่มต้นที่ 7 พันบาท

2.อัตราดอกเบี้ยที่ 25% ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด

3.Cost to income ที่ 40% ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ แม้ว่า Digital Lending จะใช้ต้นทุนต่ำกว่า แต่ช่วง 1-2 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจ ต้องมีการลงทุนระบบ IT สูง 

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ทุกๆ 1% ของฐานลูกค้า ADVANC ที่เข้ามาขอกู้ผ่าน AISCB จะสามารถสร้างรายได้ดอกเบี้ยราว 1.7 พันล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิ 521 ล้านบาท 
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าการร่วมทุนระหว่าง SCB และ ADVANC จะสามารถสร้างการเติบโตในอนาคตได้ ขณะที่ ผลประกอบการระยะสั้นของ SCB เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/64 หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง   
 

บล. คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     136.00
หยวนต้า ซื้อ     124.50
ฟิลลิป  ซื้อ     121.00
โนมูระฯ ซื้อ     117.00
เคทีบีฯ ซื้อ     116.00
ทรีนีตี้  ซื้อ     114.00
ราคาเฉลี่ย 121.41

หากอ้างอิงข้อมูลของโบรกฯ ดูเหมือนว่า การร่วมทุนระหว่าง SCB และ ADVANC จะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตเสียมากกว่า โดยในระยะสั้น นักวิเคราะห์มองว่า ยังไม่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญมากนัก แต่ในระยะกลาง-ยาว ส่วนใหญ่มั่นใจ ว่า AISCB มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ตามเทรนด์โลกที่เข้าสูระบบดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งจะหนุนผลประกอบการของทั้ง SCB และ ADVANC ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในระยะกลาง-ยาว ... 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด