หุ้นเด่นวันนี้

CBG "ถอยมาทับ"...หรือย่อมาให้เก็บ?

CBG

ราคาหุ้น CBG ปิดซื้อขายภาคเช้าในแดนลบ หลังประกาศกำไร Q4/63 จำนวน 873 ลบ. ต่ำกว่าตลาดคาด 16% ขณะที่งบ Q1/64 ยังไม่กลับมาโตโดดเด่น หลังธุรกิจเข้าโลว์ซีซั่น รับผลกระทบโควิดระบาดรอบสอง - รัฐประหารเมียนมา แม้ทั้งปีกำไรยังคงเดินหน้าทำนิวไฮ แต่การเข้าลงทุนในช่วงนี้ จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือไม่? ต้องติดตาม!
 

*** ปิดเช้าแดนลบ หลังงบ Q4/63 ต่ำกว่าตลาดคาด 16%
 

ราคาหุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ช่วงเช้าวันนี้ ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 132.50 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 134 บาท ลดลง 4.5 บาท หรือ -3.25% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 80.02% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น CBG ปิดซื้อขายภาคเช้าในแดนลบ เนื่องจากงบการเงินไตรมาส 4/63 ที่เพิ่งประกาศออกมาจำนวน 873 ล้านบาท แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ราว 16% และยังลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 10% โดยสาเหตุหลัก เกิดจากรายได้ต่างประเทศลดลง 18% จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่กัมพูชา ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 39.3% เทียบกับไตรมาสก่อนอยู่ที่ 41.6%
 

*** รัฐประหารเมียนมา ฉุดยอดขาย Q1/64 วูบเล็กน้อย 
 

บล.กรุงศรี มองว่า ในช่วงไตรมาส 1/64 ผลประกอบการของ CBG ยังมีแนวโน้มสะดุดเล็กน้อย จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสองในประเทศไทย ประกอบกับ การทำรัฐประหารในเมียนมา โดยทั้งสองประเด็นดังกล่าว จะส่งผลให้รายได้จากการขาย และ GPM ของ CBG ลดลง โดยใช้สมมติฐานว่าการทำรัฐประหารในเมียนมา จะทำให้ลูกค้าลดการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังเป็นเวลา 1 เดือน ส่งผลให้รายได้ลดลง 0.4 - 3.2%

ขณะที่ บล.บัวหลวง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วในช่วงเดือน ม.ค. - มี.ค.ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ยอดขาย และกำไรสุทธิของ CBG เป็นจุดต่ำสุดของปีอยู่แล้ว หลังธุรกิจเข้าโลว์ซีซั่น โดยปีนี้มีความกังวลเพิ่มเติม จากการทำรัฐประหารในเมียนมา (รายได้ 10% ของ CBG) ที่ทำให้การส่งออกสินค้าของ CBG เข้าไปในเมียนมาชะลอตัวลง ส่งผลให้การเติบโตในเมียนมาช่วงไตรมาส 1/64 มีแนวโน้มสะดุดเล็กน้อย แต่ทั้งปีคาดยอดขายยังคงเติบโต 60% จากปีก่อน แต่ได้ประเมินในกรณีผลกระทบเลวร้ายที่สุด ยอดขายในเมียนมายังคงเติบโตขึ้น 10 - 30% จากปีก่อน 

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า ยอดขายปี 64 ของ CBG ในเมียนมา ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 50% จากปีก่อน สะท้อนจากจุดอิ่มตัวของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเมียนมาที่คาดไว้ราว 3 หมื่นล้านบาท แต่เทียบกับขนาดตลาดในปัจจุบันมีมูลค่าราว 1.5 หมื่นล้านบาท จึงมั่นใจว่าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเมียนมายังคงเติบโตในอัตราสองหลักทั้งปี 64 และ ปี 65
 

*** ได้ไลเซนส์"เบียร์"ไม่ช่วยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น
 

บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หาก ตะวันแดง 1999 (บริษัทในเครือ CBG) ได้รับใบอนุญาตให้ผลิต และจัดจำหน่ายเบียร์ ซึ่งคาดว่า ตะวันแดง 1999 จะแต่งตั้งให้ CBG เป็นผู้จัดจำหน่าย อย่างไรก็ตาม มองว่าจ้าวตลาดผลิตภัณฑ์เบียร์อย่าง "สิงค์ คอร์ปอเรชั่น" และ "ไทยเบฟเวอเรจ" จะมีมาตรการตอบโต้ เพื่อป้องกันส่วนแบ่งตลาดของตัวเอง โดยมองว่า ตะวันแดง 1999 ยังต้องใช้เวลา เพื่อแย่งส่วนแบ่งกับ 2 จ้าวตลาดรายใหญ่ดังกล่าว จึงมองว่าปัจจัยดังกล่าว ยังไม่ส่งผลบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
 

*** กำไรปี 64 ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮ คาดโต 24.19-35%
 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CBG ไว้ที่ 4.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปี 63 โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้เครื่องดื่มชูกำลังกลับมาเติบโต และ รับรู้รายได้จากเครื่องดื่ม Woody C+Lock เต็มปี ส่งผลให้รายได้ในประเทศขยายตัว 18% จากปีก่อน

ส่วนรายได้ต่างประเทศ คาดขยายตัว 28% จากปีก่อน ตามการขยายสินค้าเพิ่มขึ้น และ GPM ขยายตัวต่อเนื่อง จากกำลังผลิตโรงงานที่เพิ่มขึ้น ทั้ง ACM, APG และ APM ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนราว 200 ล้านบาท/ปี

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CBG ไว้ที่ 4.6 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปี 63 โดยมีปัจจัยหนุนจากเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศกลับมาเติบโต และรับรู้รายได้เต็มปีของเครื่องดื่ม C+LOCK ทั้งในประเทศและการส่งออก 

นอกจากนี้ มองว่าตลาดจีนยังคงเติบโต ประกอบกับตลาด CLMV ที่มีแนวโน้มกลับมาเติบโตในอัตราเร่ง หลังโรงงานบรรจุกระป๋อง พร้อมเดินเครื่องการผลิตใหม่ ส่วนรายได้รับจ้างจัดจำหน่าย คาดยังมีสินค้ากลุ่มแอลกอฮอล์รายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่ สินค้าจากลูกค้ารายเดิมคาดเติบโตต่อ หากการแพร่ระบาดโควิด-19 ไม่กลับมาระบาดรอบใหม่ ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 64  จะไม่มีค่าใช้จ่ายจากการสนับสนุนทีมฟุตบอลเชลซีในระดับสูงอีกแล้ว

ส่วนโบรกเกอร์อีก 2 แห่งประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CBG ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.) %Chg.YoY
ฟินันเซียฯ  4,378 24.19
บัวหลวง 4,483 27.17


*** กำไรยังมีอัพไซด์ จากการจัดจำหน่าย"เหล้าขาว" - "กัญชง"
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า การเป็นผู้จัดจำหน่าย อาจมีบทบาทสำคัญสำหรับการเติบโตในประเทศ ซึ่งนักลงทุนไม่ควรมองข้าม โดยตลาดดังกล่าว มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญราว 50% ในปี 63 หลังผลิตภัณฑ์"เหล้าขาวข้าวหอม"ได้รับความนิยมในตลาด (ส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2%) 

ดังนั้นจึงเชื่อว่า CBG มีโอกาสที่จะขยายธุรกิจในตลาด"เหล้าขาว"ได้ในฐานะผู้จัดจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีการคาดการณ์ว่าตลาด"เหล้าขาว"ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท โดยปัจจัยดังกล่าว ถือ เป็นอัพไซด์ ที่ยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการกำไรสุทธิปี 64 

ส่วน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ผลประกอบการปี 64 ของ CBG ยังมีอัพไซด์ จากผลิตภัณฑ์กัญชง ซึ่งคาดจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 64 โดยในวันนี้ (22 ก.พ.64) องค์การอาหารและยา (อ.ย.) ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ และออกใบอนุญาตให้เอกชน นำน้ำมันจากเมล็ดกัญชงไปใช้ในอาหาร และเครื่องดื่มเชิงพาณิชย์ 


*** แต่โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำเพียงแค่"ถือ"เท่านั้น
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำเพียงแค่"ถือ"เท่านั้น เนื่องจากมองว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ของ CBG ได้สะท้อนปัจจัยบวกที่ตลาดคาดหวังไปหมดแล้ว ขณะที่มูลค่าหุ้น ณ ปัจจุบันเริ่มตึงตัว จึงทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับคำแนะนำลง เหลือเพียงแค่"ถือ"

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคจีไอ  ขาย 132.00
บัวหลวง ถือ 138.00
ทิสโก้ ถือ 139.00
กรุงศรี   ถือ 145.00
หยวนต้า ซื้อ 152.50
เคทีบี  ซื้อ 181.00
ราคาเฉลี่ย  147.83

แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะแนะนำเพียงแค่"ถือ" เพราะมีความกังวลจากมูลค่าหุ้น CBG ที่เริ่มตึงตัว แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรงในวันนี้ ถ่างให้อัพไซด์ของ
CBG เปิดกว้างขึ้นเป็น 11% ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนระยะยาวทยอยเข้าสะสมหุ้นได้ เพราะผลประกอบการในระยะยาวของ CBG ยังมีแนวโน้ม
เติบโตอย่างโดดเด่น....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด