หุ้นเด่นวันนี้

SCC พุ่งสวนตลาด..งบโค้งสองโตเกินคาด–ปันผลสูง

SCC พุ่งสวนตลาด..งบโค้งสองโตเกินคาด–ปันผลสูง

SCC ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.44% สวนทาง SET ที่ปิดลบ 16.45 จุด คาดรับปัจจัยหนุนกำไร Q2/64 โตเกินตลาดคาด – ปันผลครึ่งปีแรกให้ยิลด์ 2.1% ขณะที่โบรกฯ แนะระวังงบ Q3/64 เป็นจุดต่ำสุดปีนี้ หลังวัสดุก่อสร้างเข้าโลว์ซีซั่น – สเปรดต่ำลง แต่ผลงานครึ่งปีแรกที่โตเด่น ยังพยุงกำไรปี 64 โตเด่นระหว่าง 31.42 – 45.45% YoY
 

*** ปิดเช้าบวก 2.44% รับงบ Q2/64 ดีเกินคาด – ปันผลสูง
 

ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 426 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 420 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท หรือ 2.44% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 161.86% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SCC ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.44% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 16.45 จุด หรือ -1.07% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากงบการเงินไตรมาส 2/64 ที่มีกำไรสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 84% จากปีก่อน ดีกว่าที่ Bloomberg consensus คาดไว้ถึง 26%

นอกจากนี้ SCC ยังได้รับปัจจัยหนุน จากการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรก ที่อัตรา 8.5 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 2.1% โดยจะขึ้นเครื่องหมายผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 13 ส.ค.นี้ และ จ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 ส.ค.64

ด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า SCC จะจ่ายเงินปันผลทั้งปี 64 คิดเป็น Dividend Yield ที่สูงระดับ 4.27%  ใกล้เคียงกับระดับที่นักวิเคราะห์จาก IAA Consensus ประเมินไว้ที่ 4.4%


*** แต่ระวังงบ Q3/64 เป็นจุดต่ำสุดปีนี้
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า ผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 3/64 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจาก 2 ไตรมาสแรกของปี และอาจเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ โดยมีเหตุผลหลัก จากสเปรดปิโตรเคมีต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส 2/64 ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ จะเป็นช่วงที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างของ SCC เข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น ตามปัจจัยฤดูฝน ส่งผลให้ธุรกิจดังกล่าว มียอดขายลดลงต่ำกว่าช่วงอื่นๆของปีเป็นปกติอยู่แล้ว ประกอบกับปีนี้ ยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศที่ยังคงความรุนแรงอีกด้วย

สอดคล้องกับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ SCC จะอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากคาดว่า สเปรด Polyethylene (PE)/Polypropylene (PP) จะลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ประกอบกับ มีกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น

ทั้งนี้ ในเดือนก.ค.64 สเปรด HDPE/PP ลดลง 23% และ 21% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับความสะอาดและสุขอนามัยยังคงสูงมาก รวมถึงธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีการเติบโตทั้งจากการซื้อกิจการและขยายกำลังการผลิตภายในอย่างต่อเนื่อง
 

*** ลุ้น Q4/64 งบฟื้นอีกครั้ง หลังวัสดุก่อสร้างผ่านโลว์ซีซั่น – สเปรดฟื้น
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/64 ของ SCC จะฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาส 3/64 โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจวัสดุก่อสร้างผ่านช่วงโลว์ซี่ซั่นไปแล้ว ประกอบกับ การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศ คาดสถานการณ์จะเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นกว่าสถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังคาดว่า สเปรดปิโตรเคมี จะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ตามอุปสงค์การผลิตสินค้าช่วงเทศกาลมากขึ้น โดยเฉพาะอุปสงค์ในประเทศอินเดียที่คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติ นอกจากนี้  SCC ยังได้รับปัจจัยหนุนจากโรงงานในภูมิภาคจะปิดซ่อมบำรุงในช่วงต้นไตรมาส 4/64 ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น โดยประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ SCC ไว้ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 31.42% จากปีก่อน

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ SCC ไว้ดังนี้

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %chg YoY
ทรีนี้ตี้  49,665 45.45
เอเชีย พลัส 46,907  37.37
บัวหลวง 45,484 33.21


*** แม้กำไรครึ่งปีหลังอ่อนตัว แต่กูรูมองระยะยาวยังน่าสนใจ
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แม้ผลการดำเนินงานของ SCC ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากครึ่งปีแรก แต่ผลการดำเนินงานของ SCC ในช่วง 3-5 ปี ข้างหน้า ยังอยู่ในช่วงการเติบโต เพราะการลงทุนขยายกำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด SCC เพิ่งประกาศเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ PT.Chandra Asri Petrochemical Tbk ( CAP) ประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าราว 1.42 หมื่นล้านบาท โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะถูกนำไปลงทุนในโครงการ CAP2 ซึ่งมีกำลังการผลิตปิโตรฯต้นน้ำ 1.7 ล้านต้น มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 69

ขณะที่ โครงการที่ SCC ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้อย่าง  Long Son Petrochemical (LSP) ซึ่งเป็น Petrochemical Complex แห่งแรกในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิตปิโตรฯต้นน้ำ 1.6 ล้านตัน ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 83% มีกำหนดแล้วเสร็จกลางปี 66
 
ส่วน การเสนอขายหุ้น SCG Chemical ต่อประชาชนทั่วไป เพื่อรองรับโอกาสในการขยายธุรกิจเคมิคอลส์ คาดแล้วเสร็จในปี 65 ซึ่งปัจจัยทั้งหมด ถือเป็นบวกต่อราคาหุ้น SCC ที่จะสามารถประเมินมูลค่าหุ้นภายใต้วิธี Sum Of the part ได้อย่างน่าเชื้อถือมากขึ้น

 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของ SCC ที่เติบโตโดดเด่น ยังช่วยชดเชยกำไรสุทธิครึ่งปีหลัง ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงได้ ขณะที่การเติบโตในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ยังทำได้ดีต่อเนื่อง หลังเดินตามแผนขยายกำลังผลิตได้ตามเป้าหมาย ประกอบกับ ยังมีแผนขยายธุรกิจเคมิคอลส์เป็นตัวช่วยหนุนการเติบโตในอนาคตอีกแรง

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ทรีนีตี้ ซื้อ     522.00
หยวนต้า ซื้อ     520.00
เอเชีย พลัส ซื้อ     500.00
ดีบีเอสฯ ซื้อ     496.00
กรุงศรี ถือ     420.00
ราคาเฉลี่ย 491.60


หากอิงจากผลประกอบการครึ่งปีแรกของ SCC ดูเหมือนว่าปี 64 จะไม่ใช่ปีที่ยากลำบากสำหรับ SCC เหมือนกับหลายบริษัท ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่สิ่งที่ท้าทายสำหรับ SCC คือ ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป จะยังคงรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิในระดับเลข 2 หลักเหมือนในปี 64 ได้อย่างต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน ?...  







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด