สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นเด่นวันนี้

| 27 เมษายน 2561 | 13:23

BH โบรกฯ รุมหั่นเป้า สวนกำไรสุทธิโค้งแรกทำนิวไฮรายไตรมาส

BH โบรกฯ รุมหั่นเป้า สวนกำไรสุทธิโค้งแรกทำนิวไฮรายไตรมาส

    BH ดิ่งแรง 2 วันติดทำจุดต่ำสุดรอบเกือบ 3 เดือน แม้เปิดงบโค้งแรกทำกำไรสุทธินิวไฮรายไตรมาส แต่นักวิเคราะห์รุมหั่นประมาณการ หลังกำไรโตต่ำกว่าคาดแม้เป็นไตรมาสดีสุดของปี และช่วงที่เหลือของปียังไม่มีปัจจัยเข้ามาหนุน ขณะที่ราคาหุ้นแทบไม่เหลืออัพไซด์จากราคาเหมาะสม

    ราคาหุ้น บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ดิ่งแรง 2 วันติดต่อกัน ทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 195.50 บาท ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 196.50 บาท ลดลง 9.50 บาท หรือ 4.61% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 201% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    BH ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล" โดยมีการให้บริการทางการแพทย์ครบวงจรทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน และลงทุนในธุรกิจการแพทย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BDMS)ในสัดส่วน 20.54% และบมจ.กรุงเทพประกันภัย(BKI) 14.65%

    ในปี 60 BH มีรายได้มาจากธุรกิจโรงพยาบาล 98.7% ธุรกิจให้เช่า 0.4% และรายได้อื่นๆ 0.9% ซึ่งธุรกิจโรงพยาบาลมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างประเทศอยู่ที่ 64% และผู้ป่วยไทย 36% และแบ่งเป็นผู้ป่วยนอก 53% ผู้ป่วยใน 47%

    ผลประกอบการ BH ทำสถิตินิวไฮต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 58 - 60 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,435.83 ล้านบาท 3,626.17 ล้านบาท และ 3,943.89 ล้านบาท ตามลำดับ จากทิศทางค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นทุกปี

    ล่าสุด BH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 เติบโต 7% และทำสถิตินิวไฮรายไตรมาส แต่ราคาหุ้นกลับดิ่งแรง 2 วันติดต่อกัน

    หุ้น BH ดิ่ง 2 วันติด จาก 220 บาท มาอยู่ที่ราว 195 บาท หรือประมาณ 10% ทำจุดต่ำสุดรอบเกือบ 3 เดือน หลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิ 1,079 ล้านบาท โต 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1,005 ล้านบาท ทำสถิตินิวไฮรายไตรมาสต่อเนื่อง

    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ หลังเข้าพบและฟังข้อมูลจากผู้บริหาร BH พบว่าหลายค่ายหั่นประมาณการและราคาเหมาะสมลง โดยมองกำไรสุทธิ Q1/61 ต่ำกว่าคาด แม้จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปีนี้แล้ว เนื่องจากมีโรคระบาดหนัก และช่วงที่เหลือของปีจะเข้าสู่ช่วง Low Season นอกจากนี้ผู้บริหารยังเชื่อว่ารายได้ปีนี้จะทรงตัวจากปีก่อน 

    บล.เคทีบี  เผย แม้ผู้บริหาร BH จะออกมายอมรับว่าปีนี้รายได้อาจโตเพียง 0-2% แต่ฝ่ายวิจัยมองว่า BH จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 19,357 ล้านบาท โต 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิในปี 61 อยู่ที่ 4,302 บาท โต 9% จากปีก่อน หลังการปรับขึ้นค่าบริการตั้งแต่ต้นปี และการปรับเปลี่ยนทิศทางโรงพยาบาลไปสู่โรงพยาบาลสำหรับโรครักษายาก และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการรักษาโรค เช่นการตรวจถึงระดับ DNA ซึ่งจะหนุนผลงานระยะยาวของ BH

    แต่ปรับลดคำแนะนำจากเดิม "ซื้อ"เป็น "ถือ" ที่ราคาเป้าหมายเดิม 223.50 บาท เนื่องจากมูลค่าหุ้นขณะนี้ยังไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไร และนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่จะเริ่มชะลอตัว 

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี เผย กำไรสุทธิในไตรมาส 1/61 ต่ำกว่าประมาณการ 6% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 3% เนื่องจากรายได้ที่ทำได้ต่ำกว่าคาดแม้ในช่วงไตรมาสแรกจะมีโรคโรตา และโรคพิษสุนัขบ้าระบาดหนัก ประกอบกับรายได้จากผู้ป่วยประกันกลุ่มกับบริษัทไทยในไตรมาสแรกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะผู้ป่วยหันไปใช้บริการโรงพยาบาลที่มีค่ารักษาต่ำกว่า แม้อัตรากำไรขึ้นต้นจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 44.76% 

    แนะนำ ขาย ที่ราคาเป้าหมาย 151 บาท (P/E 30x FY19, -1SD ของค่าเฉลี่ยห้าปี)
    
    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผยผลประกอบการของ BH กำลังเข้าสู่ Low Season และช่วงที่เหลือของปียังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆเข้ามากระตุ้น ซึ่งกำไรในไตรมาสที่ 1/61 ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปีนี้แล้ว
    
    ปรับลดคำแนะนำเป็น "เต็มมูลค่า" จากเดิม "ซื้อ" และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 192 บาท จากเดิม 230 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF และมีการปรับประมาณการลงบ้าง ราคาปิดมีส่วนลด (downside) ได้อีก 7%

    ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนกลับมองว่า BH เป็นหุ้นโรงพยาบาลที่มีความสามารถทำกำไรเด่นสุดในกลุ่ม และกำไรในช่วงที่เหลือของปีจะยังโตสดใส หนุนกำไรสุทธิทั้งปีแตะ 4.16 พันลบ.

    บล.เออีซี เผย กำไรสุทธิในปี 61 จะอยู่ที่ 4,165 พันล้านบาท โต 5.6% แม้กำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 2/61 จะอ่อนตัวลงจากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น แต่จะยังโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน และจะก้าวเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในครึ่งหลังของปีนี้ จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มรักษาโรคซับซ้อน และกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติหลังจากที่ขยายตลาดใหม่ เช่น CLMV จีน ขณะที่ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในการดูแลสุขภาพ(Vitallife) จะหนุนการเติบโตระยะยาว

    ปัจจุบันมองว่า BH เป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพทำกำไรสูงสุดในกลุ่ม จากงบในปี 60 ที่มี Gross Margin และ Norm Profit Margin ที่ 42.8% และ 24.6% สูงกว่ากลุ่มที่ 32.9% และ 13.6% และราคาหุ้นยังมี Upside 12.4%

    แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 235 บาท

    BH โดนเทอย่างหนักทันทีที่ประกาศงบการเงิน ซึ่งสาเหตุมาจากกำไรสุทธิที่โตต่ำกว่าคาด แม้ไตรมาสแรกจะเป็นช่วงพีคสุดของปี ในขณะที่ผู้บริหารยอมรับว่าในปีนี้รายได้จะเติบโตน้อยมาก อาจทำให้หุ้น BH ลดความน่าสนใจลงไป จนกว่าราคาจะต่ำมากจนน่าลงทุน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด