หุ้นเด่นวันนี้

AOT ดีดแรง-วอลุ่มแน่น ... ลุ้นงบปี 65/66 พลิกกำไร

AOT ดีดแรง-วอลุ่มแน่น ... ลุ้นงบปี 65/66 พลิกกำไร

เช้านี้ AOT พุ่งสูงสุด 3.98% รับผู้โดยสาร 2 เดือนแรกฟื้นแรง ดันผลงาน Q2/65 จ่อฟื้น QoQ ขณะที่ โบรกฯมอง Q3/65 ผู้โดยสารในประเทศกลับสู่ภาวะเกือบปกติ หลังคาดโอไมครอนผ่านจุดพีค หนุนผลการดำเนินงานงวดงบปี 64/65 ขาดทุนลดลง ก่อนงวดงบปี 65/66 พลิกกำไรราว 1.1 – 1.9 หมื่นลบ.
 

*** เช้านี้พุ่งสูงสุด 3.98% รับผู้โดยสารเริ่มฟื้น
 

ราคาหุ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ช่วงเช้าวันนี้ (3 มี.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 65.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.98% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 2 บาทหรือ 3.19% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 130.33% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น AOT เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.98% เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากผลการดำเนินงานไตรมาส 2/65 (สิ้นสุด มี.ค.65) มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารในประเทศอยู่ที่ระดับ 46% เมื่อเทียบกับ ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ "นิตินัย ศิริสมรรถการ" กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จำนวนผู้โดยสารช่วง 2 เดือนแรกของ AOT ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้โดยสาร 2.95 ล้านคน เพิ่มขึ้น 184% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 4.5 แสนคน เติบโตขึ้น 572% และผู้โดยสารภายในประเทศ 2.5 ล้านคน เติบโต 157%

ส่วนช่วงวันที่ 1-17 ก.พ.ที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารรวมของ AOT อยู่ที่ 1.55 ล้านคน เติบโตขึ้น 134% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2.3 แสนคน เติบโตขึ้น 688% และผู้โดยสารในประเทศ 1.32 ล้านคน เติบโตขึ้น 108%
 

*** กูรูคาด Q3/65 ผู้โดยสารในประเทศฟื้นเกือบปกติ
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า ช่วงไตรมาส 3/65 (สิ้นสุด มิ.ย.65) จำนวนผู้โดยสารในประเทศของ AOT จะกลับสู่ระดับเกือบปกติ (ก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19) โดยมีปัจจัยหนุน จากเดิม เม.ย.ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ 

ขณะที่ การกลับมาใช้มาตรการ Test&Go อีกครั้ง จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น  ส่งผลให้ในช่วงดังกล่าว จำนวนผู้โดยสารทั้งหมดของ AOT จะเพิ่มขึ้นเป็น 40% เมื่อเทียบกับ ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานของ AOT ในช่วงไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากการแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และ รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
 

*** โบรกฯมองปี 64/65 ขาดทุนลดลง ก่อนพลิกกำไรปี 65/66
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิงวดปี 64/65 (ต.ค.64 – ก.ย.65) ของ AOT ขาดทุนสุทธิ 5.5 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1.6 หมื่นล้านบาท สะท้อนจากจำนวนผู้โดยสารที่เริ่มไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รุนแรงเหมือนปีก่อน ซึ่งมีแนวโน้มว่า การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นในไม่ช้า

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของ AOT ยังได้รับอานิสงส์ จากการกลับมาเปิดประเทศ และ ใช้มาตรการ Test&Go ต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งหากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวเร็วเหมือนการใช้มาตรการ Test&Go รอบแรก ที่ฟื้นตัวกลับมาราว 17 – 18% (ไม่รวมนักท่องเที่ยวจีน) จะช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานของ AOT ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่ผลการดำเนินงานงวดปี 65/66 (ต.ค.64 – ก.ย.65) จะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท

สรุป นักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64/65 – 65/66 ของ AOT ไว้ดังนี้
 

บล. กำไรสุทธิปี 64/65 (ลบ.)  กำไรสุทธิปี 65/66 (ลบ.)
ฟินันเซียฯ   (-4,411)  19,980
เอเชีย พลัส  (-5,987) 13,150
หยวนต้า  (-7,482)  11,477


*** ลุ้นท่องเที่ยวต่างประเทศฟื้นไวกว่าคาด ช่วยเปิดอัพไซด์
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ภายใต้ประมาณการกำไรสุทธิปี 64/65 และ 65/66 ของเรา ยังมีอัพไซด์ที่ซ่อนอยู่ จากการฟื้นตัวของผู้โดยสารระหว่างประเทศ เร็วกว่าคาด โดย AOT มีจุดเด่น คือ การผูกขาดสนามบินหลัก จึงช่วยการันตีความแน่นอนในการฟื้นตัวของผู้โดยสารได้

นอกจากนี้ AOT ยังมีแผนต่อยอดธุรกิจเชิงพาณิชย์ เช่น บริการภาคพื้นสนามบิน, บริการที่เกี่ยวข้องการตรวจสอบคุณภาพส่งสินค้าอาหาร และ เกษตรก่อนส่งออก รวมทั้ง แผนการให้สัมปทานธุรกิจต่างๆ ที่จะดำเนินการในโครงการ Airport City ที่จะเป็นอัพไซด์ส่วนเพิ่ม ให้ผลการดำเนินงานของ AOT ในระยะถัดไปได้เช่นกัน
 

*** โบรกฯชี้ Valuation น่าสนใจ แต่ต้องถือระยะยาว
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า มูลค่า (Valuation) การซื้อขายของ AOT ณ ปัจจุบัน มีความน่าสนใจ พร้อมการฟื้นตัวที่รออยู่ โดย AOT มีการซื้อขายบนระดับ P/E ปี 64/65 ที่ 28 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลังที่อยู่ในระดับ 38 เท่า ประกอบกับ ระยะสั้น เริ่มมีปัจจัยหนุนให้เห็น คือ การฟื้นตัวของผู้โดยสารระหว่างประเทศ จากการใช้มาตรการ Test&Go

ส่วน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า AOT จะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่เน้นความปลอดภัยสูง และสามารถทนถือหุ้นได้อย่างน้อย 6 เดือนนับจากนี้ เพื่อรอรับ ปัจจัยบวก ของผลการดำเนินงาน ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทุกไตรมาส นับจากนี้ 
 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ AOT ณ ปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว และ จะเห็นความชัดเจนมากสุดในช่วงไตรมาส 3/65 ซึ่งเป็นช่วงที่โบรกเกอร์ คาดว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน จะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หนุนให้ผู้โดยสารในประเทศ ฟื้นตัวกลับสู่ระดับเกือบปกติ
 

บล.   คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ  ซื้อ     79.00
กรุงศรี  ซื้อ     74.00
เคจีไอ  ซื้อ     73.00
หยวนต้า ซื้อ     72.00
เอเชีย พลัส ซื้อ     69.60
ราคาเฉลี่ย   73.52


AOT เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รุนแรงที่สุด สะท้อนจากผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา รายงานขาดทุนอย่างหนักราว 1.6 หมื่นล้านบาท หลังจำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ภายใต้มุมมองของโบรกฯส่วนใหญ่ ที่คาดว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน มีแนวโน้มจะผ่านจุดพีค และ กลายเป็นโรคประจำถิ่น ในไม่ช้า ส่งผลให้มาตรการควบคุมโรคจะลดความรุนแรงลง ซึ่งส่งผลดีต่อการดำเนินงานของ AOT ในระยะถัดไป ... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด