หุ้นเด่นวันนี้

EGCO หุ้นโรงไฟฟ้า ... ที่อัพไซด์ยังเหลืออีกเพียบ!

EGCO หุ้นโรงไฟฟ้า ... ที่อัพไซด์ยังเหลืออีกเพียบ!

ในช่วงวันทำการที่ผ่านมา ... ต้องยอมรับว่าราคาหุ้นในกลุ่มไฟฟ้าปรับตัวขึ้นมาแรงมาก จนแทบไม่น่าเข้าลงทุนอีกแล้ว แม้ราคาหุ้น EGCO จะปรับขึ้นตามกลุ่มเช่นกัน แต่ขณะนี้ก็ถือว่ายังมีอัพไซด์อยู่อีกมาก เพราะราคาปัจจุบันที่ต่ำกว่าพื้นฐาน ส่วนผลประกอบการก็ยังมีแนวโน้มที่ดีมาก!


*** ราคาหุ้นบวกต่อ หลังจากดิ่งมายาวนานกว่า 3 สัปดาห์


ราคาหุ้นของ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ในวันทำการล่าสุด(6 ม.ค.63) ดีดขึ้นมาทำจุดสูงสุดของวันไปถึง 213 บาท ก่อนที่จะปิดตลาดไปที่ 201 บาท เพิ่มขึ้นถึง 5 บาท หรือ +2.55% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น +261.25% สวนทางตลาดหุ้นไทยที่ปิดลดลงแรงไปถึง 14.92 จุด หรือ -0.95%


อย่างไรก็ดีราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรงถึงสองวันทำการติดต่อกัน ไม่ได้ถือว่าราคาหุ้นปรับขึ้นแรงเลยเพราะราคาหุ้นปรับลงมาแล้วนานกว่า 3 สัปดาห์ติดกัน ตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 226 บาท จนลงไปแตะ 189.50 บาท เมื่อสองวันทำการก่อนหน้า ขณะที่หุ้นโรงไฟฟ้าตัวอื่น ๆ พุ่งขึ้นไปเฉียดทำ All Time High


*** ผลงานดี แต่ราคาไม่ยอมไปด้วยเกิดอะไรขึ้น ?


บริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง ระบุว่า การก่อสร้างโครงการหยุนหลิน ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งในไต้หวันขนาดกำลังผลิต 640 เมกะวัตต์(MW) โดย EGCO ถือหุ้น 25% มีแนวโน้มเสร็จสิ้นล่าช้าออกไปราวหนึ่งปีจากเป้าหมายเดิม โดยโครงการดังกล่าวน่าจะเริ่มดำเนินการทั้งหมดได้ภายในไตรมาส 4/64 (จากแผนเดิมคือในไตรมาส 4/63 และ 3/64) 


แม้ว่าจะมีความล่าช้าในการก่อสร้างแต่เราคาดว่า EGCO จะรายงานกำไรหลักในปี 64 ออกมาที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโต +16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน(YoY) หนุนโดยการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่ปรับตัวดีขึ้น (โรงไฟฟ้าพาจูและ SBPL มีการหยุดซ่อมบำรุงอย่างหนักในปี 63 และโรคระบาดในปีนี้ส่งผลให้เกิดความยุ่งยากของวิศวกรในการเดินทางมายังโรงไฟฟ้า) ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอาจหนุนราคาขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพาจูได้


แม้ในปี 64 คาดบริษัทจะรายงานกำไรเติบโตดีถึง 16% แต่ด้วยสภาวะตลาดปัจจุบันที่การลงทุนในหุ้นที่ความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นโรงไฟฟ้า ดูจะเป็นสิ่งที่ตลาดมองหามากกว่า ดังนั้นเรามองว่าหุ้นโรงไฟฟ้า จะได้รับความสนใจต่อเมื่อมีการลงทุนในโครงการใหม่เท่านั้น ซึ่งเราแทบจะมองไม่เห็นโครงการ IPP ที่จะเข้ามาในช่วง 10 ปีข้างหน้า (ตามแผน PDP ใหม่) ซึ่งเราได้ทำการศึกษาพฤติกรรมหุ้นโรงไฟฟ้า พบว่าราคาหุ้นจะซื้อขายแบบ Discount จาก DCF value ราว 20% ในช่วงที่โอกาสในการลงทุนโครงการใหม่จำกัด ดังนั้นเราใส่ Discount 20% เข้าใน DCF value ของเราส่งผลให้ราคาเป้าหมายปรับลงจาก 311 เป็น 249 บาท


*** เทียบกับราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์พบอัพไซด์เพียบ!


แม้บล.บัวหลวงจะปรับลดราคาเหมาะสมลง เพราะมองว่าตลาดยังไม่สนใจหุ้นโรงไฟฟ้าที่ความเสี่ยงต่ำอย่าง EGCO แต่หากมองราคาเหมาะสมที่ยังไม่หัก Discount ตรงนี้ออก จะถือว่าหุ้นมีอัพไซด์สูงมากจากราคาปิดทำการล่าสุดถึง +53.23%

 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม(บ.)
โนมูระ พัฒนสิน ซื้อ 277
ยูโอบีเคย์เฮียน ซื้อ 290
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ซื้อ 295
บัวหลวง ซื้อ 311
เคจีไอ ซื้อ 337
กสิกรไทย ซื้อ 338
เฉลี่ย 308
อัพไซด์จากราคาปิด +53.23%


*** มีอัพไซด์อะไรรออยู่อีกบ้าง ?


ล่าสุด คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)คาดว่าจะพิจารณาเอกสารเพื่อขอใบอนุญาต LNG Shipper จาก EGCO ได้เร็วสุดภายในเดือน ม.ค.นี้ ประเด็นนี้ บล.เคจีไอ ระบุว่ามีมุมมองเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว โดยคาดว่า EGCO จะส่งเอกสารให้กกพ.เพิ่มเติมภายในเดือนนี้ และ กกพ. จะอนุมัติภายในเดือนมีนาคม 64 


การนำเข้า LNG 2.5 แสนตัน จะนำมาใช้ในโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม กำลังผลิตติดตั้งรวม 256 MW และโรงไฟฟ้าคลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม กำลังการผลิตติดตั้งรวม 121 MW ในปริมาณก๊าซส่วนเกินที่ซื้อจาก ปตท. และจะใช้สำหรับโรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจน จ.ระยอง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าทดแทน (SPP Replacement) กำลังการผลิต 120 MW ที่จะหมดสัญญาในปี 67 อีกด้วย 


โดยจากการประเมินเบื้องต้น หากสมมติให้เริ่มนำเข้า LNG ให้ปี 65 จะทำให้มี Earnings upside ในปี 65 ประมาณ 1%


ขณะที่ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า ด้วยเงินสดในมือ 18 พันล้านบาท เราคาดว่า EGCO จะประกาศซื้อกิจการใหม่ 2 - 3 แห่งในปี 64 กลบจุดอ่อนของการไม่มีโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้น และคาดว่าบริษัทจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นสำหรับครึ่งปีหลังนี้ด้วย


*** ประเด็นกดดันที่ต้องระวังคืออะไร ?


บล.เคจีไอ ระบุว่า ปัจจุบันประเด็น ESG มีความสำคัญต่อการลงทุนอย่างมาก มีสถาบันการเงินขนาดใหญ่กว่า 100 แห่งทั่วโลก (ธนาคาร, บริษัทประกัน, บลจ. ฯลฯ) ที่ได้ขายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินทิ้งไป บลจ. ยักษ์ใหญ่ในระดับโลกก็ได้กำหนดเกณฑ์การลงทุนว่าบริษัทที่จะเข้าไปลงทุนต้องมีสัดส่วนรายได้จากถ่านหิน (เหมืองถ่านหิน และโรงไฟฟ้าถ่านหิน) ไม่เกิน 20-25% ซึ่ง EGCO เป็นหุ้นที่เข้าข่าย (มากกว่า 30% ของกำไรจากธุรกิจหลักในงวด 9 เดือนปี 63 มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน) ทำให้ถูกนักลงทุนต่างชาติเทขายออกมา ประเด็นนี้จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการประเมินราคาหุ้นในระยะยาวด้วย 


โดยจากการสำรวจโปรแกรม efin Stock Pick Up ด้วยฟังก์ชั่น Accumulate NVDR Ranking ก็พบว่าในช่วง 1  เดือนที่ผ่านมา EGCO เป็นหุ้นที่ถูกนักลงทุนต่างชาติขายมากที่สุดเป็นอันดับ 7 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 231.78 บาท


มาถึงตรงนี้นักลงทุนคงมองภาพออกแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้ EGCO ถูกขายมาตลอดทางก็คือ การเป็นหุ้นปลอดภัยซึ่งไม่เป็นที่สนใจของตลาดในช่วงนี้ และประเด็น ESG ที่ทำให้ต่างชาติต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นลงไป แต่โดยเนื้อแท้แล้ว หากกำไรสุทธิยังออกมาเติบโตได้ดีมากๆ ปันผลยังสูง และราคาหุ้นยังไม่ปรับขึ้นเสียที ก็จะทำให้ตลาดหันกลับมาสนใจ EGCO อย่างแน่นอน!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด