หุ้นฮ็อต

| 11 เมษายน 2561 | 09:06

SIMAT กระตุกรับข่าวซื้อกิจการ แต่ระวัง! กำไรยังไม่มา

           SIMAT เด้งรับข่าวซื้อกิจการ ราคาหุ้นพุ่งเกือบ 30% ใน 5 วัน โบรกฯ คาดผลประกอบการปีนี้พลิกกำไรในรอบ 5 ปี จากการเริ่มรับรู้กำไรของบริษัทที่ซื้อเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง

           ราคาหุ้น บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SIMAT พุ่งขึ้นมาเกือบ 30% ภายในช่วงเวลา 5 วัน จากระดับ 3 บาท ขึ้นไปแตะ 3.85 บาท ล่าสุดปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 1,000% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า โดยแรงหนุนสำคัญน่าจะเกิดจากข่าวการปิดดีลซื้อธุรกิจ Silk Screen Printing ที่เป็นแผงวงจรสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า
           SIMAT เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรทั้งการจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ การพัฒนาซอฟท์แวร์ และการให้บริการบำรุงรักษาทั่วประเทศ - ให้บริการออกแบบ พัฒนา และแปรรูปสิ่งพิมพ์มีกาว สำหรับลูกค้าอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการจัดหาและพัฒนาวัตถุดิบ และออกแบบกระบวนการผลิตให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติเฉพาะตรงตามความต้องการของลูกค้า - ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านระบบโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber optic) ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและเชียงใหม่ ภายใต้แบรนด์ "SINET" - จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ้ค พริ้นเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ในลักษณะขายเป็นโครงการใหญ่ ให้แก่ หน่วยงานรัฐบาล และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ในประเทศมาเลเซีย
           SIMAT แจ้งว่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 280 ล้านบาท เข้าซื้อบริษัท ฮินซิซึ ในสัดส่วน 70% ของหุ้นทั้งหมด แม้ในช่วงแรกราคาหุ้นจะตอบรับในเชิงลบเพราะเงินลงทุนส่วนหนึ่งจะมาจากการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นกลับพุ่งขึ้นมาหลังจากที่นักวิเคราะห์มองว่าดีลดังกล่าวจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการปี 61 พลิกมาเป็นกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 5 ปี
           บล.บัวหลวง ระบุว่า บริษัทแจ้งตลาด ปิดดีลซื้อกิจการ “ฮินชิซึ Silk Screen Printing” ซึ่งเรามีมุมมองเชิงบวกต่อดีลนี้ เพราะฮินชิซึ เป็นกิจการที่ดำเนินการและมีกำไรอยู่แล้ว สามารถควบรวมกำไรเข้ามาในงบได้ทันที โดยเราประเมินว่าจะหนุนให้ SIMAT มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีนี้ เพราะบริษัทฮินชิซึ มีรายได้ปีละประมาณ 300 ล้านบาท และในปี 59 รายได้เติบโตถึง 26% ทั้งนี้จากการประเมินของ SIMAT หลังการปรับปรุงทางบัญชีแล้ว คาดบริษัทฮินชิซึ จะมีกำไรปีละประมาณ 60-70 ล้านบาท ประเมินจากอัตรากำไรสุทธิที่คาดจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 15-21% อิงจากเป้าหมายที่บริษัททำได้จากธุรกิจ SIMAT Label
           จากดีลดังกล่าวเราปรับประมาณการกำไรปี 61-62 ขึ้น 100% และ 70% ตามลำดับ อยู่ที่ 50 ล้านบาท และ 68 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตของกำไรหลักเฉลี่ย 128% ต่อปี ระหว่างปี 60 - 62 และประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 5 บาท ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XR ในวันที่ 9 พ.ค. 61 อิง PE 50 เท่า เทียบเคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มเศรษฐกิจอินเตอร์เน็ต เช่น HUMAN COMAN และ ITEL และหลังจาก XR ราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 4.5 บาท
           สำหรับผลประกอบการของ SIMAT ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 57-60) ยังคงขาดทุนต่อเนื่อง โดยปี 57 ขาดทุน 54.53 ล้านบาท และขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 80.33 ล้านบาท ในปี 58 ก่อนจะขาดทุนลดลงต่อเนื่องในปี 59 – 60 ที่ 10.98 ล้านบาท และ 0.85 ล้านบาท ตามลำดับ
           บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า โดยภาพรวมเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 61 และ 62 ขึ้น 65% และ 75% เป็น 39 ล้านบาท และ 87 ล้านบาท ตามลำดับ โดยคาด SIMAT จะรับรู้กำไรจาก บริษัท ฮินซิซึ ในปี 61 เท่ากับ 18 ล้านบาท คาดเริ่มรับรู้รายได้ เดือน มิ.ย.61 และรับรู้กำไรเต็มปีราว 40 ล้านบาท ในปี 62 ขณะที่กำไรต่อหุ้นปี 61 และ 62 ปรับขึ้นเป็น 0.08 บาทต่อหุ้น (หลังการเพิ่มทุน) และ 0.16 บาทต่อหุ้น เราปรับราคาเป้าหมายปีนี้ หลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 4.80 บาท
           ส่วนธุรกิจหลักได้แก่ ธุรกิจให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งเป็นธุรกิจที่ถ่วงผลประกอบการของ SIMAT มาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจำนวนผู้ใช้บริการไม่ถึงจุดคุ้มทุน แต่ล่าสุดในไตรมาส 4/60 จำนวนผู้ใช้บริการแตะระดับ 3 หมื่นราย เราประเมินว่า EBITDA จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในปีนี้ และจะพลิกเป็นกำไรสุทธิได้ในปี 62 จากกลยุทธ์เพิ่มการใช้งานโครงข่ายฯ โดยการรุกธุรกิจลูกค้าองก์กร อาทิ ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอล คอนโดมิเนียม เป็นต้น และรวมถึงการจับมือกับพันธมิตรเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นในต่างจังหวัด เพื่อปรับปรุงการให้บริการจากเคเบิ้ลทีวีเป็นอินเตอร์เน็ตทีวี ผ่านไฟเบอร์ออฟติกพ่วงด้วยบริการอินเตอร์เน็ต
           ด้าน ธุรกิจไอทีที่ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ในไทย ถือหุ้น 100% และมีบริษัทย่อยที่มาเลเซีย ถือหุ้น 60% เราประเมินธุรกิจนี้จะเป็นดาวเด่นในด้านโอกาสเติบโตในอนาคตของ SIMAT เนื่องจากความต้องการสินค้าไอที รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เริ่มมากขึ้นในยุคดิจิตอล คาดกำไรสุทธิธุรกิจไอทีในไทย ปี 61 เท่ากับ 3.9 ล้านบาท และในมาเลเซีย 2.4 ล้านบาท
           สำหรับธุรกิจ Label & Stamping parts เป็นธุรกิจที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่ง และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูง 34% จากค่าเฉลี่ยปี 58 - 59 โดยลูกค้าที่สำคัญ คือ "Apple" ซึ่งเราประเมินปี 61 ยอดออเดอร์สินค้า Stamping parts ของ Apple จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก iPhone X ที่สายการผลิตทั่วโลกดีเลย์มาเป็นในช่วงครึ่งปีแรกนี้ และการเตรียมขาย iPhone ใหม่ คาดใช้ชื่อ iPhone SE2 กลางปีนี้

           แม้นักวิเคราะห์จะมองเชิงบวกต่อ SIMAT หลังการเข้าซื้อกิจการรอบนี้ พร้อมทั้งประเมินราคาเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ราว 4.50 - 4.80 บาท แต่สิ่งที่ต้องระวังคือราคาเป้าหมายนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานของ P/E ในระดับ 50 เท่า ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่สำคัญหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังไว้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด