สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 30 มีนาคม 2561 | 09:14

TMB โดนเท รับผลกระทบฟรีค่าธรรมเนียมหนักสุด

TMB โดนเท รับผลกระทบฟรีค่าธรรมเนียมหนักสุด

           TMB ดิ่งทำนิวโลว์รอบ 5 เดือน กังวลผลกระทบฟรีค่าธรรมเนียม โบรกฯ มองแบงก์เล็กโดนหนักสุดในระยะยาว โดยเฉพาะ TMB ที่ถูกแบงก์ใหญ่ลงมาแย่งตลาด ระบุในเชิงกลยุทธ์ยังไม่ต้องรีบสะสมหุ้นกลุ่มแบงก์ เหตุความเสี่ยงจากมาตรฐานบัญชีใหม่ ยังสะท้อนในงบการเงินไม่หมด

           ความเคลื่อนไหวหุ้น ธนาคารทหารไทย หรือ TMB ถูกเทขายอย่างหนักในการซื้อขายวานนี้ โดยราคาลงไปต่ำสุดที่ 2.48 บาท ทำนิวโลว์รอบ 5 เดือน ก่อนปิดการซื้อขายที่ 2.52 บาท พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติถึง 800% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 173 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 1,149 ล้านหุ้น
           TMB  เป็นแบงก์ขนาดกลาง ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ทั้งขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก ถือหุ้นใหญ่โดยกระทรวงการคลัง 25.92%, อันดับ 2 เป็นกลุ่ม ING สถาบันการเงินจากเนเธอแลนด์
           ผลการดำเนินงาน TMB กำไรสุทธิทำนิวไฮแตะ 9.5 พันล้านบาท ในปี 57 ส่วนปี 58-60 มีกำไรสุทธิ 9.3 พันล้านบาท, 8.2 พันล้านบาท และ 8.6 พันล้านบาทตามลำดับ ในขณะที่ราคาหุ้นไปไหนไม่ไกล เคลื่อนไหวในระดับ 2-3 บาทตั้งแต่ปี 58ถึงปัจจุบัน
           แรงขายหุ้น TMB ออกมาอีกครั้ง เป็นผลโดยตรงหลังจากธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง KBANK-SCB-BBL ออกมาประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมออนไลน์ แม้ว่า TMB จะเป็นแบงก์แรกที่ฟรีค่าธรรมเนียมมานานแล้ว แต่การที่แบงก์ใหญ่ลงมาเปิดศึกจึงเกิดความกังวลว่าน่าถูกกระทบหนักที่สุด
           บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กระแสสงครามการแข่งขันยกเลิกค่าธรรมเนียมบริการ  โอนเงิน, จ่ายบิลสินค้า, เติมเงินมือถือ ผ่านระบบ Online  หรือ Application  ของธนาคารพาณิชย์รุนแรงและเกิดขึ้นรวดเร็ว   แม้ TMB ได้เป็นผู้นำร่องไปก่อนตั้งแต่ปลายปี  2560  แต่ยังไม่มีคู่แข่งผู้ใดลงมาเล่น แต่ล่าสุดสัปดาห์นี้ ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้ประกาศสงครามฟรีค่าธรรมเนียมที่ชัดเจนขึ้น คือ SCB ประกาศใช้ 26 มี.ค.2561,  KBANK  28  มี.ค., KTB  29 มี.ค. และ  BBL  1 เม.ย.  เป็นต้น
           การไม่คิดค่าธรรมเนียมครั้งนี้  เป็นการเร่งให้เกิดธุรกรรมโอนเงิน Online มาแทนระบบ Oflline (เคาน์เตอร์, ตู้เติมเงิน) เร็วขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้หากพิจารณามูลค่าการชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินและ ช่องทางต่าง ๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ สิ้นปี 2559  388 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากปี 2558   ซึ่งในจำนวนนี้พบว่าเป็นการโอนเงินข้ามธ.พ. ผ่านอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมกัน 38% เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ 24.9% และคาดว่าจะขึ้นในปีถัดๆ ไป  
           ขณะที่กระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคิดเป็น  5%ของรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมคิดเป็น 30% ของรายได้รับสุทธิ(รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ บวกกับ ค่าธรรมเนียม)   ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมที่เหลือส่วนใหญ่ของธนาคาร ได้แก่ กำไรขาดทุนจากเงินลงทุน กำไรขาดทุนจาก FX  ที่ปรึกษาการเงิน  การให้สินเชื่อ และการขายประกัน  เป็นต้น  ยังคงมีแนวโน้มขยายตัว  แต่การลดค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะบั่นทอนการเติบโตของค่าธรรมเนียมโดยรวมและอาจจะกดดันการเติบโตระยะยาว 
           บล.เคจีไอ ระบุ การที่ KBANK และ SCB ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม digital banking ทำให้ธนาคารอื่นๆ ยกเว้นค่าธรรมเนียมตาม และอาจจะทำให้สภาวะการแข่งขันของธุรกิจธนาคารเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งเรามองว่า 1.) ธนาคารใหญ่ต่างพยายามใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง KBANK และ SCB 2.) ธนาคารพยายามบีบให้ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมมาทำธุรกรรม digital banking มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานในอนาคต เราคาดว่าธนาคาต่างๆ อาจจะออกกลยุทธ์ใหม่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวในด้านการกำหนดตำแหน่งในตลาดของธุรกรรม digital banking ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลกระทบด้านลบต่อ TMB มากที่สุด 
           บล.ทิสโก้ ชี้หลังจากที่เราพูดถึงระบบ e-Payment ตั้งแต่ปี 2016 ว่าการมาถึงของ Prompt Pay จะทำให้ธนาคารต้องยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมและบริการที่มี value-added ต่ำ แต่การยกเลิกค่าธรรมเนียมมาเร็วกว่าที่เราคิดไว้ โดยจากประมาณการของเราได้รวมรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ลดลง 30% ต่อปีสำหรับปี 2018-20F โดยการใช้แผนในเชิงรุกของ SCB ทำให้ผลกระทบของทั้ง 3 ปีมาลงในปี 2018 ซึ่งค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมโอนเงินคิดเป็นสัดส่วนราว 10-30% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมดประกอบไปด้วย ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน, เติมเงิน, ชำระบิล และการถอนเงิน โดยธนาคารได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จะคิดเป็น 5% ของค่าธรรมเนียมรวม และ non-NII ซึ่งหากทุกธนาคารทำตามธนาคารขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบสูงสุด โดยเฉพาะ KBANK และ SCB เนื่องจากมีฐานลูกค้า Mobile Banking สูง
           แม้ว่าในระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อตัวเอง แต่เราเชื่อว่าการลงทุนในระบบดิจิตอลของ SCB ทำมาถูกต้องแล้ว และเป็นการเร่งกระบวนการ Digital Transformation และทำให้ธนาคารสามารถปรับแผนในการลดสาขา และจำนวนพนักงานได้เร็วยิ่งขึ้น จากอดีตที่ผ่านมาลูกค้าที่มีความอ่อนไหวต่อราคาจะใช้บริการของธนาคาร 1-2 แห่งที่มี RoE ต่ำ, ธนาคารขนาดเล็ก – กลางเป็นต้น 
           แต่อย่างไรก็ตาม การประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินจะทำให้ธนาคารขนาดใหญ่เช่น SCB, KBANK, BBL พัฒนาการขายประกัน, กองทุนรวม และเจาะตลาดเครดิตการ์ดได้ดียิ่งขึ้น และมีส่วนแบ่งของตลาดมากยิ่งขึ้น ทำให้ธนาคารขนาดกลาง – เล็ก เป็นผู้เสียประโยชน์ในระยะยาวจากทั้ง CASA และการรักษาลูกค้า โดยเฉพาะ TMB ที่เป็นผู้เริ่ม “all-free” สำหรับเงินฝาก และการใช้ open-architecture ของกองทุน โดยเราแนะนำให้ “ซื้อ” BBL, SCB, KBANK และ “ถือ” TMB, TCAP, KKP
           แม้ราคาหุ้น TMB รวมถึงหุ้นแบงก์ทั้งกลุ่มจะร่วงลงมามาก แต่นักวิเคราะห์ยังมองว่าไม่ต้องรีบร้อนสะสมหุ้นในช่วงนี้ เพราะยังมีความกังวลผลกระทบต่อมาตรฐานบัญชีใหม่ ที่ยังสะท้อนเข้าไปในงบการเงินไม่หมด
           บล.ทรีนีตี้ ระบุ กลุ่มธนาคารได้รับแรงกดดันจากการที่ธนาคารต่างๆเริ่มทยอยประกาศยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบริการ โอนเงิน เติมเงิน จ่ายเงิน ผ่านช่องทาง Digital ต่างๆ เราประเมินเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้นและเป็นผลกระทบที่ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ประกาศลดนั้นเป็นค่าธรรมเนียมที่มีแนวโน้มลดลงจาก PromptPay อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ ยังคงประมาณการเดิมสำหรับคาดการณ์กำไรในกลุ่มธนาคาร 
           โดยในเชิงพื้นฐานยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TMB, SCB, KTB, TCAP และแนะนำ “ถือ” สำหรับ BBL, KBANK, TISCO แต่ในเชิงกลยุทธ์นั้น เรายังคงแนะนำ “เป็นกลาง” กับกลุ่มนี้ และมองว่ายังไม่ต้องรีบร้อนในการเข้าสะสม เนื่องจากยังคงเป็นกังวลเล็กน้อยต่อผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ ที่อาจสะท้อนเข้าไปในงบการเงินของธนาคารต่างๆ ยังไม่หมดสิ้น

           ดูเหมือนว่าหุ้นกลุ่มแบงก์จะคลายเสน่ห์ไปมากทั้งจากภาวะการแข่งขันที่จะทำให้รายได้จากค่าธรรมเนียมลดลง รวมไปถึงมาตรฐานบัญชีใหม่ที่ยังส่งผลกระทบอยู่ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 ที่กำลังจะประกาศออกมา อาจทำให้พอจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ว่าแต่ละแบงก์สามารถรับมือกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้ดีเพียงใด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด