หุ้นฮ็อต

| 29 มีนาคม 2561 | 09:15

KTC พุ่งไม่หยุดทะลุ 300 บ. จับตาเกินพื้นฐานหรือยัง?

           KTC ราคาแรง พุ่ง 233% ในเวลาเพียง 1 ปี สอดรับกำไรทำนิวไฮต่อเนื่อง สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์มีทั้งปรับราคาเป้าหมายขึ้น และเตือนให้ระวัง เหตุราคาหุ้นเริ่มเสี่ยง จับตาประเด็นลุ้นแตกพาร์ที่ถูกนำมาเก็งกำไรอีกครั้ง

           ราคาหุ้น บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTC ปรับตัวเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่ราคาพุ่งแรงจากระดับต่ำสุดที่ 95 บาทในปี 60 ขึ้นมา All Time High อีกครั้งที่ 317 บาท ในต้นปีนี้ หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 233% 
           KTC ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และบริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค มีธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 49.45% และรายย่อยราว 3,900 ราย 
           ราคาหุ้น KTC ปรับตัวขึ้นทำไฮต่อเนื่อง สอดคล้องกับกำไรสุทธิที่ทำสถิติใหม่ทุกปีในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา จากระดับ 255 ล้านบาทในปี 55 ขึ้นมาและ 3,304 ล้านบาทในปี 60 ขณะที่ผู้บริหารยังเชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะทำนิวไฮได้ต่อเนื่อง ตามเป้าหมายยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรปีนี้ ที่คาดว่าจะเติบโต 15% 
           นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทมั่นใจจะทำกำไรด้วยสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง จากปีก่อนที่ทำได้ 3.3 พันล้านบาท หลังภาวะเศรษฐกิจทั้งไทย และ โลกฟื้นตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อกลับคืนมา
           ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 15% จากปีที่ผ่านมาเติบโตที่ 7% ในขณะที่ตลาดเติบโต 5% โดยปัจจุบันยอดใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 7,000 บาท/บัตร/เดือน ขณะที่จำนวนบัตรใหม่ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มอีก 2.8 แสนบัตร จากปีก่อนเพิ่มจำนวนบัตรใหม่ได้ 2.7 แสนบัตร ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีฐานบัตรทั้งสิ้น 2.16 ล้านบัตร
           ราคาหุ้น KTC ที่พุ่งทะลุ 300 บาท ทำให้ประเด็นเรื่องการแตกพาร์ถูกนำมาเก็งกำไรอีกครั้ง โดยผู้บริหารเคยระบุว่าหากผู้ถือหุ้นต้องการก็สามารถทำได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้เข้ามา
           นายระเฑียร ระบุว่า การแตกพาร์เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น ถ้าผู้ถือหุ้นต้องการให้มีการแตกพาร์ก็สามารถเสนอเข้ามาได้ บริษัทจะนำเข้าที่ประชุมบอร์ด และขออนุมัติผู้ถือหุ้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีเรื่องนี้เสนอเข้ามา
           ด้านมุมมองนักวิเคราะห์พบว่ามีความเห็นแตกต่างกัน ทั้งปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 350 บาท และแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนเพราะราคาหุ้นเกินพื้นฐานที่ 245 บาทไปแล้ว แม้จะเห็นแนวโน้มที่ดีของธุรกิจ แต่อยากรอความชัดเจนของผลการดำเนินงานก่อน
           บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เป็นโบรกฯ ที่ให้ราคาพื้นฐาน KTC สูงสุดที่ 350 บาท โดยระบุถึง 4 เหตุผลที่คงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 350 บาท คือ
           1) แนวโน้มสินเชื่อปีนี้จะขยายตัวเร่งขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำ 2) รายได้หนี้สูญรับคืนเติบโตต่อเนื่อง สัญญาณบวกต่อ NPLs 3) credit cost คาดลดลงแรง หลัง NPL ดีขึ้น ถือเป็น Upside risk สำคัญต่อประมาณการเรา ทำให้ 4) เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2561-2562 ขึ้น 20% และ 28% ตามลำดับ ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขาย PER61 เพียง 16.4x ต่ำกว่า MTLS - SAWAD
           ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ถึงแม้เราจะยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ KTC แต่เรามองว่าราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาแรง ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา แซงปัจจัยพื้นฐานไปแล้ว โดยราคาหุ้นในปัจจุบันคิดเป็น P/E ที่ 19x อิงจากอัตราการเติบโตของกำไรในอนาคตที่ 17% ในขณะที่ PEG ก็ >1.0x ซึ่งทำให้เรารู้สึกระมัดระวังกับราคาหุ้นปัจจุบัน 
           และเนื่องจากเรายังไม่เห็น upside ของราคาเป้าหมาย ดังนั้นเราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ " (จากซื้อ) แต่ยังคงราคาเป้าหมายเอาไว้ที่ 245 บาท (อิงจาก P/E ที่ 16x หรือ PEG ที่ 1.0x) เรามองว่าการจะ upgrade หุ้นตัวนี้จะขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายในการกันสำรองในปี 2561/2562 ว่าจะต่ำกว่า 820bps หรือไม่, การกลับรายการกันสำรอง NPL ในอดีต, และการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตว่าจะสูงกว่า 10% หรือไม่

           หุ้น KTC แม้จะปรับขึ้นสอดคล้องกับผลการดำเนินงาน แต่ก็อาจถึงจุดที่ต้องระมัดระวัง และเป็นเรื่องที่ท้าทายผู้บริหารว่าจะสามารถรักษาระดับการทำกำไร ตามที่ผู้ถือหุ้นคาดหวังได้หรือไม่ ขณะที่ประเด็นการแตกพาร์ ก็ยังเป็นเรื่องที่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด