หุ้นฮ็อต

| 28 มีนาคม 2561 | 13:54

CPALL ขายบิ๊กล็อต MAKRO ได้กำไรไม่มาก แต่ดีในระยะยาว

    CPALL ร่วงหลังโยนบิ๊กล็อต MAKRO ให้นักลงทุนสถาบัน 230 ล้านหุ้น หรือ 4.80% ราคาเฉลี่ย 44 บาท ต่ำกว่ากระดานวานนี้ที่ 51 บาท แจงเป็นการเพิ่มฟรีโฟลท ฟากนักวิเคราะห์มองได้กำไรไม่มากเหตุราคาทุนอยู่ที่ 42 บาท แต่หากนำไปชำระหุ้นกู้ จะลดดอกเบี้ยจ่ายได้มาก และเป็นบวกต่อกำไรในอนาคต จับตาต้องขายออกอีก เหตุยังถือหุ้นใหญ่ถึง 93%

    ราคาหุ้น บมจ.ซีพี ออลล์(CPALL) เปิดตลาดเช้านี้ร่วงทำจุดต่ำสุดที่  88.75 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 87.75 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 2.50% หลังจากเพิ่งทำ All Time High ที่ 90 บาทเมื่อวานนี้ (27 มี.ค.)

    CPALL เป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)โดยถือหุ้นผ่าน ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง สัดส่วน 31.33% ปัจจุบันมีธุรกิจหลักคือค้าปลีกประเภทร้านสะดวกซื้อในชื่อ 7-Eleven ณ สิ้นปี 60 มีสาขารวมทั้งหมด 10,268 สาขา และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบมจ.สยามแม็คโคร(MAKRO) ทั้งโดยตรงและทางอ้อมผ่าน บริษัท สยามแม็คโคร โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด รวม 97.88%

    นอกจากนี้ยังประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนรับชําระค่าสินค้าและบริการ (เคาน์เตอร์เซอร์วิส) ธุรกิจผลิตและจําหน่ายอาหารสําเร็จรูป และเบเกอรี (ซีพีแรม) ธุรกิจจําหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ค้าปลีก (ซีพี รีเทลลิงค์) ธุรกิจบริการขนสง่และกระจายสินค้า (ไดนามิค แมนเนจเม้นท์ ) ธุรกิจวิทยาลัยอาชีวศึกษาด้านค้าปลีก และสถาบนัการศึกษาด้านการจัดการ (ศึกษาภิวัฒน์) และอื่่นๆรวมทั้งหมด 34 บริษัท

    ในงวดปี 60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก 7-Eleven 55.8% Makro 37.2% และธุรกิจอื่นๆ  7%

    CPALL มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในช่วงปี 57 - 60 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,153.77 ล้านบาท , 13,682.49 ล้านบาท 16,676.51 ล้านบาท และ 19,907.71 ล้านบาท ตามลำดับ จากการขยายสาขาเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุด (All Time High) มาอย่างต่อเนื่อง

    ราคาหุ้น CPALL วันนี้ ปรับตัวลงตั้งแต่เปิดตลาด แม้จะมีประเด็นบวกคือการขายหุ้น MAKRO โดยการโยนบิ๊กล็อตในช่วงเช้าจำนวนรวม 230 ล้านหุ้น หรือ 4.80% ที่ราคาเฉลี่ย 44 บาท มีส่วนลดราว 13% จากราคาปิดหุ้น MAKRO วานนี้ที่ 51 บาท คิดเป็นมูลค่าสูงกว่า 10,130 ล้านบาท โดยจำนวนหุ้นที่ขายออกมามากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 161 ล้านหุ้น 

    CPALL ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ถึง การซื้อขายหุ้น MAKRO ผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) จำนวน 230,248,000 หุ้น คิดเป็น 4.80% ของหุ้นทีจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ MAKRO โดยขายในราคาหุ้นละ 44 บาท เป็นราคาเสนอขายที่ได้จากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน (Book Building) คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 10,130,912,000 บาท โดยมีเครดิต สวิส (ประเทศสิงคโปร์) บล.เครดิต สวิส (ประเทศไทย) บล.ไทยพาณิชย์ เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่าย

    สำหรับการขายหุ้น MAKRO ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของการซื้อขายหุ้นของ MAKRO ในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ภายหลังจากการทำรายการแล้ว CPALLจะลดสัดส่วนการถือหุ้นใน MAKRO ลงจาก 97.88% เหลือ 93.08% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ MAKRO หรือคิดเป็นจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 4,467,901,500 หุ้น และการขายหุ้นของบริษัทฯ ในครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการและนโยบายการดำเนินธุรกิจของ MAKRO แต่อย่างใด 

    สำรวจมุมมองนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองว่าการขายหุ้นดังกล่าว มากกว่าราคาทุนที่ 42 บาทเล็กน้อยเท่านั้น จึงเป็นประเด็นบวกไม่มาก แต่มองว่าหากนำไปชำระหุ้นกู้ จะได้รับประโยชน์ค่อนข้างมากจากภาระดอกเบี้ยที่ลดลง

    บล.ทรีนิตี้ เผย มีมุมมองเชิงบวกต่อการขายหุ้น MAKRO ของ CPALL เนื่องจากจะมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนราว 300 ล้านบาท (คำนวณจากราคาเฉลี่ย Big Lot จำนวน 161 ล้านหุ้น) และมีต้นทุนการได้มาของหุ้น MAKRO ทางบัญชีที่ราว 42 บาทต่อหุ้น ซึ่งคาดว่า CPALL จะนำกำไรพิเศษไปชำระหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดปี 61 ราว 15,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.4-4.5% ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงราว 270 - 300 ล้านบาท  เป็น Upside Risk ต่อกำไร CPALL ราว 1.25-1.3%

    นอกจากนี้ CPALL น่าจะมีการขายหุ้น MAKRO ออกมาเพิ่มเติมอีกเพื่อเพิ่ม Free Float และเป็นกำไรพิเศษ เนื่องจากการขายในครั้งนี้จะทำให้ Free Float ขึ้นมาเพียงเล็กน้อย

    ในด้านพื้นฐานธุรกิจคาดกำไรสุทธิปี 61 จะเติบโตราว 21.8% จากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว หนุน SSSG เป็นบวกต่อเนื่อง และจากการเปิดสาขาใหม่ทั้งจากธุรกิจสะดวกซื้อ 7-Eleven และธุรกิจ MAKRO และยังมี Upside Risk จากประเด็น    แผนการลดการถือหุ้น MAKRO เพื่อเพิ่ม Free Float ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงอีก หากขายหุ้นออกมาเพิ่มในระยะถัดไป คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 101.00 บาท  

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด CPALL ขาย MAKRO ออกมาทั้งหมด 161 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.4%  ที่ราคาเฉลี่ย 43.50-44.25 บาทให้นักลงทุนสถาบันทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 95% แต่ด้วยราคาขายใกล้เคียงทุนที่ 42 บาท และ CPALL ถูก Lock-up ห้ามขาย MAKRO อีกภายใน 90 วัน จึงเป็นประเด็นบวกไม่มาก แต่คาดว่าจะได้รับเงินเข้ามาราว 7 พันล้านบาท เพื่อใช้ชำระหนี้ ซึ่งจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายได้ปีละ 300 ล้านบาท เป็นบวกต่อกำไรราว 1.3% และ Net D/E จะลดจาก 1.4 เท่าเหลือ 1.3 เท่า 

    แนะนำ ซื้อที่ ราคาเป้าหมาย 98 บาท แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว
    
    ด้านบล.กรุงศรี เผย CPALL ยังมีประเด็นบวกจากมาตรการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 330 บาท จากเดิม 310 บาท ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 61 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นบวกต่อผู้ประกอบการค้าปลีก และเป็นหุ้น Domestic Play ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าน้อยที่สุด แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 101 บาท 

    ในที่สุด CPALL ก็สามารถขายหุ้น MAKRO ออกมาได้ หลังจากมีแผนมานานแต่ราคาหุ้นยังไปไม่ถึงเป้าหมาย ซึ่งนอกจากจะเกิดประโยชน์ในการเพิ่มฟรีโฟลทให้กับ MAKRO แล้ว ยังสามารถนำเงินมาลดภาระดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกำไรในอนาคต และแน่นอนว่าการขายล็อตนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะเป็นการขายออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคงต้องจับตาการขายหุ้นในครั้งต่อไปว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ เพื่อวิเคราะห์ผลที่จะเกิดต่อกำไรของ CPALL ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด