สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 26 มีนาคม 2561 | 09:08

IRPC ลุ้นกำไรโต 4 ปีติด แต่อัพไซด์ปีนี้เริ่มจำกัด

IRPC ลุ้นกำไรโต 4 ปีติด แต่อัพไซด์ปีนี้เริ่มจำกัด

           IRPC ย่อ 10% ภายใน 7 วัน หลังพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 12 ปี จับตา! แค่ปรับฐานระยะสั้นหรือหมดรอบไปแล้ว ด้านนักวิเคราะห์ยังเชื่อกำไรปี 61 โตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แตะระดับ 1.3 หมื่นล้านบาท แต่อัพไซด์ปีนี้เริ่มจำกัด

           ราคาหุ้น บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC พุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 12 ปี ที่ 8.35 บาท เมื่อ 27 ก.พ. 61 ก่อนที่ราคาหุ้นจะร่วงกลับลงมาราว 10% ภายใน 7 วัน แตะ 7.40 บาท เมื่อ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นราคาหุ้นวิ่งอยู่ในกรอบ 7.80 – 7.40 บาท และล่าสุดปิดที่ 7.50 บาท
           IRPC ดำเนินธุรกิจ 1) ธุรกิจปิโตรเลียม โดยมีโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ จ. ระยอง เพื่อผลิตและจำหน่าย น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน และน้ำมันเตา เป็นต้น 2) ธุรกิจปิโตรเคมี ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอื่นๆ จำหน่ายให้ผู้ประกอบการนำไปเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกสำเร็จรูปชนิดต่างๆ 3) ธุรกิจท่าเรือและถังเก็บผลิตภัณฑ์ ให้บริการท่าเทียบเรือเพื่อขนถ่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานสากล 4) ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินในส่วนที่เป็นที่ดินเปล่า
           ตั้งแต่ต้นปี 60 ราคาหุ้น IRPC เป็นขาขึ้น จากระดับ 5 บาท วิ่งขึ้นมากว่า 60% สอดรับกับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 3 ปีติดต่อกัน จากขาดทุน 5.23 พันล้านบาท เมื่อปี 57 พลิกมาเป็นกำไรสุทธิ 9.4 พันล้านบาท ในปี 58 เพิ่มขึ้นเป็น 9.72 พันล้านบาท ในปี 59 และล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 1.13 หมื่นล้านบาท ในปี 60
           สำหรับผลประกอบการที่ดีขึ้นนี้ มาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1.97 แสนล้านบาท จากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ โดยโรงกลั่นมีอัตราการกลั่นทั้งปีที่ 1.8 แสนบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 84% ลดลงจากปีก่อน 1% เนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผนประมาณ 1 เดือน ในไตรมาส 1/60 ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันทั้งปีจำนวน 3.72 พันล้านบาท
           ส่วนแนวโน้มในปี 61 นี้ ผู้บริหารของ IRPC และนักวิเคราะห์มองไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะเห็นการเติบโตของผลประกอบการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
           "รัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์" รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน IRPC เปิดเผยว่า แนวโน้มในปี 61 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงเมื่อปีก่อนทำให้กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 215,000-217,000 บาร์เรลต่อวัน จากปีก่อน 180,000 บาร์เรลต่อวัน โดย GIM ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 14-15 เหรียญต่อบาร์เรล ใกล้เคียงปีก่อนที่ 14.5 เหรียญต่อบาร์เรล และในปี 63 บริษัทตั้งเป้าหมาย EBITDA ที่ 29,000 ล้านบาท โดย IRPC จะใช้งบลงทุนมูลค่า 5.3 หมื่นล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งในปี 61 จะใช้เงินลงทุน 7,169 ล้านบาท
           ด้าน บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) ระบุว่า แม้แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/61 จะถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนการกลั่น แต่กำไรน่าจะยังทรงตัวแข็งแกร่ง จากการใช้กำลังการผลิตโรงกลั่นที่คาดจะเดินเครื่องได้มากขึ้นกว่า 2.2 แสนบาร์เรลต่อวัน และแนวโน้มค่าการกลั่นไม่ได้ลดลงมาก จากส่วนช่วยของกลุ่มน้ำมันสำเร็จรูปขั้นกลางที่มีอุปสงค์ส่วนเพิ่มตามฤดูกาล และอุปทานที่ตึงตัวจากการทยอยปิดซ่อมโรงกลั่นในสหรัฐและตะวันออกกลาง นอกจากนี้แนวโน้มส่วนต่างราคาของปิโตรเคมียังแข็งแกร่ง จากอุปสงค์ที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน และความต้องการนำเข้าของจีนที่เพิ่มขึ้น
           โดยรวมคงประมาณการกำไรปี 61 เติบโต 21% มาที่ 13.6 พันล้านบาท จากการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่นที่จะปรับเพิ่มขึ้นหลังการปรับปรุงประสิทธิภาพหน่วยกลั่น ADU และ RDCC ในปี 60 อีกทั้งบริษัทไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุง ทำให้คาดจะสามารถเดินเครื่องเฉลี่ยที่ 2.15 แสนบาร์เรลต่อวัน และการรับรู้กำไรจากโครงการ UHV และโครงการต่อเนื่องที่เป็นการแปลงสภาพจากน้ำมันเตา เป็น propylene และ gasoline ซึ่งมีอัตรากำไรสูงขึ้น
           ด้าน บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า เรามีมุมมองเป็นบวกต่อกำไรในไตรมาส 1/61 จากอัตรากำไรของธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นเดือน ก.พ. 61 ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีทั้ง Propylene และ HDPE ขยับขึ้นถึง 46% และ 24% จากต้นปี ตามลำดับ อีกทั้งการใช้กำลังการผลิตเหนือระดับ 2.1 แสนบาร์เรลต่อวัน ทำให้กำไรไตรมาส 1/61 มีแนวโน้มโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ขณะที่การขยับขึ้นของราคาน้ำมันดิบอาจชดเชยได้จากผลบวกของการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต
           สำหรับภาพรวมทั้งปี 61 เราคงประมาณการกำไรปกติที่ 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากการผลิตที่ราบรื่นไม่มีการหยุดซ่อมบำรุง ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตคาดสูงขึ้นจาก 84% เป็น 98% และประโยชน์จากการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ค่าการกลั่นตลาด (Market GIM) เพิ่มเป็น 15.2/บาร์เรล
           อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ 10 แห่ง แม้เกือบทั้งหมดจะแนะนำให้ ซื้อ แต่ราคาเป้าหมายที่ให้ไว้เฉลี่ยของปี 61 อยู่ที่ 8.36 บาท ซึ่งเป็นระดับที่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นไปทดสอบก่อนหน้านี้ และร่วงกลับมาลง
           ทั้งนี้ IRPC ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามกันต่อในระยะยาวคือ แผนลงทุนโครงการใหม่ในชื่อ MARS ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาลงทุนผลิตวัตถุดิบผลิตพาราไซลีน 1 ล้านตัน เพื่อผลิตพาราไซลีนได้ได้ 300,000 ตัน โดยจะใช้เทคโนโลยีทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง 10-20% เมื่อเทียบกับรายอื่น โดยคาดว่าพาราไซลีนจะมีความต้องการเติบโตขึ้นปีละ 4-5% เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านเหรียญ และน่าจะได้เห็นข้อสรุปการลงทุนภายในต้นปี 62 ในปัจจุบันบริษัทมีผลตอบแทนจากปิโตรเลียมเฉลี่ย 15% หากโครงการนี้สำเร็จจะเพิ่มขึ้นเป็น 25%

           IRPC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันการเข้าซื้อหุ้นของ ปตท. (PTT) จากธนาคารออมสินที่ราคา 7.10 บาท รวม 1.95 พันล้านหุ้น น่าจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาวมากขึ้น แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาต่อเนื่อง และอัพไซด์ที่จำกัดจากราคาพื้นฐานปีนี้ ก็อาจจะเห็นแรงขายทำกำไรกดให้ราคาปรับฐานในระยะสั้นได้

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด