สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 16 มีนาคม 2561 | 13:12

TACC วิ่งรับบอร์ดไฟเขียวซื้อหุ้นคืน สวนโบรกฯ หั่นประมาณการ

TACC วิ่งรับบอร์ดไฟเขียวซื้อหุ้นคืน สวนโบรกฯ หั่นประมาณการ

    TACC บวกแรง! รับบอร์ดอนุมติซื้อหุ้นคืน เม.ย.-ต.ค.นี้ สวนทางโบรกฯ หั่นประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายไปก่อนหน้า หลังอัตราเติบโตเริ่มลดและต่างประเทศแข่งขันสูง จับตาซื้อคืนแค่ 3 ล้านหุ้น หรือ 0.49% จะช่วยดันหุ้นได้แค่ไหน

    ราคาหุ้น บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์(TACC) บวกแรงวันนี้ ทำจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ 4.92 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 4.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.26บาท หรือ 5.73% และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 668% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    TACC จดทะเบียนในตลาด mai เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มในโถกดประเภทชา กาแฟ ใน 7-11 , เครื่อมดื่มชนิดผงพร้อมชง ขายให้ร้าน All Cafe และยังมีเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ของบริษัท เช่น ชาเขียวพร้อมดื่มเชนย่า กาแฟปรุงสำเร็จวีสลิม และปัจจุบันแตกไลน์มายังสินค้าเบเกอรี่ A Smile เครื่องดื่มชูกำลัง Jump Start และของใช้ภายใต้ลิขสิทธิ์ Sanrio 

    ในปี 60 ที่ผ่านมา TACC มีสัดส่วนรายได้จากในประเทศ 92% และต่างประเทศ 8% นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนรายได้จากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่คือ 7-11 ถึง 90% ของรายได้รวมกิจการ

    กำไรสุทธิ TACC ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนในปี 60 มาอยู่ที่ 112.47 ล้านบาท หรือคิดเป็นเติบโตเพียง 10.44% จากเดิมที่กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด โดยในปี 57 - 59 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 51.84 ล้านบาท 67.95 ล้านบาท และ 101.83 ล้านบาท ตามลำดับ 

    การเติบโตที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับราคาหุ้นที่กลับตัวเป็นขาลงมาตั้งแต่เดือนม.ค.60 ที่ราคา 10.10 บาท ลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี 3 เดือน ที่ 4.38 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาเดียวกับในช่วงเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้เพียง 2 สัปดาห์

    TACC ราคาหุ้นกระตุกขึ้นมาในวันนี้ หลังจากที่ประชุมบอร์ดมีมติอนุมัติซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์เพื่อบริหารทางการเงิน จำนวน 3 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 0.49% วงเงินสูงสุด 15.2 ล้านบาท ในวันที่ 2 เม.ย. - 1 ต.ค. 61

    TACC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการเงิน วงเงินสูงสุด 15.20 ล้านบาท จำนวนที่จะซื้อคืนทั้งหมด 3,000,000 หุ้น หรือคิดเป็น 0.49% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ด้วยวิธีการซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในวันที่ 2 เม.ย. 61 - 1 ต.ค. 61
    ใช้หลักเกณฑ์กำหนดราคาซื้อคืนจากราคาหุ้นเฉลี่ย 30 วันก่อนเปิดเผยข้อมูลมาพิจารณา ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน ตั้งแต่ 31 ม.ค. 61 - 14 มี.ค. 61 เท่ากับ 4.83 บาท
    วัตถุประสงค์ในการซื้อหุ้นคืน เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น(EPS)

    ก่อนหน้านี้ผู้บริหารเคยออกมาเปิดเผยถึงแนวโน้มของธุรกิจปี 61 คาดรายได้จะเติบโตถึง 10% จากการออกสินค้าใหม่ และเตรียมรับมือภาษีน้ำตาลเอาไว้แล้ว แต่ยอมรับว่าการแข่งขันในกัมพูชาปีนี้จะสูงขึ้นกระทบยอดขาย

    นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร TACC เผยรายได้ปี 61 จะเติบโต 10% จากที่ทำได้ 1,289.49 ในปี 60 จากการออกสินค้าใหม่ 2- 3 ผลิตภัณฑ์ทั้งในธุรกิจ B2B และ B2C
    ส่วนประเด็นภาษีน้ำตาลบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้น้ำตาลน้อยเพื่อลดผลกระทบจากภาษีเป็นที่เรียบร้อย และอยู่ระหว่างรอลูกค้าอนุมัติ
    อย่างไรก็ตามยอมรับว่าแม้ยอดขายในประเทศจะเติบโตแข็งแกร่ง แต่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มในกัมพูชาจะส่งผลกระทบต่อยอดขาย ตามการแข่งขันอย่างสูงจากคู่แข่งรายเดิมที่กลับมาทำตลาดอีกครั้ง 

    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ เพิ่งหั่นประมาณการกำไรสุทธิและราคาเป้าหมาย TACC ไปก่อนหน้า จากแนวโน้มการเติบโตเริ่มลดลง ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรงในกัมพูชา และจะได้รับภาษีน้ำตาลเข้ามาเต็มที่ในไตรมาส 1/61 แต่ยังคงแนะนำซื้อ จากราคาที่ปรับตัวลงมามาก

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผยแนวโน้มกำไรจะแผ่วลงในไตรมาส 1/61 จากทั้งปัจจัยฤดูกาล และการแข่งขันในกัมพูชาที่รุนแรงกว่าคาด ประกอบกับจะได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาลเข้ามาเต็มไตรมาส เนื่องจากการออกสินค้าลดน้ำตาลเพิ่งได้รับอนุมัติจาก 7 - 11 และจะเริ่มขายได้ในช่วงเดือนเม.ย.61 เป็นต้นไป 
    ด้วยแนวโน้มการเติบที่ชะลอตัวลง ทำให้ปรับกำไรสุทธิปี 61 ลดลง 7.4% เป็น 125 ล้านบาท ที่ P/E 28 เท่า และปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 6 บาท จากเดิม 7.7 บาท แต่ยังคงแนะนำ "ซื้อ"

    บล.ฟิลลิป ปรับกำไรสุทธิปี 61 ลงมาเป็น 119.7 ล้านบาท และปรับราคาเหมาะสมลงมาที่ 5.90 บาท จากยอดขายต่างประเทศในปีนี้ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเครื่องดื่มชาเขียวตรา Zenya ในกัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันสูง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าคาด และอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง แต่มองปัจจุบันราคาต่ำกว่าพื้นฐานมากจึงแนะนำ "ซื้อ"

    แม้การเติบโตของ TACC จะชะลอลงด้วยเหตุผลหลายประการจนถูกนักวิเคราะห์หั่นประมาณการในปี 61 ลง แต่การประกาศซื้อหุ้นคืนก็อาจเป็นสัญญาณว่าราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำแล้ว อย่างไรก็ดีสิ่งที่นักลงทุนต้องระวัง คือบริษัทอาจไม่ซื้อหุ้นคืนก็ได้ หากราคาปรับตัวขึ้นไปสูงกว่าที่พิจารณาเอาไว้ อีกทั้งจำนวนหุ้นที่ซื้อคืนเพียง 3 ล้านหุ้น หรือ 0.49% จะสามารถดันราคาได้มากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องจับตา

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด