หุ้นฮ็อต

| 15 มีนาคม 2561 | 09:29

BEC พุ่งโหนกระแสบุพเพสันนิวาส จับตางบ Q1/61 ฟื้นจริงหรือไม่

          BEC พุ่ง 37% ใน 2 สัปดาห์ รับกระแสละครบุพเพสันนิวาส ออเจ้าฟีเวอร์ แถมพบขาใหญ่ "ทวีฉัตร จุฬางกูร" ดอดเก็บหุ้น 5.02% ด้านนักวิเคราะห์ ยังไม่ปรับประมาณการ รอดูผลงานไตรมาส 1/61 แนะจับตามีโอกาสเห็นช่อง 3 คืนใบอนุญาต หลัง “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ชนะคดี 

          ราคาหุ้นบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องราว 37% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ จากระดับ 10.10 บาท ในปลายเดือน ก.พ. ล่าสุดทำจุดสูงสุดวานนี้ (14 มี.ค.) ที่ 13.80 บาท พร้อมด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 300% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
          BEC ดำเนินธุรกิจหลัก คือ 1) ธุรกิจดำเนินการออกอากาศและสื่อโฆษณา ธุรกิจโทรทัศน์ และธุรกิจวิทยุ 2) ธุรกิจดำเนินการจัดหา ผลิตรายการ เช่น รายการบันเทิง สารคดี การแสดงโชว์/คอนเสิร์ต เป็นต้น
          ตั้งแต่ต้นปี 56 หุ้น BEC เป็นขาลงมาตลอด จากจุดสูงสุดที่ 79.5 บาท เจอผลกระทบจาก ‘TV Digital’ ทั้งแง่ของการเป็นเจ้าของช่องที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกัน การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ๆ จำนวนมาก เมื่อเทียบกับอดีต ทำให้ฐานผู้ชมของ BEC ลดต่ำลงไปด้วย โดยราคาหุ้น BEC ลงไปทำนิวโลว์ 9.85 บาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา
          สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน BEC จากที่เคยทำกำไรนิวไฮที่ 5.5 พันล้านบาทในปี 56 ลดลงเหลือ 4.4 พันล้านบาท, 2.9 พันล้านบาท และ 1.2 พันล้านบาท ในปี 57-59 ตามลำดับ ก่อนที่ปี 60 กำไรสุทธิของ BEC จะตกต่ำเหลือเพียง 61 ล้านบาท โดยไตรมาส 4/60 มีผลขาดทุนกว่า 335 ล้านบาท
          ราคาหุ้น BEC ที่พลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากละครบุพเพสันนิวาส ได้สร้างปรากฎการณ์กระแส ออเจ้าฟีเวอร์ และทำให้เรทติ้งของช่อง 3 พุ่งขึ้นอันดับ 1 อย่างรวดเร็ว แถมยังมีปัจจัยบวกเข้ามาเพิ่ม กรณี “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” ชนะคดี จึงน่าจับตาว่า ช่อง 3 จะคืนไลเซ่นส์หรือไม่ หากสามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังไม่ปรับประมาณการหุ้น BEC รอดูผลงานไตรมาส 1/61 ว่าจะส่งสัญญาณฟื้นตัวได้ดีแค่ไหน
          บล.บัวหลวง ระบุว่า หุ้น BEC มีแรงเก็งกำไรตามเรทติ้งละคร "บุพเพสันนิวาส" ที่สร้าง Talk of the Town ส่งผลให้ช่อง 3 มีเรทติ้งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกรณีศาลปกครองกลางตัดสินคดี กสทช. ทำผิดสัญญา “เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล” พร้อมให้คืนแบงก์การันตีกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งทำให้ถูกคาดการณ์ต่อว่า การคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล นั้น สามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
          ปัจจุบัน BEC ครอบครอง 3 ใบอนุญาตในช่อง HD, SD, Family แต่จากข้อมูลที่เคยได้รับจากผู้บริหารระดับสูง ยังแสดงจุดยืนว่าการมีหลายช่องทีวีดิจิทัลนั้นไม่ได้สร้างปัญหา แต่จะมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้นในอนาคต บล. บัวหลวงจึงเชื่อว่า BEC ยังไม่น่าจะมีประเด็นการคืนใบอนุญาต แม้จะมีภาระต้นทุนก็ตาม
          จากการสำรวจข้อมูลเม็ดเงินโฆษณาทีวีอนาล็อกในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2561 ของนีลเส็น พบว่าปรับตัวลดลง 20.5% Y/Y ซึ่งทิศทางรายได้โฆษณาของ BEC จะสอดคล้องไปกับภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาทีวีอนาล็อก จึงต้องมารอดูว่าการใช้เม็ดเงินโฆษณาทีวีอนาล็อกจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นเทียบกับ M/M ในเดือน มี.ค. ได้หรือไม่
          สำหรับยอดรวมเม็ดเงินโฆษณาในทุกสื่อจากนีลเส็นพบว่า ในช่วง 2 เดือนยังติดลบ 7.2% แต่ก็มีความคาดหวังว่าสิ้นปีนี้จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อย ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศ
          ดังนั้นหากจะปรับประมาณการ BEC คงต้องรอความชัดเจนของตัวเลขที่เกี่ยวข้องในครึ่งปีหลัง โดยปัจจุบัน บล.บัวหลวงยังคงราคาพื้นฐานที่ 12 บาท/หุ้น คาดกำไรสุทธิปี 2561 แตะ 174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 186% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 61 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากำไรสุทธิของ BEC ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2560
          ด้าน บล. เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุกรณีศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาว่า กสทช.ผิดสัญญาในเรื่องการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล ไทยทีวี จึงมีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญาได้ ศาลได้มีคำสั่งให้ กสทช.คืน แบงก์การันตีให้บริษัทไทยทีวี งวดที่ 3-6 เป็นเงินรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ส่วนเลขาธิการ กสทช.จะคัดคำพิพากษาศาลฯ เสนอต่อที่ประชุมบอร์ดกสทช.สำหรับการอุทธรณ์คำวินิจฉัยทางบอร์ด กสทช.จะพิจารณา
          ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกกับข่าวข้างต้น และมองว่าเป็นบวกต่อกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และ BBL โดยกลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มีหลายรายต้องแบกรับภาระค่าไลเซนส์ และผลประกอบการที่ขาดทุน ซึ่งหากมีการคืนไลเซนส์ ทีวีดิจิทัลได้ตามที่ กสทช.กล่าวไว้ข้างต้น คาดว่าการแข่งขันในกลุ่มทีวีดิจิทัลจะลดลง เนื่องจากมีผู้ประกอบการหลายรายต้องการคืนไลเซนส์ และเคยยื่นข้อเสนอต่อ กสทช.ไปแล้ว รวมถึงคาดทีวีดิจิทัลในไทยควรมีประมาณ 15-16 ช่อง จะส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาของแต่ละช่องอยู่ที่ประมาณ 5-6 พันล้านบาท จะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดได้
          มองว่าหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC, บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK, บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO, บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  หรือ RS และบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประกอบการที่ผลิต Content และเป็นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
          บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเมินราคาพื้นฐาน BEC ที่ 12.80 บาท โดยยังกังวลประเด็นการลดต้นทุนการผลิตรายการ ซึ่งน่าจะทำได้ยากในปี 2561-2562 
          นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงที่ราคาหุ้น BEC ปรับตัวลงแรง นักลงทุนรายใหญ่ "ทวีฉัตร จุฬางกูร" ได้เข้ามาเก็บหุ้นเพิ่มจนล่าสุดถือหุ้นรวม 5.02% 
          รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้รับแบบ รายงานการได้มาหุ้น BEC โดย นาย ทวีฉัตร จุฬางกูร ซึ่งเป็นการได้มา เมื่อวันที่ 27/02/2561 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มาคิดเป็น 0.42% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.02% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

          ราคาหุ้น BEC ที่เกาะกระแสออกเจ้าการะเกด พ่วงด้วยข่าวดีกรณี "เจ๊ติ๋ม" ชนะคดี ซึ่งจะได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง หากตัดสินใจคืนไลเซ่นส์ก็ลดต้นทุน แต่หากไม่คืนคู่แข่งก็มีแนวโน้มลดลง แถมราคาหุ้นที่ร่วงลงต่อเนื่องทำให้หุ้นเริ่มน่าสนใจ อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 ที่จะการันตีได้ว่าละครบุพเพสันนิวาส จะชุบชีวิต BEC ได้มากน้อยแค่ไหน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด