หุ้นฮ็อต

| 6 มีนาคม 2561 | 08:53

BEM นิวโลว์รอบ 1 ปี โอกาสซื้อ หรือ แพงเกินไป?

            BEM ร่วงแตะ 7 บาท ทำจุดต่ำสุดรอบปี สวนทางกำไรปี 60 โต 19.8% ขณะที่นักวิเคราะห์มองบวก คาดกำไรปีนี้โตต่อ 12-18% จากทั้ง 3 ธุรกิจหลัก แต่ผลตอบแทนจากอัตราเงินปันผลยังต่ำเพียง 1-2% ลุ้นกำไรพิเศษจากการขายหุ้น CKP ช่วงไตรมาส 2/61

            ราคาหุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ร่วงกว่า 10% กดราคาหุ้นแตะ 7 บาท ทำจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี สวนทางผลประกอบการปี 60 ซึ่งมีกำไร 3.12 พันล้านบาท เติบโต 19.8% จากปีก่อน ทั้งนี้ BEM เคยทำสถิติสูงสุดไว้ที่ 8.9 บาท เมื่อเดือน ส.ค. 59
            BEM ประกอบธุรกิจหลัก 3 ส่วน ได้แก่ ธุรกิจทางพิเศษ ธุรกิจระบบราง (รถไฟฟ้า) และธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบราง
            ผลประกอบการของ BEM ในปี 60 เติบโตจากทั้ง 3 ธุรกิจหลัก มีรายได้รวม 1.54 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% จากปีก่อน โดยธุรกิจทางพิเศษ มีรายได้ 9.95 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% เนื่องจากการรับรู้รายได้จากทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเต็มปี (เปิดให้บริการ ส.ค. 59) ขณะที่ธุรกิจระบบราง มีรายได้ 4.52 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีน้ำเงินเข้าด้วยกันเมื่อเดือน ส.ค. 60 และการรับรู้รายได้เต็มปีของสายสีม่วง ขณะที่ธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ มีรายได้ 675 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากปีก่อน ซึ่งหลักๆ เติบโตจากรายได้โฆษณาและให้เช่าพื้นที่ค้าปลีก
            สำหรับแนวโน้มของ BEM ในปี 61 จากมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนมากยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวก โดยคาดการณ์กำไรในปีนี้อยู่ในช่วง 3.5 – 3.7 พันล้านบาท เติบโต 12-18% จากปีก่อน
            บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า เราคงประมาณการกำไรปกติในปีนี้ที่ 3.6 ล้านบาท เติบโต 16% ขณะที่สถิติผู้โดยสารในเดือน ม.ค. 61 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งจำนวนผู้ใช้รถเฉลี่ยในธุรกิจทางด่วนเติบโต 2% เป็น 1.2 ล้านเที่ยว/วัน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มขึ้น 9% เป็น 3 แสนเที่ยว/วัน ทำให้เราเชื่อว่าแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 1/61 มีโมเมนตัมเติบโตต่อเนื่องเราคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่มูลค่าเหมาะสมในปีนี้ที่ 10.10 บาท โดยราคาปัจจุบันมีมูลค่าน่าสนใจคิดเป็น EV/EBITDA ในปีนี้เพียง 17 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง BTS ที่ 28 เท่า
            บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ปี 61 จะยังเป็นปีที่ดีของ BEM โดยคาดกำไรสุทธิโต 18% เป็น 3.7 พันล้านบาท หนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้ง 3 ธุรกิจ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่คาดจำนวนผู้โดยสารสายสีน้ำเงินเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 9% อยู่ที่ 3.2 แสนเที่ยวต่อวัน จากการเชื่อมต่อสถานีเตาปูน-บางซื่อ เต็มปีเป็นปีแรก และอัตรากำไรที่คาดดีขึ้นจากการขยายอายุสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า
            คงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเหมาะสม 10 บาท จากการเติบโตของกำไร และรายได้ในระยะยาวจากสัมปทานในมือทั้งระบบราง 3 สัญญา และทางด่วน 4 สัญญา โดยเฉพาะหลังการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจะช่วยให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูกอย่าง CKP, TTW, XPCL และแผนนำ BMN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และยังมีอัพไซด์จากการเปิดประมูลทางด่วน และรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทางในปีนี้ อาทิ ทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง, รถไฟฟ้าสีม่วงใต้ และสายสีส้มตะวันตก – ตะวันออก
            นอกจากนี้ BEM ยังมีประเด็นบวกที่รอการยืนยันอยู่อีกคือ การแจ้งตลาดหลักทรัพย์ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทได้ขายสัดส่วนเงินลงทุนในเขื่อนไซยบุรี 7.5% ให้กับ CKP (ปัจจุบันบริษัทถือหุ้น 19%) โดยจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 เม.ย. นี้ หากผ่านมติ BEM มีโอกาสจะรับรู้กำไรพิเศษเข้ามาในช่วงไตรมาส 2/61 นี้
            บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่า BEM จะสามารถรับรู้กำไรพิเศษก่อนหักภาษีในช่วงไตรมาส 2/61 ประมาณ 410 ล้านบาท ขณะที่ บล.เคจีไอ มองว่าบริษัทจะใช้เงินที่ได้จากการขายหุ้น CKP ราว 2 พันล้านบาท เพื่อเป็นทุนในการประมูลโครงการต่างๆ ของรัฐบาล
            พร้อมกันนี้ BEM ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลช่วงครึ่งปีหลังของปี 60 จำนวน 0.07 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับครึ่งปีแรกที่จ่ายไปแล้ว 0.06 บาทต่อหุ้น ทั้งปี BEM จ่ายปันผล 0.13 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.83% จากราคาปิดล่าสุดที่ 7.1 บาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 เม.ย. 61
            เมื่อพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ดูเหมือนว่านี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงมาก็เป็นได้ แม้ผลประกอบการของ BEM ยังคงเติบโตดี แต่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือลงทุนแล้ว ผลตอบแทนที่ได้จากปันผลยังถือว่าไม่สูงนัก
            ส่วนปี 61 หากอิงจากคาดการณ์กำไรของนักวิเคราะห์ที่ 3.5 – 3.7 พันล้านบาท จะคิดเป็นกำไรต่อหุ้นราว 0.23 – 0.24 บาท และหากบริษัทจ่ายเงินปันผลด้วยอัตรา 65% ของกำไรสุทธิ ดังเช่น 2 ปีที่ผ่านมา เงินปันผลสำหรับปี 61 น่าจะอยู่ที่ 0.15 – 0.16 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลราว 2.2% จากราคาปัจจุบัน

            ราคาหุ้นที่ร่วงลงมาทำนิวโลว์ในรอบปีย่อมทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าหุ้น BEM ในช่วงที่ผ่านมาแพงเกินไป หรือแค่ปรับฐานตามปกติ เพราะเมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนเงินปันผลแล้วก็ยังต่ำเพียง 1-2% แม้จะเห็นกำไรเติบโตในระดับ 15-20% ต่อปี ฉะนั้น หากจะหวังให้ราคาหุ้นกลับตัวขึ้นไป ก็อาจจะต้องมีปัจจัยบวกอื่นๆ เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม นอกเหนือจากการดำเนินงานปกติเพียงอย่างเดียว    

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด