หุ้นฮ็อต

| 5 มีนาคม 2561 | 09:19

จับอนาคต TRUE หลังผู้บริหารส่งสัญญาณปันผลเงินสดครั้งแรกรอบ 24 ปี

           หุ้น TRUE คึกคักหลังผู้บริหารส่งสัญญาณปันผลเป็นเงินสดครั้งแรกในรอบ 24 ปี สอดรับผลการดำเนินงานปี 60 ที่พลิกกำไร โดยเฉพาะไตรมาส 4/60 ที่ทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาส แต่เป็นเพราะมีรายการพิเศษ จับตา Q2/61 ยังมีแผนขายสินทรัพย์เข้า DIF อีกรอบ 

           ความเคลื่อนไหวหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เมื่อวันศุกร์ที่ผ่าน (2 มี.ค.) มีการซื้อขายอย่างโดดเด่นและราคาปรับขึ้นสวนทางกับดัชนีฯ ที่ร่วงแรงกว่า 18 จุด โดยหุ้น TRUE ขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 6.50 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 6.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 
           TRUE มี 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่  1.ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ทรูออนไลน์ 2.ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ทรูมูฟ เอช โดยมีคลื่นในมือรวม 55 MHz (ความถี่ย่าน 900 , 1800 และ 2100 MHz )  และ 3.ธุรกิจโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลภายใต้ ทรูวิชั่นส์
           หลังผลประกอบการกลับมาขาดทุนระดับพันล้านบาทต่อไตรมาสตั้งแต่กลางปี 59 กดดันให้ราคาหุ้น TRUE ไหลลงต่อเนื่อง แม้ในเชิงธุรกิจบริษัทจะสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาด จนขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แต่ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายจากการประมูลใบอนุญาตก็สูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน โดยงวด 9 เดือนปี 60  พบว่า TRUE มีผลขาดทุนสุทธิกว่า 3 พันล้านบาท 
           หุ้น TRUE ที่มีแรงซื้อเข้ามารอบนี้ หลังจากประกาศผลการดำเนินงานปี 60 พลิกมีกำไรสุทธิกว่า 2.3 พันล้านบาท อีกทั้งบอร์ดยังประกาศปันผลเป็นเงินสดครั้งแรกในรอบ 24 ปี แม้จำนวนจะไม่มาก แต่นักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณในด้านบวก
           TRUE  ประกาศผลประกอบการปี 2560 มีกำไร 2,322.52 ล้านบาท หรือ 0.0696 บาท/หุ้น จากปี 2559 ที่มีกำไร 2,814.34 ล้านบาท หรือ - 0.0962 บาท/หุ้น หลังรายได้การให้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้น หนุน EBITDA โต59% แตะ 3.99 หมื่นล้านบาท
           คณะกรรมการอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.031 บ./หุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 14 มี.ค. 2561 วันที่จ่ายปันผล 25 พ.ค. 2561
           บล.ทรีนีตี้ ระบุทรูพลิกกำไร 2,323 ล้านบาท และจ่ายปันผลเงินสด ครั้งแรกใน 24 ปี ข่าวดีนี้ได้มาจากตัวช่วยที่เกิดเป็นครั้งคราวเท่านั้น
           แม้เราจะมองว่าหากหักรายได้จากการขายสินค้าของเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงและการขายสินทรัพย์เสาโทรคมนาคมแล้ว ผลประกอบการโดยรวมของทรู ก็ถือว่าดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เล็กน้อย เมื่อนำตัวช่วยทั้งสองออก
           ทว่าการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด เป็นเหมือนสัญญาณที่ผู้บริหารทรู ส่งถึงผู้ถือหุ้นว่า จากนี้ไป มีความตั้งใจที่จะมองถึงผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นด้านกำไรมากขึ้น 
           คงคำแนะนำเป็น ซื้อเมื่ออ่อนตัว ด้วยราคาเป้าหมายที่ 7.28 บาท
           ในด้านพื้นฐาน พบว่า TRUE สามารถทำ  EBITDA โตสูงสุดในกลุ่ม และทำกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทฯ จะมีกำไรปกติในปีนี้  และจะยิ่งเป็นข่าวดีหากการประมูลรอบใหม่เลื่อนออกไป นอกจากนี้ยังพบอานิสงส์เชิงบวกระยะสั้น จากการเตรียมขายทรัพย์สินอีกล็อตเข้า DIF ในช่วงปลายไตรมาส 2/61 
           บล.หยวนต้า ระบุ 4 เหตุผลที่เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” TRUE คือ 1)รายงานกำไรสุทธิครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาสที่ 5.4 พันล้านบาท ใกล้เคียงคาด ด้วยกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ tranch1 เข้ากอง DIF 
           2) 4Q60 EBITDA ไม่รวมรายการพิเศษเพิ่มขึ้น 35% YoY ดีกว่าคาดที่ 8.5 พันล้านบาท พร้อมส่วนแบ่งการตลาดที่ทิ้งห่าง DTAC เป็น 2.2% 3) ปรับประมาณกำไรปกติปี 2561 ขึ้นเป็น 686 ล้านบาท จากส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ต้องควบคุมค่าใช้จ่าย และ 4) กสทช .เลื่อนการประมูลออกไป เป็นโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และสะท้อนความไม่แน่นอนของโอกาสการประมูลที่สูง TRUE เริ่มจ่ายปันผลเงินสดครั้งแรกที่ 0.031 บาทต่อหุ้น คิดเป็น yield 0.5% XD วันที่ 14 มี.ค. 61
           บทวิเคราะห์ระบุว่า EBITDA ที่ไม่รวมกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองอยู่ที่ 9 พันล้านบาท (+0.6% QoQ, +35.2% YoY) ดีกว่าคาดที่ 8.5 พันล้านบาท และมากกว่า DTAC ที่ทำได้เพียง 7.6 พันล้านบาท 
           ส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายเริ่มทรงตัว ทำให้เราเชื่อว่า TRUE จะมีกำไรปกติหลังการประมูลคลื่นได้เป็นครั้งแรกในปีนี้ นอกจากนี้ เราประเมินว่า รักษาการ กสทช. ที่ให้เลื่อนการประมูลออกไป 1-2 เดือน สะท้อนการประมูลที่ยังไม่แน่นอน หากยิ่งการประมูลเลื่อนออกไปมากเท่าไร ยิ่งเป็นโอกาสบวกให้ TRUE เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเท่านั้น กสทช. ชุดใหม่จะแต่งตั้งได้เร็วที่สุดในเดือน เม.ย.61 อาจไม่เห็นด้วยกับร่างการประมูลของชุดรักษาการได้ ทำให้ขั้นตอนการร่างต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ กลายเป็นปัจจัยบวกต่อ TRUE 
           เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2561 ขึ้นเป็น 686 ล้านบาท จากแนวโน้มการแข่งขันที่ลดลงและสะท้อนให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2561 ขึ้นเป็น 8.35 บาทต่อหุ้น (DCF WACC 7.5% Terminal growth 1.5%) คงคำแนะนำ ซื้อ และเลือก TRUE เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มมือถือในปีแห่งการประมูล
           ด้าน บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมอง NEUTRAL ต่อผลการดำเนินงาน 4Q17 ของ TRUE ที่มีกำไรสุทธิ 5.4 พันลบ.ใกล้เคียงกับเราคาด แต่ดีขึ้นมากจากขาดทุน -2.4 พันลบ.ใน 4Q16 และ -0.7 พันลบ.ใน 3Q17 เพราะมีบันทึกกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากอง DIF เพิ่มเติมมูลค่า 6.5 พันลบ. ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว ใน 4Q17 จะมีขาดทุนปกติราว -1.1 พันลบ. ดีกว่าเราที่คาดที่ -1.4 พันลบ. เพราะมีอานิสงส์จากการปรับการคิดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่ของกสทช.
           ภาพรวมทั้งปี 17 ที่กลับมามีกำไร 2.3 พันลบ. จึงส่งผลแจ้งจ่ายเงินปันผล 0.031 บ./หุ้น (yield ~0.5%) จะ xd วันที่ 14 มี.ค.18สำหรับแนวโน้มปี 18F เราปรับกำไรสุทธิขึ้น +10% เป็น 26.11 พันลบ.  (+1024%y-y)  สะท้อนผลจาก License fee ใหม่กับการบันทึกค่าเช่าเสาและอุปกรณ์ล็อตใหม่ DIF เป็น 2H18F  ดังนั้น เราจึงยังคงแนะนำ “BUY” ตามผลการดำเนินงานปกติที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้นจากการกินส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่องในตลาดมือถือและอานิสงส์เชิงบวกระยะสั้นจากการเตรียมขายทรัพย์สินอีกล็อตเข้า DIF ในช่วงปลาย 2Q18

           แม้จะมีปัจจัยบวกหนุนมากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่า TRUE ทำนักลงทุนเจ็บมามาก ดังนั้นการปรับขึ้นจึงเสี่ยงต่อแรงขายทำกำไรอยู่ตลอดเวลา จนกว่าบริษัทฯ จะสามารถพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่ากำไรที่เกิดขึ้น แข็งแกร่งและยั่งยืนจากการดำเนินงานที่แท้จริง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด