หุ้นฮ็อต

| 27 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:15

TWPC วิ่งรอกำไรอนาคต แต่ระวังราคาแรงเกินพื้นฐาน

    TWPC พุ่งทำ All time high ที่ 12.50 บาท สวนทางกำไรปี 60 หดตัว 26% นักวิเคราะห์มองราคาแรงเกินพื้นฐาน แม้คาดกำไรปีนี้กลับมาเติบโตได้เกือบ 70% จากแรงหนุนของการซื้อกิจการและแผนเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง
    
    หุ้น บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC พุ่งแตะ 12.50 บาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All time high) หลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องราว 30% ภายในเวลา 1 เดือน แม้กำไรสุทธิปี 60 จะหดตัว 26% จากปีก่อน ทำได้ 492.91 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 669.04 ล้านบาท
    TWPC ประกอบธุรกิจหลักแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักคือ 1) การผลิต ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 2) ผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยว เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
    ในปี 60 กลุ่มบริษัท TWPC มียอดขาย 6,265 ล้านบาท เติบโต 2% จากปีก่อน จากการเติบโตของยอดขายกลุ่มธุรกิจการอาหาร 4% และธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง 1% ซึ่งได้รวมยอดขายในไตรมาส 4/60 ของธุรกิจใหม่แล้ว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22% ลดลง 3% จากปี 59 
    โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยส่งออกของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังที่ลดลงจากผลกระทบเงินบาทที่แข็งค่า ขณะที่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารโดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัทใหม่ในเวียดนาม กัมพูชา และจีน ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะเปิดดำเนินงานเต็มประสิทธิภาพในปี 61 ตามกลยุทธ์ในการเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาค
    สำหรับปี 61 ผู้บริหารของ TWPC เชื่อมั่นว่ายอดขายและกำไรรวมจะทำได้ดีกว่าปี 60 จากแรงหนุนของโรงงานใหม่ และแผนเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงเป็น 38% จากปีก่อนที่ 28%
    นายโฮ เรน ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ TWPC มั่นใจว่าแผนการดำเนินงานในปี 61 จะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายและกำไรรวมได้มากกว่าปี 60 เนื่องมาจากปริมาณการส่งออกแป้งมันสำปะหลังที่ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลังฟื้นตัว ขณะเดียวกันคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะสูงขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของสินค้ามาร์จิ้นสูงจาก 28% เป็นประมาณ 38% ในปีนี้ อีกทั้งบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงงานใหม่ทั้งในกัมพูชา และเวียดนาม รวมทั้งโรงไฟฟ้าแห่งแรกที่ จ.อุดรธานี อีกด้วย
    ด้านนักวิเคราะห์มองทิศทางกำไรปี 61 เติบโตเด่นเช่นเดียวกับผู้บริหาร แต่ด้วยราคาหุ้นในปัจจุบันที่ขึ้นมาแรงเกินพื้นฐาน โดยภาพรวมจึงแนะนำเพียงแค่ ถือ เท่านั้น
    ด้าน บล.เออีซี ระบุว่า ไตรมาส 4/60 TWPC มีกำไรสุทธิ 145.2 ล้านบาท หดตัว 32.5% แต่หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการบันทึกสินทรัพย์สุทธิตามมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เกินจากราคาซื้อ บจ.สำปะหลังพัฒนา (TDC) 118.4 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4/60 พบว่า TWPC มีกำไรปกติ 26.8 ล้านบาท หดตัว 85.6% โดยแม้รายได้รวมจะโต 7.7% จากการรวมผลประกอบการกับ TDC แต่ก็ถูกหักล้างไปด้วยปัจจัยลบต่างๆ ได้แก่ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 16.5% จากปีก่อนที่ 27.2% เพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 6.9% และนโยบายรับออเดอร์ล่วงหน้า 1-2 เดือน ส่งผลให้ราคาขายแป้งมันปรับไม่ทันกับต้นทุนหัวมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มเป็น 14.9% จากปีก่อนที่ 14.5% เพราะการบันทึกค่าใช้จ่ายการซื้อกิจการ และค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินงานของบริษัทย่อยใหม่ในเวียดนามและกัมพูชา
    สำหรับปี 61 ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ TWPC จากการรวมผลประกอบการกับ TDC เต็มปี รวมถึงแผนจัดหาวัตถุดิบหัวมันสำปะหลังสดเพิ่มด้วยโครงการลานมันเคลื่อนที่และโครงการเช่าโรงแป้ง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากแผนการเพิ่มสินค้ามาร์จิ้นสูง และแผนลดต้นทุนด้วยโครงการโรงไฟฟ้า Biogas ดังนั้นเราจึงคงประมาณการกำไรปกติโต 69.3% จากปี 60 ที่ 634 ล้านบาท แต่ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นราว 28.6% นับแต่กลางเดือน ก.ย. 60 จนไม่มีอัพไซด์จากมูลค่าพื้นฐานในปี 61 ที่ 11.7 บาท ซึ่งเราปรับเพิ่ม PER เป็น 16.3 เท่า เพื่อสะท้อนศักยภาพการทำกำไรที่ดีในระยะยาวแล้ว ด้วยรวมจึงปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือรับเงินปันผล โดยล่าสุดบริษัทประกาศจ่ายปันผลปี 60 ที่ 0.32 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผล 2.7% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 พ.ค. 61
    บล.เคจีไอ ระบุว่า ยอดขายในปี 61 น่าจะโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 44% เป็น 9 พันล้านบาท เนื่องจาก 1) รับรู้รายได้เต็มปีจาก Tapioca Development Corporation Limited (TDC) 2) โรงงานใหม่ในเวียดนามจะเปิดดำเนินการในเดือน มี.ค. นี้ 3) โรงงานใหม่ในกัมพูชาจะเปิดดำเนินการในไตรมาส 2/61 และ 4) การขึ้นราคาขายแป้งมัน
    อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับขึ้นราคาขายแป้งมันจะถูกหักล้างไปโดยราคามันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากเมื่อต้นปี และเนื่องจากใกล้หมดฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังจะลดลง และผลักให้ราคาสูงขึ้น ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีกลยุทธ์ในการจัดหาวัตถุดิบเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่เราก็ยังมองว่าเป็นความเสี่ยงต่อผลประกอบการอยู่ดี นอกจากนี้ อัตรากำไรที่ต่ำกว่าของ TDC ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดอัตรากำไรขั้นต้นของ TWPC ลงในปี 61 ดังนั้น เราจึงปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในปี 61 - 62 ลงประมาณ 4% เหลือ 20.3% ในปี 61 และ 20.9% ในปี 62
    โดยภาพรวมเราปรับลดคำแนะนำจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" และให้ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 10.1 บาท อิงจาก PER 15 เท่า (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอาหาร) ทั้งนี้ ราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาแล้วประมาณ 25% จากเดือน ธ.ค. 60 และแซงหน้าราคาเป้าหมายของเราไปแล้ว เราคิดว่าศักยภาพการเติบโตจากการซื้อกิจการยังต้องอาศัยเวลา และยังมีแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นรออยู่ข้างหน้า ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหาร ทั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้นมี downside 13.7% จึงแนะนำให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครอง TWPC และรอดูความชัดเจนของกลยุทธ์ในปี 61 สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ ราคาวัตถุดิบ การขาดแคลนมันสำปะหลัง เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2 และ 3

    ค่อนข้างน่าประหลาดใจที่ราคาหุ้น TWPC วิ่งขึ้นต่อเนื่องตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา สวนทางกับกำไรปี 60 ที่หดตัวลง เชื่อว่าแรงหนุนส่วนหนึ่งคงจะมาจากการซื้อกิจการและแผนขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศที่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปีนี้ ซึ่งหลังจากนี้คงจะต้องติดตามกันให้ดีว่าผลลัพธ์จะเป็นไปตามแผนหรือไม่ เพราะบริษัทก็ยังมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนมันสำปะหลังที่ผู้บริหารจะต้องบริหารจัดการให้ดี 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด