สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 26 กุมภาพันธ์ 2561 | 13:27

หาคำตอบ COL ร่วงแรง! ไม่สนข่าวดีทั้งกำไรโต - ปันผล - แตกพาร์

หาคำตอบ  COL ร่วงแรง! ไม่สนข่าวดีทั้งกำไรโต - ปันผล - แตกพาร์

    COL ร่วงแรง! แม้รายงานงบ Q4/60 มีกำไรสุทธิถึง 142 ล้านบาท โต 58.4% แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด เหตุค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่ง และ 1 - 2 ปี ข้างหน้ายังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายลงทุนธุรกิจใหม่ ในขณะที่รายได้ยังไม่มีความแน่นอน นอกจากนี้ราคาในปัจจุบันเต็มมูลค่าไปแล้ว


    ราคาหุ้นบมจ.ซีโอแอล (COL) ปรับตัวลดลงรุนแรงวันนี้ หลังจากที่ราคาปรับขึ้นไปเก็งกำไรในวันศุกร์ที่ผ่านมา(23ก.พ.) ทำจุดต่ำสุดของวันนี้ที่ 55.50 บาท และปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 56.25 บาท ลดลง 4.75 บาทหรือ 7.79% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 271.10% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    COL เดิมชื่อ บมจ.ออฟฟิศเมทหรือ OFM ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อในปี 58 ปัจจุบันประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานในชื่อ OfficeMate และ B2S ผ่านแค็ตตาล็อก (Catalog) ระบบคอลเซนเตอร์ (Call Center) ระบบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์เฉพาะแต่ละองค์กร (e-Procurement) ระบบออนไลน์ (e-Commerce) และระบบขายผ่านหน้าร้าน (Store) และจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ผ่านระบบออนไลน์ (e-Commerce) และระบบขายผ่านหน้าร้าน (Store)
    COL เริ่มเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในปี 56 โดยเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ Central และRobinson ก่อนเข้าซื้อ Zalora เว็บไซต์จำหน่ายเสื้อผ้าออนไลน์ในปี 59 จนถึงเม.ย. 60 บริษัทประกาศขายธุรกิจออนไลน์ดังกล่าวออกไปทั้งหมดให้แก่ บริษัท เซ็นทรัล ซึ่งเป็นบริษัทแม่ เนื่องจากการแข่งขันที่หนักหน่วงและไม่สามารถสร้างกำไรให้บริษัทได้  และเปลี่ยนมาตั้งเป้าพัฒนา 4 ธุรกิจใหม่ได้แก่ 1.เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ 2.พัฒนาระบบเฟรนไชส์ออฟฟิศเมท3.ผู้ให้บริการออฟฟิศครบวงจร4.พัฒนาเป็น B2B Platform จำหน่ายสินค้าทั้งออฟฟิศและโรงงาน 
    COL เคยมีกำไรสุทธิสูงถึง 439.26 ล้านบาทในปี 57 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 393.70 ล้านบาทในปี 58 จากภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำกว่าคาด  และลดลงต่อเนื่องมาที่ 384.34 ล้านบาทในปี 59 จากการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมเข้ามา แม้ผลประกอบการจะลดลงต่อเนื่อง แต่จากการขายธุรกิจออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูงให้แก่ กลุ่มเซ็นทรัล ผลักดันให้ราคาหุ้นในปี 60 ปรับเพิ่มขึ้นจากราว 29 บาท และขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปีที่ 80.75 บาท ก่อนที่จะปรับลดลงต่อเนื่องสวนทางผลประกอบการที่ฟื้นตัว
    ราคาหุ้น COL ทรุดหนักวันนี้ หลังประกาศผลการดำเนินงาน Q4/60 แม้จะมีกำไรสุทธิถึง 142 ล้านบาทโต 58.4% จากปีก่อน ในขณะที่กำไรสุทธิทั้งปีสูงถึง 502 ล้านบาท ประกาศจ่ายปันผลงวดปี 60 ที่ 0.80 บาท/หุ้น และแตกพาร์จาก 1 บาท เป็น 0.50 บาท
    COL รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/60 มีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท โต 58.4% จากงวดเดียวกันปีก่อน ในขณะที่ทั้งปี 60 มีกำไรสุทธิ 502.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.69% จากรายได้ที่เติบโตทั้งธุรกิจออฟฟิศเมทและธุรกิจบีทูเอส และความสามารถทำกำไรที่ดีขึ้นจากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ 
    นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.80 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 12 เม.ย.61 และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 30 เม.ย. 61
    และมีมติเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้(PAR)จากเดิม 1 บาท ลดลงเป็น 0.50 บาท เพื่อเพิ่มการกระจายการถือหุ้นไปยังผู้ลงทุนในวงกว้างและเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    ฟากนักวิเคราะห์มองกำไรสุทธิใน Q4/60 ต่ำกว่าที่คาดถึง 25% จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูง นอกจากนี้กำไรสุทธิในปี 61 จะเติบโตไม่โดดเด่นนัก จากการขยายธุรกิจใหม่ที่จะมีค่าใช้จ่ายกดดันในอีก 1 - 2 ปีข้างหน้า ในขณะที่รายได้ยังไม่ชัดเจน  
    บล.กสิกรไทย เผย  COL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 ที่ 142 ลบ. เพิ่มขึ้น 58.4% YoY และ 8.4% QoQ แต่ต่ำกว่าประมาณการถึง 25% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด และกำไรสุทธิที่เติบโตแกร่งมาจากผลขาดทุนของการลงทุนในเว็บไซต์ Zalora หายไป หลังจากที่ขายให้กลุ่มเซ็นทรัลฯตั้งแต่เดือน สิงหาคม 60 และแผนการแตกพาร์ของบริษัทฯ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อประมาณการของเราและราคาเป้าหมายแต่อย่างใด 
    คงคำแนะนำ ขาย ที่ราคาเป้าหมาย 50.5 บาท
    บล.ทิสโก้ มองกำไรสุทธิปี 60 ออกมาสูงกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย ในขณะที่กำไรสุทธิในปี 61 จะยังไม่เติบโตมากนัก จากแผนการลงทุนธุรกิจใหม่ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเข้ามาแล้ว ได้แก่ 1.ขยายสาขารูปแบบแฟรนไชส์ ที่จะเปิดตัวได้ใน 2H61 2.การรุกให้บริการออฟฟิศครบวงจร  3.ให้บริการบริหารคลังสินค้าที่จะเสร็จในปี Q2/61 4.MarketPlace Service และธุรกิจทั้งหมดจะต้องลงทุนต่อเนื่องไปอีก 1 - 2 ปี ในขณะที่รายได้ยังไม่มีความชัดเจน
    แนะนำ ขาย ที่ราคา 54 บาท อิง PER 25 เท่าในปี 61
    บล.กรุงศรี ปรับลดกำไรสุทธิปี 61 - 62 ลงสะท้อนความอ่อนแอของผลประกอบการในQ4/60 จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากการลงทุนด้านพนักงานและระบบต่างๆที่สูงมากเพื่อรองรับธุรกิจรูปแบบแฟรนไชส์ แต่เชื่อว่าจะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจในระยะยาว โดยคาดกำไรสุทธิในปี 61 จะเติบโต 27% มาอยู่ที่ 640 ล้านบาท จากยอดขายต่อสาขาเดิมที่เริ่มเป็นบวกในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
    ปรับลดราคาเหมาะสมในปี 61 ลงมาที่ 70 บาท จากเดิม 93บาท ระยะสั้นจะถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายธุรกิจใหม่

    ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ร้านค้าออนไลน์ แต่ COL กลับต้องขายธุรกิจออนไลน์ที่แข่งขันสูงออกไป ทำให้ธุรกิจใหม่เป็นทางรอดทางเดียวในการเติบโตระยะยาว แต่การลงทุนธุรกิจใหม่จะต้องใช้เม็ดเงินที่สูงใน 1 - 2 ปี ข้างหน้า ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เนื่องจากรายได้ที่ยังไม่เกิดขึ้น และต้องระวังว่าจะซ้ำรอยกับธุรกิจออนไลน์ที่มีผลขาดทุนมาโดยตลอดหรือไม่ 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด