หุ้นฮ็อต

| 26 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:14

MALEE โดนเท ผิดหวังงบปี 60 จับตาผ่านจุดต่ำสุดหรือยัง

          หุ้น MALEE ทำนิวโลว์รอบ 2 ปี ผิดหวังงบปี 60 กำไรต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่กำไรต่ำสุดรอบ 18 ไตรมาส นักวิเคราะห์มองน่าจะเป็นจุดต่ำสุด แต่เตรียมหั่นประมาณการลง 

          ราคาหุ้น บมจ.มาลีกรุ๊ป หรือ MALEE ปรับตัวลงอย่างหนักในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ก.พ.) โดยปรับตัวลงแตะ 27.50 บาท ต่ำสุดรอบ 2 ปี ก่อนปิดการซื้อขายที่ 28.50 บาท ด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,875% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละไม่ถึงล้านหุ้น เพิ่มเป็น 10.67 ล้านหุ้น
          MALEE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้กระป๋องและเครื่องดื่มน้ำผักและผลไม้ ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา "มาลี" ปัจจุบัน มีผู้ถือหุ้นรายย่อย 3,464 ราย
          หุ้น  MALEE ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 300% ในปี 59 ที่ผ่านมา โดยราคาขึ้นไปทำ All Time High ถึง 95.25 บาท สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ที่กำไรสุทธิโตก้าวกระโดดแตะ 530 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 60% จากกำไรสุทธิ 330 ล้านบาทในปี 58 ก่อนที่ราคาหุ้นจะพลิกกลับเป็นขาลงในปี 60 โดยลดลงกว่า 71% ในเวลาราว 1 ปี ตามผลการดำเนินงานที่กำไรลดลงอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส  
          ล่าสุด MALEE  โดนเทขายอย่างหนักอีกครั้ง หลังประกาศผลการดำเนินปี 60 ออกมาผิดจากที่ตลาดคาดค่อนข้างมาก โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่กำไรลดลงต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส ส่งผลให้นักวิเคราะห์เตรียมหั่นประมาณการลง แม้จะมองว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวในปีนี้
          บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุ MALEE รายงานกำไร 4Q60 เป็น 26 ล้านบาท (-80% y-o-y, -66% q-o-q) น้อยกว่า consensus ถึง 69% ผลพวงจากอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 26.3% เทียบ y-o-y ที่ 35.3% ซึ่งค่าเสื่อมราคาสูงขึ้นจากการ upgrade และอัตราผลตอบแทน (yield) ลดลง จาก learning curve ที่น้อยลง แม้ยอดขายในประเทศกระเตื้องขึ้น แต่ด้านการส่งออกนั้นต่ำ จากธุรกิจน้ำมะพร้าว ยังผลให้กำไรหลักตลอดปี 60 เป็น 268 ล้านบาท (-50% y-o-y) ด้วยเหตุผลคล้ายกับ 4Q60 ตามที่กล่าวไว้
          คงคำแนะนำเชิงลบคือ เต็มมูลค่า (Fully Valued) แต่ราคาหุ้นปรับลงมาจนกลายเป็นมีส่วนเพิ่มถึง 24% แต่เรากำลังอยู่ในช่วงปรับประมาณการ และกำหนดราคาพื้นฐานใหม่ โดยจะมีการประชุมในวันที่ 28 ก.พ.61 นี้ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นคาดว่าต้องปรับประมาณการลงราว 15%-25% สะท้อน 4Q60 ที่ออกมาน้อย จากประเด็นเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นลดลง
          เช่นเดียวกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่ระบุว่า Q4/60 เป็นกำไรที่น่าผิดหวังมาก มาจากทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด และค่าใช้จ่ายที่มากกว่าคาด เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส นอกจากรายได้ต่างประเทศ ที่มาร์จิ้นสูงจะลดลงแล้ว ยังมีค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงาน เครื่องจักร และสำนักงาน รวมถึงอัตราสูญเสียที่สูงขึ้นจากการ Test Run เครื่องจักรใหม่บางรายการ และผลกระทบจากภาษีน้ำตาล เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากด้านบุคลากรและ R&D ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 25.2% จาก 23.4% ใน 3Q17 และจากฐานที่ต่ำมากที่ 13.6% ใน 4Q16 ที่มีการปรับกลยุทธ์ชะลอการใช้จ่ายภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแอ ในขณะที่รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากฟิลิปปินส์สูงขึ้นเป็น -10 ล้านบาท จาก -4 ล้านบาทใน 3Q17 แต่ลดลงจาก -40 ล้านบาทใน 4Q16
          บริษัทมีกำไรสุทธิปี 2017 เท่ากับ 286 ล้านบาท (-46.1% Y-Y) แม้จะมองว่าน่าจะผ่านกำไรต่ำสุดแล้วในปีก่อน จากยอดขายน้ำมะพร้าวที่ควรจะกลับมาโตอีกครั้ง ภายหลังปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพแล้วเสร็จ แต่มีปัจจัยกดดันอื่นเข้ามาเพิ่ม โดยเฉพาะแรงกดดันจากค่าเสื่อมราคา และอัตราของเสียที่สูงขึ้น ซึ่งเกิดจากการลงทุนใหม่ และยังไม่สามารถสร้างรายได้ได้ทันที หรือยังไม่ถึงจุดที่จะเกิดประสิทธิภาพ จึงน่าจะกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทไปอย่างน้อยอีก 2 ไตรมาส (อ้างอิง MD&A ของบริษัท) เบื้องต้นเราอยู่ระหว่างปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 จากปัจจุบันที่คาดไว้ 550 ล้านบาท และจะปรับลดราคาเป้าหมายจากปัจจุบันที่ 45 บาท ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผล 0.25 บาท คิดเป็น Yield 0.8%  
          บล.ซีไอเอ็มบี  คาดว่ากำไรของ MALEE น่าจะถึงจุดต่ำสุดใน FY17F และควรจะปรับปรุงขึ้นจาก FY18F เป็นต้นไป
          บริษัทร่วมทุน JVs ของ MALEE และบริษัทย่อยรายใหม่ที่เวียดนามอาจเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตใหม่ของ MALEE ผู้บริหารตั้งเป้าหมายยอดขายโต 30% ใน FY18F ารลงทุนล่าสุดในเวียดนามอาจเป็นผลบวกต่อกำไรจากการสนับสนุนการขยายไปในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน
          คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 46 บาท

          หากติดตามบทวิเคราะห์หุ้น MALEE ต่อเนื่อง จะเห็นว่าราคาเป้าหมายปรับลดลงมาตลอด จากต้นปี 60 ที่นักวิเคราะห์ให้ราคาเหมาะสมสูงถึง 137 บาท ลงมาเหลือไม่ถึง 40 บาทในปัจจุบัน และยังมีแนวโน้มจะต้องปรับลงอีกในอนาคตอันใกล้ จึงน่าจับตาว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจริงหรือ อีกทั้งราคาหุ้นจะมีจุดต่ำสุดอีกหรือไม่ 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด