หุ้นฮ็อต

| 21 กุมภาพันธ์ 2561 | 13:27

PTT พุ่ง All Time High ราคานี้แพงไปหรือยัง

   PTT พุ่ง All Time High รับข่าวดี 3 เด้ง ทั้งงบสวย-ปันผลหนัก-แตกพาร์เหลือ 1 บาท ส่องพื้นฐานยังแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์จ่ออัพเป้าหลังผลงานปี 60 กำไรดีเกินคาด ส่วนปี 61 มีโอกาสทำสถิตินิวไฮต่อเนื่อง แถมมีอัพไซด์จาก PTTOR ที่เตรียมเข้าตลาดหุ้นในปีหน้า แต่ระวังราคาขึ้นแรงอาจเหลืออัพไซด์ไม่มาก
    
    ราคาหุ้น บมจ.ปตท.(PTT) ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นตั้งแต่เปิดการซื้อขาย โดยราคาหุ้นพุ่งแตะ 526 บาท ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 520 บาท เพิ่มขึ้น 30 บาท หรือ 6.12% มูลค่าการซื้อขายอันดับ 1 ที่ 9.9 พันล้านบาท รวมทั้งมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 377% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    PTT ประกอบธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจร โดยผ่านธุรกิจที่ดำเนินงานเองและธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ การสำรวจและผลิต จัดหาและจัดจำหน่าย ขนส่ง และแยกก๊าซธรรมชาติ ดำเนินกิจการค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมี และมีการลงทุนในธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในประเทศ และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ
    PTT เคยมีกำไรสุทธิสูงถึง 1 แสนล้านบาท ในปี 55 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากนั้นปรับลดลงต่อเนื่องเหลือเพียง 5.57 หมื่นล้านบาทในปี 57 และ 1.99 หมื่นล้านบาทในปี 58 จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเหลือราว 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนที่กำไรสุทธิจะสามารถพลิกกลับมาที่ระดับ 9.46 หมื่นล้านบาทได้ภายในปี 59 จากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มฟื้นตัว
    ราคาหุ้น PTT พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นในวันนี้ หลังประกาศข่าวบวกถึง 3 ข่าวในค่ำวานนี้ (20 ก.พ. 61) ทั้งกำไรสุทธิที่ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง - จ่ายปันผลสูงถึงหุ้นละ 12 บาท และข่าวที่ถูกใจรายย่อยมากที่สุดคือการแตกพาร์จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท 
    PTT แจ้งผลการดำเนินงานปี 60 มีกำไรสุทธิ 135,179 ล้านบาท โต 43% จากปี 59 โดยมีสาเหตุการเติบโตหลักมาจากบริษัทมีกำไรตราสารอนุพันธ์ที่ 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,675 ล้านบาท จากปี 59 ที่ขาดทุนจำนวน 8,982 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยนถึง 13,650 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีเพียง 4.4 พันล้านบาท และจากปริมาณการขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 
    คณะกรรมการยังได้อนุมัติจ่ายปันผลประจำปี 60 เป็นเงินสดหุ้นละ 12 บาท วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 6มี.ค.61 และจ่ายปันผล 27 เม.ย. 61
    พร้อมทั้งประกาศเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ (PAR)จาก 10 บาท เป็น 1 บาท โดยกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 12 เม.ย. 2561 วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม (XM) 06 มี.ค. 2561
    ล่าสุดในเช้าวันนี้ PTT ประกาศซื้อหุ้น บมจ.ไออาร์พีซี(IRPC)จำนวน 1,950,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นสัดส่วน 9.54% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ IRPC ในราคาหุ้นละ 7.10 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 13,845,000,000.00 บาท ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลถือหุ้นเพิ่มเป็น 48.05%
    ด้านนักวิเคราะห์มองประเด็นแตกพาร์ของ PTT เป็น Sentiment เชิงบวก แต่ไม่มีผลต่อพื้นฐาน คาดเริ่มซื้อขายพาร์ใหม่ในช่วงเม.ย.- พ.ค.นี้ ขณะที่กำไรสุทธิปี 60 ออกมานิวไฮตั้งแต่ก่อตั้งสูงกว่าตลาดคาด และมองว่าจะทุบสถิติต่อเนื่องอีกในปี 61 อาจทำให้บทวิเคราะห์ต้องปรับประมาณการขึ้น นอกจากนี้การนำ PTTOR เข้าซื้อขายในปีหน้า จะมีอัพไซด์ต่อราคาหุ้นได้อีก 20 - 35 บาท 
    บล.หยวนต้า คาดกำไรปี 61 ของ PTT จะออกมาที่ 1.37 แสนล้านบาททำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปี 60 จากราคาน้ำมันดิบที่จะทรงตัวในระดับสูง และแผนการเติบโตระยะยาวจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้ง LNG Terminal 1,2,3 โครงการนำเข้าก๊าซจากพม่า และคลัง LNG ลอยน้ำ
    ในขณะที่ประเด็นแตกพาร์ คาดว่าจะเริ่มซื้อขายได้ภายในเดือนเม.ย.-ต้นพ.ค. และหากอ้างอิงจากการแตกพาร์ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย(AOT)นับตั้งแต่การนำเรื่องเข้าบอร์ดถึงวันซื้อขายด้วยพาร์ใหม่ ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 8% 
    ด้านความคืบหน้าของแผนโอนสินทรัพย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) ที่จะเสร็จสิ้นในปีนี้ และเข้าซื้อขายได้ภายในปี 62 ยังเป็นอัพไซด์ต่อบริษัท
    แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 590 บาท ด้วยวิธี SOTP มูลค่าธุรกิจที่ PER 13x
    เราเชื่อว่าผลประกอบการและเงินปันผลงวดปี 2560 สูงกว่าที่ Bloomberg consensus คาด ทำให้ตลาดมีการปรับประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมปี 2561 ขึ้น
    บล.ทรีนิตี้ เผย การแตกพาร์จะช่วยเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น ทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยจากการศึกษาตั้งแต่ปี 57 พบว่าหลังจากที่หุ้นเริ่มซื้อขายด้วยราคาพาร์ใหม่ จะทำให้หุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้ราว 6 - 8% และจะเริ่มเคลื่อนไหวก่อนวันแตกพาร์ 2 สัปดาห์
    แนะนำ ซื้อ ที่ราคา 575 บาท มองระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นจากประเด็นแตกพาร์
    บล.เอเซียพลัส คาด PTT จะเริ่มซื้อขายด้วยพาร์ใหม่ในช่วงต้นเดือน พ.ค.61 ซึ่งผู้บริหารมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนรายย่อยจากปัจจุบันที่อยู่เพียง 4% ในขณะที่ภาพระยะยาวยังคงมุมมองบวกต่อทิศทางผลการดำเนินงานที่จะเดินหน้าขึ้นทำ new high รวมถึงยังเป็นหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลในระดับที่ดีเฉลี่ย 4% ต่อปี
    แนะนำ "ซื้อ" ประเมินมูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2561 เท่ากับ 520 บาทต่อหุ้น
    บล.เคจีไอ เผย ยังรอความชัดเจนจากการนำ PTTOR เข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักของ PTT เบื้องต้นคาดว่าจะมีอัพไซด์จากกรณีดังกล่าวต่อราคาหุ้น 20 - 35 บาท  และยังไม่รวมประเด็นดังกล่าวไว้ในประมาณการ 
    อย่างไรก็ตามแม้ราคาหุ้นจะได้รับแรงหนุนจากงบไตรมาส 4/60 ที่ออกมาดีกว่าคาด และประเด็นแตกพาร์ที่เป็นปัจจัยบวก แต่ยังคงแนะนำ ถือ ราคาเหมาะสมปี 61 ที่ 462 บาท ด้วยวิธี SoTP
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดแนวโน้มผลประกอบการปกติใน Q1/61 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก Q4/60 ตามการฟื้นตัวของ PTTEP และธุรกิจก๊าซฯมาร์จิ้นกว้างขึ้นตามราคาน้ำมัน ช่วยชดเชยผลกระทบจากการอ่อนตัวของค่าการกลั่น และกำไรจากสต๊อกที่มีโอกาสลดลง เบื้องต้นคาดการณ์ผลประกอบการปี 61 ไว้ที่ 123,057 ล้านบาท แต่ยังมีอัพไซด์จากแนวโน้มราคาน้ำมันที่มีโอกาสสูงกว่าสมมติฐานที่ 55 เหรียญต่อบาร์เรล (ดูไบ)
    คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 512 บาท (SOTP) จากแนวโน้มผลประกอบที่แข็งแกร่ง และปัจจัยบวกจากการ IPO ธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก (PTTOR) ที่คาดเห็นความคืบหน้าในช่วง 2H61
    บล.เอเอสแอล ราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มกว่า 18.4% ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ทําให้อัพไซด์ ยังคงจํากัด แนะนํา “เก็งกําไร” ปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมของ PTT เป็น 540 บาท (วิธี Sum-of-the-part เทียบเท่ากับ 11.6x PE’18)
    
    PTT ได้รับความสนใจอย่างมากหลังจากที่บริษัทเปิดข่าวดีออกมาหลายอย่าง โดยเฉพาะการลดพาร์จาก 10 บาทเหลือ 1 บาท ในลักษณะเดียวกับที่ AOT เคยทำก่อนหน้านี้ และได้รับผลตอบรับดีเกินคาด นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์จากการนำ PTTOR เข้าตลาดหุ้นอีก 20 - 35 บาท อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งยังมีมุมมองว่าราคาปัจจุบันปรับตัวขึ้นมามากจนอัพไซด์เริ่มจำกัดแล้ว


สรุปราคาเป้าหมายปี 61 หุ้น PTT


บล.                    คำแนะนำ        ราคาเป้าหมาย (บ.)
หยวนต้า                 ซื้อ                      590
ทรีนิตี้                     ซื้อ                      575 
เอเอสแอล         เก็งกำไร                  540
เอเซียพลัส             ซื้อ                      520
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง    ซื้อ                      512
ทิสโก้                     ถือ                       492
เคจีไอ                    ถือ                       462
ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย รวบรวม

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด