สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 15 กุมภาพันธ์ 2561 | 13:16

STEC ดิ่งหนัก รับขาดทุนรอบ 11 ปี อนาคตจากนี้ดีหรือแย่?

STEC ดิ่งหนัก รับขาดทุนรอบ 11 ปี อนาคตจากนี้ดีหรือแย่?

    STEC โดนเทหนัก! กดราคาหุ้นดิ่งทำนิวโลว์รอบ 2 ปี หลังแจ้งงบปี 60 เซอร์ไพร์สตลาด ขาดทุนกว่า 610 ลบ. เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ด้านนักวิเคราะห์มองเจ็บแต่จบ คาดสาเหตุหลักมาจากโครงการรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า จึงบันทึกขาดทุนทั้งหมดในครั้งเดียว จับตาปีนี้พลิกกำไรเกิน 1.5 พันล้านบาท จากยอด Backlog กว่าแสนล้าน

    ราคาหุ้น บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ดิ่งแรงลงไปทำจุดต่ำสุดของภาคเช้าที่ 21.20 บาท ทำนิวโลว์รอบเกือบ 2 ปี ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 21.70 บาท ลดลง 1.70 บาท หรือ 7.26% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 550% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    STEC ประกอบธุรกิจก่อสร้างงานทุกประเภททั้งงานโยธาและ งานเครื่องกล เช่น งานด้านระบบสาธารณูปโภค งานด้านอาคาร งานด้านพลังงาน งานด้านอุตสาหกรรม และ งานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
    ผลการดำเนินงาน STEC สามารถทำกำไรสุทธิต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 50 - 59 โดยมีกำไรสุทธิมากกว่า 1 พันล้านบาทตั้งแต่ในปี 55 เป็นต้นมา และมีกำไรสุทธิในปี 57 - 59 อยู่ที่ 1,520.51 ล้านบาท, 1,526.52 ล้านบาท, 1,380.75 ล้านบาท ตามลำดับ 
    ราคาหุ้น STEC วันนี้ดิ่งแรงตั้งแต่เปิดตลาดหลังรายงานงบการเงินปี 60 ออกมาขาดทุนสุทธิถึง 611 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการขาดทุนครั้งแรกในรอบ 11 ปี จากที่ขาดทุนล่าสุดในปี 49 ถึง 1,779.68 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ และจากเจ้าของโครงการส่งมอบพื้นที่ให้ล่าช้า 
    เช้านี้ STEC รายงานผลประกอบการประจำปี 60 ขาดทุนสุทธิ 610.82 ล้านบาท ลดลง 144% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,381 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงปรับตัวขึ้นสูงอย่างมีสาระสำคัญ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ประกอบกับการขยายระยะเวลาสัญญางานก่อสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากเจ้าของโครงการมีปัญหาส่งมอบพื้นที่ให้บริษัทล่าช้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า STEC ขาดทุนปี 60 เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี นับตั้งแต่ปี 49 ที่มีผลขาดทุนสุทธิถึง 1,779.68 ล้านบาท ซึ่งมาจากสาเหตุเดียวกันคือต้นทุนวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูง ประกอบกับการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการ Airport Rail Link ที่ล่าช้าทำให้ต้นทุนโครงการบานปลาย
    ด้านนักวิเคราะห์ยอมรับว่า STEC รายงานผลการดำเนินงานขาดทุนเป็นเรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย จากเดิมที่มองแค่กำไรลดลง โดยคาดว่าสาเหตุหลักน่าจะมาจากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า แต่ยังแนะนำ ซื้อ จากผลขาดทุนที่บันทึกไปทั้งหมดแล้ว และรายได้จะยกระดับสู่ 3 หมื่นลบ.ต่อปี ตั้งแต่ปี 61 เป็นต้นไป จาก Backlog ในมือกว่าแสนล้านบาท 
    บล.เอเชียเวลท์ ยอมรับ STEC รายงานผลการดำเนินงานปี 60 ผิดไปจากที่คาดอย่างมาก จากเดิมที่คาดจะมีกำไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 989 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุคาดว่ามาจากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีความล่าช้าประกอบกับค่าแรงที่สูงขึ้นทำให้บริษัทมีผลขาดทุน ลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในโครงการ Airport Rail Link และมองว่าบริษัทจะบันทึกขาดทุนเข้ามาในครั้งนี้เพียงครั้งเดียว
    ยังคงคำแนะนำ 'ซื้อ' ที่ 28.50 บาท ปัจจุบันราคาลงไปมากแล้ว โดยรายได้คาดว่าจะยกฐานขึ้นจากระดับรายได้ 17,000 ล้านบาท ขึ้นไปสู่ฐานใหม่ที่ 30,000 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี และกำไรประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี จาก Backlog ที่เข้ามาจำนวนมากถึง 65,000 ล้านบาทในปี 60 ได้แก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม 16,862 ล้านบาทที่เริ่มมีกำไรแล้ว รถไฟฟ้าสายสีเหลือง 19,159 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีชมพู 21,495 ล้านบาท 
    ประกอบกับในช่วงเดือน ก.พ.61 STEC ได้รับงานการสร้างโรงไฟฟ้าของ GULF  รวมเป็น 5,000 MW คิดเป็นมูลค่างาน 20,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับ Backlog ที่คงเหลืออยู่เดิมราว 28,000 ล้านบาท ทำให้ Backlog ล่าสุดพุ่งสูงถึง 112,700 ล้านบาท ซึ่งงานก่อสร้างจาก Backlog ใหม่คาดว่าจะเกิดขึนในปี 2561 นี้เป็นต้นไป
    อย่างไรก็ตามจากการขาดทุนทำให้บริษัทอาจไม่มีการจ่ายปันผล จากเดิมที่มีปันผลราวปีละ 0.22 บาท/หุ้น อาจจะทำให้นักลงทุนตัดสินใจขายหุ้นออกมาได้    
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เผยในปี 61 STEC จะได้รับผลดีจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าของ GULF 2 แห่ง มูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าเป็นงานที่ STEC ถนัดและมีกำไรดี และช่วยเพิ่มงานในมือเป็น 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งในปีก่อน STEC ได้งานใหม่ถึง 7.5 หมื่นล้านบาท แม้ว่าจะมีการประมูลงานน้อย และในปีนี้จะมีการประมูลงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลมากขึ้น ซึ่ง STEC มีศักยภาพที่จะได้งานใหม่ต่อเนื่อง คาดจะช่วยหนุนผลประกอบการของ STEC ในปี 61 และในอนาคต เติบโตโดดเด่น หลังผลประกอบการในปีที่ผ่านมาน่าผิดหวัง

    ต้องจับตาว่าแรงขายหุ้น STEC จะเป็นเพียงการแพนิกในระยะสั้นหรือไม่ หลังจากประกาศงบพลิกขาดทุนในรอบ 11 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าข่าวร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว และงานในมือกว่าแสนล้านบาท จะส่งผลต่อกำไรของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 61 เป็นต้นไป

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด