สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 9 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:05

PSL ทะยานกว่า 22% ส่องงบพลิกกำไรครั้งแรกรอบ 15 ไตรมาส

PSL ทะยานกว่า 22% ส่องงบพลิกกำไรครั้งแรกรอบ 15 ไตรมาส

    PSL พุ่งทำนิวไฮรอบกว่า 3 เดือน หลังไตรมาส 4/60 พลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 15 ไตรมาส บริษัทมองภาพรวมปี 61–63 ธุรกิจยังผันผวนสูง แนะจับตาการนำเข้าของจีน รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดปี 61 พลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 5 ปี
    ราคาหุ้น บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL พุ่งแตะ 12.2 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน โดยราคาหุ้นค่อยๆ ปรับตัวขึ้นจากระดับ 10 บาท เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 22% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
    PSL ประกอบธุรกิจเดินเรือโดยเป็นเจ้าของเรือเอนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับขนส่งสินค้าแห้งเทกองแบบไม่ประจำเส้นทาง มีเส้นทางเดินเรือครอบคลุมทั่วโลกในภูมิภาคสำคัญ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ละตินอเมริกา-แอฟริกา อินเดียอนุทวีป-ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกไกล และสินค้าพื้นฐานที่กองเรือขนส่งคือ สินค้าทางการเกษตร เหล็ก ปุ๋ย สินแร่และเนื้อแร่ ไม้ซุง ถ่านหิน และอื่นๆ
    ล่าสุด PSL รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/60 ออกมาแล้ว สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้อีกครั้งในรอบ 15 ไตรมาส โดยไตรมาสสุดท้ายที่ PSL มีกำไรสุทธิต้องย้อนกลับไปถึงไตรมาส 1/57 ซึ่งมีกำไร 139.62 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 4/60 มีกำไรสุทธิ 109.10 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 118.47 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมทั้งปี 60 ยังคงเป็นขาดทุน 129.48 ล้านบาท แต่ยังดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุนรวม 2,664.9 ล้านบาท
    ทั้งนี้ PSL มองบรรยากาศทางธุรกิจในปี 61-63 ว่าจะยังมีความผันผวนอย่างมาก โดยปัจจัยลบคือ ความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมือง ปริมาณการนำเข้าถ่านหินและแร่เหล็กของจีนที่ลดลง และจำนวนเรือที่ยังมากเกินความต้องการ ส่วนปัจจัยบวกคือ แผนการขยายเส้นทางสายไหม ซึ่งจีนได้เสนอที่จะสร้างทางเชื่อมระหว่าง 65 ประเทศ จากเอเชียสู่ยุโรป และด้วยราคาน้ำมันที่ยังต่ำช่วยให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ลดลง รวมถึงค่าเงินต่างๆ ในยุโรปและญี่ปุ่นที่อ่อนตัวลงช่วยให้การส่งออกฟื้นตัว ทำให้มีการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น
    ในแง่อุปทาน ปัจจุบันมีเรือประมาณ 23.8% ของกองเรือทั้งโลกซึ่งจะอายุเกิน 15 ปี ในระหว่างปี 61 ถึงสิ้นปี 64 ซึ่งเจ้าของเรือเหล่านี้ต้องเผชิญความกดดันทางการเงินอย่างมาก เพราะต้องทำตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่กำลังจะถูกบังคับใช้ ซึ่งเรือเหล่านี้จำนวนมากจะถูกบังคับให้ต้องขายเพื่อรีไซเคิลในทวีปเอเชีย ดังนั้น ในปีข้างหน้านี้ เจ้าของเรือที่มีสถานการณ์การเงินแข็งแกร่งจะอยู่รอดและจะได้รับผลกำไร     
    ส่วนแนวโน้มของปี 61 นี้ นักวิเคราะห์มองว่าค่าระวางเรือโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องจากปีก่อน ทำให้ผลประกอบการรวมทั้งปีของ PSL มีโอกาสจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในรอบ 5 ปี โดยปีสุดท้ายที่ PSL มีกำไรคือ ปี 56 มีกำไรสุทธิ 527 ล้านบาท  
    บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรไตรมาส 4/60 ทำได้ 109 ล้านบาท น้อยว่าที่เราคาดไว้ 212 ล้านบาท เพราะค่าระวางเรือเฉลี่ยอยู่ที่ 10,728 ดอลลาร์/วัน/ลำ ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 11,750 ดอลลาร์/วัน/ลำ ส่วนรายจ่ายอื่นๆ ยังเพิ่มขึ้น จากการบันทึกค่าใช้จ่ายตามสัญญาระงับข้อพิพาทอีก 10 ล้านบาท
    สำหรับไตรมาส 1/61 เป็น low season ดัชนีค่าระวางเรือที่ลดลงจึงเป็นเรื่องปกติ แต่หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนยังมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยตั้งแต่ 1 ม.ค. - 6 ก.พ. 61 ค่าระวางเรือปรับลง 19.3% จากไตรมาส 4/60 แต่ดีขึ้น 38% จากปีก่อน ส่วนดัชนี BSI และ BHSI ที่เป็นขนาดเรือของ PSL ลดลง 8.4% และ 9.6% จากไตรมาสก่อน แต่ยังเพิ่มขึ้น 22.9% และ 28.8% จากไตรมาสก่อน ฉะนั้น คาดว่าจะยังเห็นทิศทางผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นจากปีก่อนได้
    คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐานที่ 13.50 บาท โดยคงมุมมองบวกต่ออุตสาหกรรมเดินเรือจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวและอุปสงค์อุปทานที่เข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น อีกทั้งได้ทำสัญญาเช่าไว้แล้ว 17% ของวันเดินเรือรวมในปี 61 ที่ 13,859 ดอลลาร์/วัน/ลำ จึงคาดค่าระวางเรือจะปรับตัวดีขึ้นได้ต่อเนื่อง
    ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า PSL พลิกมารายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/60 ภายหลังจากอัตราค่าระวางเรือในตลาดฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจนผ่านจุดคุ้มทุนของ PSL ที่ระดับ BDI เฉลี่ยราว 1200-1300 จุด และยังเสริมมาจากการคุมต้นทุนเดินเรือได้ดีมากที่ 4,451 เหรียญ/ลำ/วัน ต่ำกว่าเป้าบริษัทที่ 4,500 เหรียญ/ลำ/วัน
    แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 จากค่าระวางเรือปัจจุบันที่ยังอยู่ในกรอบของการมีกำไรตามที่เราประเมินไว้ ทำให้เชื่อว่า PSL มีแนวโน้มจะแสดงกำไรได้ แต่ทว่าอาจจะอ่อนตัวจากไตรมาส 4/60 เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมตามเดิม 13.70 บาท อิง P/BV 1.56 เท่า ตามค่าเฉลี่ยกลุ่มเรือเทกองทั่วโลก โดยเรายังคงมองว่าอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ประเมินกำไรสุทธิปี 61 ที่ 219 ล้านบาท บนสมมติฐานค่าระวางอย่างระมัดระวังที่ 9,993 เหรียญ/ลำ/วัน เทียบกับปี 60 ที่ 9,486 เหรียญ/ลำ/วัน
    ขณะที่ บล.บัวหลวง ระบุว่า หลังจากเทศกาลตรุษจีน (16 ก.พ. 61) คาดอุปสงค์จะฟื้นตัวแข็งแกร่ง จากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศจีน รวมถึงฤดูกาลซื้อขายธัญพืชในแถบอเมริกาใต้มักจะอยู่ในช่วงเดือน เม.ย. – พ.ค. ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนดัชนี BDI ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปจนถึงเดือน พ.ค. ดังนั้นเราคาดผลการดำเนินงานหลักไตรมาส 1/61 ของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน แม้ว่าจะลดลงจากไตรมาส 4 ตามปัจจัยฤดูกาล
    เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 61 ที่ 123 ล้านบาท เรามองว่าหุ้นจะกลับเป็นขาขึ้นในไม่ช้า นอกจากนั้นตลาดขนส่งด้วยเรือเทกองปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นอีกในปี 61 ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มมูลค่า P/BV ที่ใช้อ้างอิงเป็น 1.6 เท่า จาก 1.4 เท่า ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 13 บาท จากเดิม 12.5 บาท
    แม้ทิศทางของ PSL จะดูดีขึ้นจากการพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้ง แต่ล่าสุดค่าระวางเรือหลุดลงมาค่อนข้างต่ำ ซึ่งคงจะต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังผ่านช่วงตรุษจีนไปแล้วค่าระวางเรือจะฟื้นกลับมาได้ดีแค่ไหน ส่วนภาพระยะยาวทั้งปี หากเศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัว ก็มีโอกาสที่จะเห็น PSL กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งได้เช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด